ถูกใจ
แชร์
멍실장
반려동물 사진 잘 찍는 팁 10가지

ทำไมรูปสัตว์เลี้ยงถึงเบลอ? — เคล็ดลับ 10 ข้อในการถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงให้สวย

ภูมิคุ้มกันถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

ภาพสัตว์เลี้ยงจะสวยขึ้นมากหากปฏิบัติตาม 3 ข้อ: ระดับสายตา แสงธรรมชาติ และขนม รวมเคล็ดลับการถ่ายภาพเหมือนสตูดิโอด้วยสมาร์ทโฟนที่บ้าน

ทำไมการถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงถึงยากขนาดนี้?

เจ้าของกำลังถ่ายภาพสุนัขที่นั่งอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่นด้วยสมาร์ทโฟน
ภาพสัตว์เลี้ยงจะบันทึกได้เป็นธรรมชาติที่สุดเมื่อปัจจัย 3 อย่างคือระดับสายตา แสงธรรมชาติ และจังหวะเวลาตรงกัน สิ่งสำคัญจริงๆ คือ 'สัตว์เลี้ยงอยู่ในสภาพที่สบาย' หากบังคับให้ทำท่าหรือใช้แฟลชแรงๆ ม่านตาจะดูไม่ธรรมชาติและสีหน้าจะแข็ง การตรวจสอบสภาพแวดล้อมและสภาพร่างกายของสัตว์เลี้ยงก่อนอุปกรณ์คือหัวใจสำคัญ

สิ่งที่ต้องเปลี่ยนก่อนคือ 'ระดับสายตา'

การยืนถ่ายจากบนลงล่างจะทำให้หัวดูใหญ่และขาบิดเบี้ยวสั้นลง หากวางกล้องบนพื้นหรือก้มลงให้ระดับเดียวกับดวงตาของสัตว์เลี้ยง แม้จะเป็นตัวเดิมแต่จะได้ภาพความรู้สึกที่ต่างกันมาก โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์เล็กและแมว แค่คุกเข่าถ่ายก็สร้างบรรยากาศเหมือน 'ภาพบุคคล' แล้ว หากพื้นเย็นให้ปูผ้าห่มหนึ่งผืน

การตั้งค่าการถ่ายภาพแนะนำตามสถานการณ์

รายการแสงธรรมชาติในร่มเดินเล่นกลางแจ้งกลางคืน/ที่มืด
โหมดโหมดบุคคลพื้นฐาน/ต่อเนื่องโหมดกลางคืน ปิด
แฟลชปิดปิดปิด
โฟกัสล็อคตาเลือกขณะต่อเนื่องเฉพาะเมื่อหยุด
เวลาแนะนำ09:00-11:00 น.1 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตกที่มีแสงสว่างเพียงพอ

แนะนำให้ปิดแฟลชในทุกสถานการณ์ เพราะทำให้แสบตาและเป็นภาระต่อสุขภาพดวงตา

แสงธรรมชาติสวยกว่าไฟส่องสว่าง 10 เท่า

ให้สัตว์เลี้ยงนั่งห่างจากหน้าต่าง 1-2 เมตร และรับแสงจากหน้าต่างในมุม 45 องศา จะเกิด 'ประกายตา (catchlight)' ในม่านตา การระยิบระยับเล็กน้อยนี้ทำให้ภาพมีชีวิตชีวาขึ้นมาก แสงแดดตรงๆ ตอนกลางวันให้เงาแรงเกินไปจึงดูแปลกตา ให้ลองใช้แสงนุ่มๆ ช่วง 9-11 น. หรือ 1 ชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตก
ภาพแมวที่นั่งรับแสงธรรมชาติริมหน้าต่างมีประกายในดวงตา

ห้ามใช้แฟลชและเลเซอร์พอยเตอร์เด็ดขาด

แสงแฟลชที่แรงและกะทันหันอาจทำให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกแสบตาและไม่สบายตัว โดยเฉพาะแมวที่มีโครงสร้างการมองเห็น (ชั้นสะท้อนแสงเรตินา, tapetum lucidum) ช่วยสะท้อนแสงให้มองเห็นในที่มืดได้ดี จึงอาจรู้สึกไม่สบายกับแสงกระตุ้นแรงๆ นอกจากนี้เลเซอร์พอยเตอร์ที่จับตัวจริงไม่ได้ยังอาจนำไปสู่ความท้อแท้หรือพฤติกรรมซ้ำๆ ในสัตว์เลี้ยงบางตัว จึงควรหลีกเลี่ยง การดึงความสนใจขณะถ่ายควรใช้วิธีที่สัตว์เลี้ยงเครียดน้อยลง เช่น เสียงนุ่มๆ ขนม หรือของเล่น ความสบายของสัตว์เลี้ยงสำคัญกว่าภาพเดียว

