ถูกใจ
แชร์
멍실장
응급 약물(에피네프린·아트로핀) 사용

การใช้ยาฉุกเฉิน (เอพิเนฟริน·อะโทรปีน)

ภูมิคุ้มกันถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

สรุปบทบาทของเอพิเนฟรินและอะโทรปีนที่ใช้ในกรณีหัวใจหยุดเต้นหรือภาวะช็อกในสุนัขและแมว ช่วงเวลาในการใช้ และข้อควรระวังที่เจ้าของต้องทราบ

ยาฉุกเฉินคืออะไร?

ภาพสัตวแพทย์เตรียมยาในสถานการณ์ฉุกเฉิน
ยาฉุกเฉินเป็นยาหลักที่ใช้ทันทีในสถานการณ์วิกฤตชีวิต เช่น หัวใจหยุดเต้น ภาวะช็อก หรือชีพจรช้า เพื่อฟื้นคืนการเต้นของหัวใจและการหายใจ สิ่งสำคัญที่สุดคือ การวินิจฉัยและการให้ยาเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์เท่านั้น เจ้าของควรทราบชื่อยาและบทบาท แต่ในกรณีฉุกเฉิน การพาไปโรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมงทันทีคือทางรอดที่เร็วที่สุด ยาหลักคือเอพิเนฟริน (Epinephrine) และอะโทรปีน (Atropine)

ใช้ยาทั้งสองเมื่อไหร่?

เอพิเนฟรินและอะโทรปีนมีข้อบ่งใช้ต่างกัน เอพิเนฟรินใช้เมื่อหัวใจหยุดเต้น (Asystole·PEA) หรือต้องรักษาความดันโลหิตระหว่างการทำ CPR เป็นยากระตุ้นหลอดเลือดหลักที่ใช้ซ้ำทุก 2 รอบตามโปรโตคอล CPR ตามแนวทาง RECOVER ส่วนอะโทรปีนใช้ในกรณี ชีพจรช้าผิดปกติ (Bradycardia) หรือชีพจรตกจากพิษหรือการกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส อย่างไรก็ตาม ภาวะชีพจรช้าอาจไม่ตอบสนองต่ออะโทรปีนในบางกรณี หนังสือเรียนเวชศาสตร์ฉุกเฉินสัตว์จัดยาทั้งสองนี้เป็นยาหลักที่ต้องมีในรถเข็นฉุกเฉิน (Crash Cart) เสมอ

เปรียบเทียบเอพิเนฟรินกับอะโทรปีนในภาพเดียว

รายการเอพิเนฟรินอะโทรปีน
ข้อบ่งใช้หลักหัวใจหยุดเต้น (Asystole·PEA)ชีพจรช้ารุนแรง·ชีพจรช้าจากพิษ
กลไกการออกฤทธิ์เพิ่มแรงบีบหัวใจ·ความดันโลหิตเพิ่มชีพจร·ยับยั้งระบบประสาทพาราซิมพาเทติก
วิธีให้ยาหลอดเลือดดำ·หลอดลม·ในไขกระดูกหลอดเลือดดำ·กล้ามเนื้อ·ใต้ผิวหนัง·หลอดลม
การออกฤทธิ์ออกฤทธิ์เร็ว (ภายในไม่กี่นาที)ภายในไม่กี่นาที (กรณี IV)
เจ้าของใช้เอง

ยาทั้งสองไม่ใช่ยาที่เจ้าของให้เอง ต้องใช้ภายใต้การวินิจฉัยของสัตวแพทย์เท่านั้น

เอพิเนฟริน: ยาทำให้หัวใจเต้นอีกครั้ง

เอพิเนฟรินกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกอย่างรุนแรง ทำให้หัวใจเต้นอีกครั้งและหดหลอดเลือดเพื่อเพิ่มความดันโลหิต ตามแนวทาง RECOVER (มาตรฐานสากล CPR สัตวแพทย์) เป็นยากระตุ้นหลอดเลือดที่ใช้เป็นอันดับแรกในกรณีหัวใจหยุดเต้น (Asystole·PEA) ใช้ซ้ำทุก 2 รอบระหว่างทำ CPR และอาจสลับหรือใช้ร่วมกับวาสโอเพรสซิน (vasopressin) ตามสถานการณ์ สัตวแพทย์จะกำหนดขนาดยาและช่วงเวลารับยาตามน้ำหนักตัว
มือของสัตวแพทย์เตรียมเอพิเนฟรินในเข็มฉีดยา

