ถูกใจ
แชร์
멍실장
강아지 어린이·개 물림 예방 자주 묻는 질문 Q&A — 보호자가 꼭 알아야 할 핵심

สุนัขกับเด็ก อยู่ร่วมกันได้ไหม — จะป้องกันอุบัติเหตุการกัดอย่างไร

สมอง/การรับรู้ถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

วิธีปฏิบัติจริงในการป้องกันอุบัติเหตุการกัดในครอบครัวที่มีเด็กและสุนัข พร้อมตอบคำถามที่พบบ่อย สรุปกฎสำคัญที่เจ้าของทุกคนต้องรู้โดยไม่คำนึงถึงสายพันธุ์

การป้องกันอุบัติเหตุการกัดระหว่างสุนัขกับเด็กคืออะไร?

ภาพเด็กและสุนัขมีปฏิสัมพันธ์อย่างปลอดภัย
การป้องกันอุบัติเหตุการกัดระหว่างสุนัขกับเด็ก คือวิธีการจัดการความปลอดภัยที่ทั้งเจ้าของและเด็กเข้าใจสัญญาณพฤติกรรมของสุนัข และเรียนรู้กฎการเข้าหาที่ถูกต้องเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ สิ่งสำคัญที่สุดคือความจริงที่ว่าสุนัขทุกสายพันธุ์สามารถกัดได้ในสถานการณ์บางอย่าง ตามการวิจัยด้านเวชศาสตร์พฤติกรรมสัตว์ อุบัติเหตุการกัดของสุนัข 77% เกิดจากสุนัขที่ผู้เสียหายรู้จักดี ไม่ใช่สุนัขแปลกหน้า จำไว้เสมอว่าอาจได้รับบาดเจ็บจากสุนัขที่อยู่ข้างๆ เด็กของเราเอง

ทำไมจึงเกิดอุบัติเหตุการกัดของสุนัข?

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอุบัติเหตุการกัดคือการมองข้ามหรือเพิกเฉยต่อสัญญาณเตือนของสุนัข สุนัขจะส่งสัญญาณเตือนเสมอก่อนกัด แต่เด็กจะมองข้ามหากไม่ได้รับการสอนวิธีอ่านสัญญาณ การจับหูหรือหาง การกอดจากด้านบน การรบกวนชามอาหาร การปลุกสุนัขที่กำลังนอน เป็นสถานการณ์ที่กระตุ้นการกัดโดยทั่วไป ยิ่งเด็กอายุน้อย สุนัขอาจมองว่าเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้และน่ากลัว

สัญญาณเตือนของสุนัข vs สัญญาณผ่อนคลาย — ดูในภาพเดียว

รายการสัญญาณอันตราย (อาจกัด)สัญญาณผ่อนคลาย (โอเค)
หางตั้งแข็งหรือลดต่ำสั่นไหวอย่างนุ่มนวล
หูแนบราบไปด้านหลังตั้งขึ้นตามธรรมชาติหรือไปด้านหน้า
ตาเห็นตาขาว (ตาปลาวาฬ) จ้องมองตาขาวไม่เห็น สายตามีความนุ่มนวล ไม่จ้องมองที่ใดที่หนึ่ง
ปากยกริมฝีปาก แสดงฟัน หอนอ้าปากเล็กน้อย ยื่นลิ้น
ร่างกายทั้งหมดแข็งทื่อ ไม่เคลื่อนไหวผ่อนคลายและท่าทางธรรมชาติ

หากมีสัญญาณอันตรายตั้งแต่สองอย่างพร้อมกัน ต้องหยุดปฏิสัมพันธ์ทันที ข้อควรระวังหนึ่งคือ พฤติกรรมเช่นหาว กระพริบตา เลียริมฝีปาก หรือหันหัว เป็นสัญญาณสงบที่สุนัขส่งเพื่อลดความวิตกกังวลและความเครียด ไม่ใช่ 'ความผ่อนคลาย' หากเห็นแบบนี้ แสดงว่าไม่สบายใจแล้ว อย่าเข้าใกล้และให้ระยะห่าง

กฎการเข้าหา 3 ข้อที่ควรสอนเด็ก

ขอความยินยอมจากเจ้าของก่อน: ก่อนเข้าหาสุนัข ต้องสร้างนิสัยถามเจ้าของ (หรือเจ้าของสุนัข) ก่อนเสมอ
ยื่นมือให้ดมกลิ่นก่อน: หากได้รับอนุญาต ให้ยื่นมือกำหมัดต่ำลงเพื่อให้สุนัขได้ดมกลิ่นเอง หากสุนัขเมิน อย่าบังคับจับ
ห้ามจับหู หาง หรือขน: ต้องสอนให้ชัดเจนว่าห้ามรบกวนบริเวณหู หาง เท้า ชามอาหาร หรือของเล่น การสาธิตโดยผู้ใหญ่ร่วมด้วยมีประสิทธิภาพที่สุด
ภาพเด็กยื่นมือกำหมัดให้สุนัขดมกลิ่น

ห้ามทิ้งไว้ลำพังในสถานการณ์เหล่านี้

ห้ามทิ้งเด็กไว้ลำพังข้างสุนัขที่กำลังกินอาหารหรือกัดของเล่น การปลุกสุนัขที่กำลังนอนหรือให้เด็กจับสุนัขที่เจ็บป่วยก็อันตรายเช่นกัน แม้เด็กจะสนิทกับสุนัขมากแค่ไหน ก็ต้องแยกออกจากกันเสมอเมื่อเจ้าของไม่อยู่