เคล็ดลับการถ่ายภาพสัตว์เลี้ยงที่เคลื่อนไหว

ช่วงที่สุนัขวิ่งหรือแมวกระโดด 'โหมดต่อเนื่อง (burst)' คือคำตอบ กดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้จะถ่ายได้มากกว่า 10 ภาพต่อวินาที เลือกภาพที่ตำแหน่งตา หู และขาสวยที่สุด โฟกัสต้องอยู่ที่ 'ตา' หากใช้สมาร์ทโฟนให้แตะที่ตาบนหน้าจอเพื่อล็อค AF (ล็อคโฟกัสอัตโนมัติ) แล้วถ่าย จะลดอัตราความล้มเหลวลงมาก
ภาพสุนัขรีทรีฟเวอร์วิ่งพุ่งเข้าหากล้องในสวนสาธารณะอย่างมีพลัง

การชี้นำสายตา ทำแบบนี้ได้เลย

เทคนิคที่ทำให้จ้องกล้องคือ 'เสียง' เขย่าถุงขนมหรือเรียกคำที่ตอบสนองดี ('ขนม', 'เดินเล่น') นุ่มๆ หูจะตั้งขึ้นและสีหน้าจะจดจ่อ แต่หากใช้เสียงเดิมซ้ำๆ จะ เฉื่อยชา ดังนั้นใช้แค่ 1-2 ครั้งจะได้ผล หลังถ่ายต้องให้ขนมที่สัญญาไว้ การเสริมแรงบวกจะทำให้การถ่ายครั้งต่อไปง่ายขึ้น

จำองค์ประกอบ 3 อย่างนี้ไว้

- ภาพระยะใกล้เต็มหน้า: ตา จมูก ปากอยู่กลางภาพ พื้นหลังเรียบง่าย — สีหน้าคือพระเอก - กฎสามส่วน: วางสัตว์เลี้ยงที่จุด 1 ใน 3 ของด้านซ้ายหรือขวาของภาพ จะเกิดมิติ - ภาพเต็มตัวมุมต่ำ: วางกล้องบนพื้นถ่ายทั้งตัว ขาจะดูยาวและดูมั่นใจ แค่หมุนใช้ 3 อย่างนี้ อัลบั้มจะสมบูรณ์ขึ้นมาก

สัญญาณความเครียดจากการถ่าย หากเป็นแบบนี้ให้หยุด

การเลียริมฝีปากซ้ำๆ (สัญญาณสงบ), หาวบ่อย, หูพับไปด้านหลังและหางหนีบระหว่างขา คือสัญญาณว่า 'อยากหยุดแล้ว' หากแมวสั่นหางเร็วหรือหูพับไปด้านข้างคือสัญญาณตื่นเต้น/ไม่สบาย ให้หยุดถ่ายและพัก ความรู้สึกของสัตว์เลี้ยงสำคัญกว่าภาพ

การปรับแต่ง 'ไม่มากเกินไป' คือคำตอบ

การปรับแต่งพื้นฐานของสมาร์ทโฟนก็เพียงพอแล้ว ความสว่าง +10 ความคมชัด +5 ความอิ่มสีลดลงประมาณ -5 จะทำให้สีขนดูเป็นธรรมชาติ กรองที่มากเกินไปจะทำให้สีตาบิดเบี้ยว ขนขาวดูฟ้า ขนดำดูเทาจึงดูแปลกตา โดยเฉพาะการถ่ายผิวหนังหรือดวงตาเพื่อปรึกษาสัตวแพทย์ ต้องถ่ายต้นฉบับโดยไม่ใช้กรองหรือปรับแต่งเพื่อช่วยในการวินิจฉัยที่ถูกต้อง