หากพบสัญญาณเหล่านี้ ให้ไปห้องฉุกเฉินทันที

หากมีอาการต่อไปนี้ อย่าลังเล ไปโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง ทันที - หายใจลำบากรุนแรง: ลิ้นหรือเหงือกเปลี่ยนเป็นสีฟ้า - ล้ม·หมดสติ: ไม่ตอบสนองเมื่อเรียก - บวมที่ใบหน้าอย่างเฉียบพลัน: เกิดภายในไม่กี่นาทีถึงหลายสิบนาทีหลังฉีดวัคซีน·ยา·ถูกผึ้งต่อย - ชีพจรช้าหรือจับไม่ได้: ฟังเสียงหัวใจที่หน้าอกแล้วเสียงเบา - อาเจียน·ท้องเสียต่อเนื่องตามด้วยอ่อนเพลีย: อาจพัฒนาเป็นภาวะช็อก ในกรณีเช่นนี้อาจต้องใช้ยาจาก Crash Cart หากแจ้งสถานการณ์ล่วงหน้าทางโทรศัพท์ การรักษาจะเริ่มทันทีเมื่อถึงโรงพยาบาล

อะโทรปีน: ยาปลุกหัวใจที่เต้นช้า

อะโทรปีนเป็นยาที่บล็อกการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (เส้นประสาทเวกัส) เพื่อเพิ่มชีพจรที่ช้าลง และลดน้ำลายและสารคัดหลั่งในหลอดลมมากเกินไป ใช้ในกรณี ชีพจรตกขณะดมยาสลบ ภาวะชีพจรช้าจากพิษหรือการกระตุ้นเส้นประสาทเวกัส และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด หนังสือเรียนสัตวแพทย์ระบุว่าอาจพิจารณาใช้อะโทรปีนในภาวะชีพจรช้าจากพิษ แต่เนื่องจากภาวะชีพจรช้ามักไม่ตอบสนองต่ออะโทรปีนและบางกรณีพิษอาจเป็นที่ถกเถียงในการใช้ จึงต้องใช้อย่างระมัดระวัง สัตวแพทย์เป็นผู้กำหนดขนาดยาตามน้ำหนักและสภาพเช่นกัน
แมวที่กำลังตรวจสอบชีพจรที่โรงพยาบาลสัตว์

สิ่งที่เจ้าของทำได้ เทียบกับ ทำไม่ได้

ยาฉุกเฉิน ไม่ใช่ยาที่เจ้าของควรเตรียมหรือให้เอง การใช้ขนาดยาหรือวิธีให้ผิดอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ชัก หรือเสียชีวิตได้ - สิ่งที่ทำได้: สังเกตอาการ ติดต่อโรงพยาบาลล่วงหน้า การเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัย บันทึกยาหรืออาหารที่กิน - สิ่งที่ทำไม่ได้: ฉีดยาฉุกเฉินที่บ้าน ให้ยาที่ซื้อทางออนไลน์ แบ่งยาคนให้สัตว์กิน การปฐมพยาบาลที่สำคัญที่สุดของเจ้าของคือ ตัดสินใจเร็วและพาไปโรงพยาบาล 24 ชั่วโมง