เทคนิค 'เป็นต้นไม้' — การกระทำที่เด็กต้องทำเมื่อสุนัขตื่นเต้น

'เป็นต้นไม้ (Be a Tree)' เป็นเทคนิคป้องกันเด็กถูกกัดที่ได้รับการยืนยันในสถานที่ฝึกอบรมด้านเวชศาสตร์พฤติกรรมสัตว์ เมื่อสุนัขตื่นเต้นหรือไล่ตาม อย่าวิ่งหรือตะโกน แต่ให้ทำดังนี้ ① หยุดเคลื่อนไหวและรวมเท้าเข้าด้วยกัน ② รวมมือไว้หน้าอกเหมือน 'ราก' ③ ลดสายตาลงและอย่าสบตากับสุนัข ④ รอจนกว่าสุนัขจะหมดความสนใจและจากไป การวิ่งจะกระตุ้นสัญชาตญาณการไล่ล่าของสุนัข ดังนั้นการหยุดจึงเป็นหัวใจสำคัญ
ภาพเด็กยืนในท่าเป็นต้นไม้

จุดจัดการความสัมพันธ์เด็ก-สุนัขตามวัย

ทารกและเด็กเล็ก (0-3 ปี): ห้ามทิ้งไว้ลำพังกับสุนัขเด็ดขาด เด็กวัยนี้มักมองสุนัขเหมือนของเล่น
อนุบาลและประถมต้น (4-7 ปี): สอนการอ่านสัญญาณเตือนโดยตรง การใช้บัตรภาพหรือวิดีโอมีประสิทธิภาพ
ประถมปลายขึ้นไป (8 ปี+): ให้มีส่วนร่วมในการดูแลสุนัขเพื่อสร้างความรับผิดชอบ จะช่วยยกระดับคุณภาพความสัมพันธ์ ช่วยเจ้าของในบทบาทเช่นให้อาหารหรือเดินเล่น
ไม่ว่าอายุใด ปฏิสัมพันธ์กับสุนัขต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่เสมอ

เริ่มเตรียมสุนัขก่อนมีเด็กใหม่

หากกำลังตั้งครรภ์หรือเตรียมรับเลี้ยง ต้องทำให้สุนัขคุ้นเคยกับเสียงร้องและกลิ่นของทารกอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างน้อยหลายสัปดาห์ก่อนเด็กมาถึง การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างกะทันหันจะเพิ่มความเครียดและความระมัดระวังของสุนัข หากสุนัขมีปัญหาพฤติกรรมหรือมีประวัติการกัด ต้องปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ทันที

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

สุนัขสายพันธุ์อ่อนโยนก็กัดเด็กได้ไหม?
ได้ สายพันธุ์อ่อนโยนเช่น Golden Retriever หรือ Beagle ก็กัดได้ในสถานการณ์บางอย่าง สถานการณ์สำคัญกว่าสายพันธุ์ มีสถานการณ์ที่สุนัขทุกตัวสามารถกัดได้ เช่น รบกวนขณะกินอาหาร ความเจ็บปวด หรือตื่นเต้นขณะเล่น
ต้องดุสุนัขเมื่อมันคำรามไหม?
ไม่ควรดุ การคำรามเป็นคำเตือนสุดท้ายก่อนกัด หากกดขี่สิ่งนี้ สุนัขอาจเกิดนิสัยกัดทันทีโดยไม่เตือน เมื่อสุนัขคำราม ต้องแยกเด็กออกก่อนและหาสาเหตุว่าทำไม
หากเด็กถูกสุนัขกัด การปฐมพยาบาลทำอย่างไร?
ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดไหลผ่านให้เพียงพอ กดห้ามเลือดด้วยผ้าสะอาด แล้วไปโรงพยาบาลทันที การกัดของสุนัขมีความเสี่ยงติดเชื้อสูง มักต้องการการรักษาทางการแพทย์ (สถิติสหรัฐฯ ประมาณ 19% ของอุบัติเหตุการกัดต้องการการรักษา) และอาจต้องการการรักษาเพิ่มเติมตามความลึกของแผล
เด็กกลัวสุนัข จะช่วยอย่างไร?
สำคัญคืออย่าบังคับให้จับ เริ่มจากการโยนขนมในสถานที่เดียวกับสุนัข รอให้เด็กค่อยๆ ลดระยะห่างเอง หากจำเป็น ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์
หากสุนัขเคยกัดมาแล้ว ต้องทำอย่างไร?
ต้องปรึกษาสัตวแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ทันที สุนัขที่มีประวัติการกัดต้องได้รับการประเมินพฤติกรรมและฝึกฝนอย่างเป็นระบบภายใต้การแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ไม่ปลอดภัยที่จะเริ่มสัมผัสกับเด็กโดยไม่มีคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Bergman, L. and Gaskins, L. (2008). Expanding families: preparing for and introducing dogs and cats to infants, children, and new pets. Veterinary Clinics of North America, Small Animal Practice 38(5): 1043–1063.

[2] Levine, E.D. (2023). Pets and the family dynamic. In: Behavior Problems of the Dog and Cat (ed. L. Ackerman). Elsevier.

[3] Kerns, K.A., Dulmen, M.H., Kochendorfer, L.B. et al. (2023). Assessing children's relationships with pet dogs: a multi-method approach. Social Development 32(1): 98–116.

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.