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมสุนัขขนดำถึงถ่ายหน้าไม่ชัด?
ขนดำสะท้อนแสงน้อยมากทำให้หน้าดูเบลอ แทนแสงย้อนตรงหน้าให้ใช้แสงด้านข้าง 45 องศา และเพิ่มการเปิดรับแสง (ความสว่าง) ขึ้นหนึ่งระดับ เส้นตาและจมูกจะชัดขึ้น
แมววิ่งหนีทันทีที่เห็นกล้อง
ให้คุ้นเคยกับกล้องก่อน วางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ และให้ขนมฝึกหลายวันก่อนถ่าย จะเรียนรู้ว่า 'โทรศัพท์=สิ่งดีๆ' ตอนแรกควรซูมถ่ายจากไกล
ถ้าไม่ใช้แฟลชภาพจะมืดมาก ทำอย่างไรดี?
แทนการเปิดไฟให้ย้ายไปริมหน้าต่าง หรือใช้ผนังขาว/กระดาษเป็นแผ่นสะท้อนแสง หากยังมืดให้เปลี่ยนเวลาถ่ายเป็นกลางวันแทนการเพิ่ม ISO จะดีต่อคุณภาพภาพ
จะถ่ายภาพเพื่อใช้กับสัตวแพทย์อย่างไร?
ถ่ายต้นฉบับด้วยแสงธรรมชาติโดยไม่ใช้กรองหรือปรับแต่ง เตรียม 2 ภาพคือภาพใกล้บริเวณรอยโรคและภาพทั้งตัว จดบันทึกเวลาเกิดและขนาดส่งไปด้วย จะช่วยในการปรึกษาทางไกล
มีเคล็ดลับการถ่ายสองตัวในเฟรมเดียวไหม?
ถือขนมเหนือกล้องทันทีที่สายตาทั้งสองตัวรวมจุดเดียวกันให้ถ่ายแบบต่อเนื่อง หากความสัมพันธ์ไม่สนิทอย่าบังคับให้ติดกัน ให้ถ่ายตามธรรมชาติในตำแหน่งของตัวเอง

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบโรงพยาบาลสัตว์ระดับ 1 กับระดับ 2

เปรียบเทียบโรงพยาบาลสัตว์ระดับ 1 กับระดับ 2

คู่มือประสิทธิภาพและการให้วิตามิน C

คู่มือประสิทธิภาพและการให้วิตามิน C

7 อันดับสายพันธุ์สุนัขขาสั้น

7 อันดับสายพันธุ์สุนัขขาสั้น

วิธีแก้ไขพฤติกรรมดึงสายจูงระหว่างเดินเล่น

วิธีแก้ไขพฤติกรรมดึงสายจูงระหว่างเดินเล่น

วิธีสอนสุนัขให้นั่ง รอ และนอนราบ — ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการให้รางวัล

วิธีสอนสุนัขให้นั่ง รอ และนอนราบ — ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการให้รางวัล

การฝึกคลิกเกอร์สุนัขคืออะไร? — วิธีเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่จังหวะเวลาไปจนถึงรางวัล

การฝึกคลิกเกอร์สุนัขคืออะไร? — วิธีเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่จังหวะเวลาไปจนถึงรางวัล

สเกลิงเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมกิน — การดูแลในช่วงพักฟื้นและสัญญาณที่ต้องไปพบสัตวแพทย์

สเกลิงเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมกิน — การดูแลในช่วงพักฟื้นและสัญญาณที่ต้องไปพบสัตวแพทย์

สุนัขก็ต้องจัดฟันไหม — สัญญาณของการสบฟันผิดปกติและเกณฑ์การพิจารณา

สุนัขก็ต้องจัดฟันไหม — สัญญาณของการสบฟันผิดปกติและเกณฑ์การพิจารณา

อาการแพ้ยาในสุนัขและแมว มีอาการอะไรบ้าง — จนถึงการรับมือฉุกเฉิน

อาการแพ้ยาในสุนัขและแมว มีอาการอะไรบ้าง — จนถึงการรับมือฉุกเฉิน

การดื้อยาปฏิชีวนะในสัตว์เลี้ยงคืออะไร — เหตุใดยาจึงไม่ได้ผลและจะป้องกันได้อย่างไร

การดื้อยาปฏิชีวนะในสัตว์เลี้ยงคืออะไร — เหตุใดยาจึงไม่ได้ผลและจะป้องกันได้อย่างไร

เอกสารอ้างอิง

[1] Overall, K.L., Manual of Clinical Behavioral Medicine for Dogs and Cats, 2013

[2] Horwitz, D.F. & Mills, D.S., BSAVA Manual of Canine and Feline Behavioural Medicine, 2nd Ed, 2009

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.