ข้อควรระวังตามพันธุ์และสภาพ

ยาฉุกเฉินไม่ได้ส่งผลเหมือนกันในสัตว์ทุกตัว - ความแตกต่างของปฏิกิริยาต่อยาตามพันธุ์และตัว: แม้เป็นยาเดียวกัน ปฏิกิริยาอาจต่างกันตามพันธุ์หรือลักษณะเฉพาะตัว ต้องแจ้งประวัติการแพ้ยาในอดีตให้โรงพยาบาลทราบเสมอ - ผู้ป่วยโรคหัวใจสูงอายุ: ผลกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติกของเอพิเนฟรินอาจทำให้ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเดิมแย่ลง ต้องปรับขนาดยา - ตั้งครรภ์·ให้นม: ยาอาจส่งผลต่อตัวอ่อนหรือลูก สัตวแพทย์จะชั่งน้ำหนักรายละเอียด - ต้อหิน·ชีพจรเร็วรุนแรง: อะโทรปีนอาจเพิ่มชีพจรให้สูงขึ้นอีก จึงอาจจำกัดการใช้ในกรณีนี้ การเตรียมรายการยาและอาหารเสริมที่กินอยู่ก่อนการรักษาจะช่วยมากในสถานการณ์ฉุกเฉิน

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ควรเตรียมเอพิเนฟรินไว้ที่บ้านไหม?
ไม่ใช่ยาที่เจ้าของทั่วไปควรเตรียมหรือให้เองที่บ้าน การสั่งจ่ายและการให้ยาเป็นขอบเขตของสัตวแพทย์ การบันทึกตำแหน่งและเบอร์โทรของโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงใกล้บ้านไว้ล่วงหน้ามีประโยชน์มากกว่า
ถูกผึ้งต่อยแล้วหน้าบวม ต้องฉีดยาเอพิเนฟรินทันทีไหม?
หากมีอาการทั่วร่างกายเช่นหายใจลำบากหรือล้ม อาจเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่คุกคามชีวิต ต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที แม้มีเพียงอาการบวมที่หน้า อาการอาจรุนแรงขึ้นได้เร็ว จึงปลอดภัยที่สุดหากให้สัตวแพทย์ตรวจทันทีโดยไม่ชักช้า การเลือกวิธีรักษาและยาที่จำเป็นต้องให้สัตวแพทย์ตัดสินใจโดยดูสภาพ
อะโทรปีนไม่มีผลข้างเคียงเลยไหม?
อาจมีผลข้างเคียงเช่นชีพจรพุ่งสูง (Tachycardia) ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะ การลดลงของสารคัดหลั่งทางเดินหายใจและน้ำลาย ผู้ป่วยที่มีต้อหินหรือชีพจรเร็วอยู่แล้วต้องระวังเป็นพิเศษในการใช้ จึงต้องปรับขนาดยาและช่วงเวลารับยาอย่างละเอียดโดยดูน้ำหนักและสภาพหัวใจ
ทำไมต้องใช้อะโทรปีนล่วงหน้าก่อนดมยาสลบ?
เพื่อป้องกันไม่ให้ชีพจรตกอย่างรวดเร็วหรือมีน้ำลายมากเกินไปขณะดมยาสลบ ไม่ได้ใช้กับผู้ป่วยทุกคน สัตวแพทย์จะเลือกใช้ตามพันธุ์และสภาพสุขภาพ
ก่อนถึงห้องฉุกเฉิน เจ้าของต้องทำอะไรบ้าง?
แจ้งสถานการณ์ล่วงหน้าทางโทรศัพท์ไปยังโรงพยาบาล แล้วเคลื่อนย้ายอย่างปลอดภัยและเงียบๆ โดยยึดตัวไว้ในกล่องเคลื่อนย้าย การจดบันทึกอาหาร·ยา·สารพิษที่กิน เวลาเริ่มอาการ และรายการยาที่กินอยู่ จะช่วยให้การวินิจฉัยที่โรงพยาบาลเร็วขึ้นมาก

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Veterinary Emergency and Critical Care Procedures, 3rd Edition - Crash Cart Drugs Chapter

[2] Advanced Monitoring for Small Animal Emergency and Critical Care, 2nd Edition - Pharmacy Section

[3] Feline Emergency and Critical Care Medicine, 2nd Edition

[4] RECOVER CPR Guidelines (Reassessment Campaign On Veterinary Resuscitation)

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.