ถูกใจ
แชร์
멍실장
강아지 외이염 종류별 (세균·곰팡이·진드기) 치료

การรักษาโรคหูชั้นนอกในสุนัขตามชนิด (แบคทีเรีย·รา·ไร)

ผิวหนัง/ขนไกด์โรคคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

โรคหูชั้นนอกในสุนัขแบ่งตามเชื้อก่อโรคเป็นแบคทีเรีย·รา·ไร วิธีการรักษาและยาแตกต่างกันตามสาเหตุ การวินิจฉัยแยกโรคที่ถูกต้องจึงสำคัญ

โรคหูชั้นนอกในสุนัขคืออะไร?

สุนัขกำลังได้รับการตรวจโรคหูชั้นนอก
โรคหูชั้นนอกในสุนัขคือภาวะที่ผิวหนังของช่องหูชั้นนอก(ทางหูภายนอกตั้งแต่ด้านในใบหูจนถึงหน้าเยื่อแก้วหู) เกิดการอักเสบ ทำให้เกิดอาการคัน·กลิ่นเหม็น·มีน้ำเหลืองเกิดซ้ำ การแยกแยะจุลินทรีย์ก่อโรคและการหาสาเหตุพื้นฐานว่า'เกิดจากอะไร'สำคัญที่สุด. ยาที่ใช้จะแตกต่างกันไปตามว่าแบคทีเรีย·มาลาเซเซีย(รา)·ไรหูชนิดใดเกี่ยวข้อง หากใช้ยาผิดโดยตัดสินเองอาจทำให้อักเสบลึกขึ้น นอกจากนี้โรคหูชั้นนอกพบได้บ่อยแต่กำเริบง่าย จึงต้องจัดการทั้งการติดเชื้อที่ปรากฏและปัญหาพื้นฐานเช่นภูมิแพ้·โครงสร้างหู(ปัจจัยเสี่ยง·ปัจจัยคงอยู่) จึงจะลดการกำเริบได้ การคาดเดาเบื้องต้นจากสีและกลิ่นของน้ำเหลืองเป็นไปได้ แต่การรักษาที่ปลอดภัยและลดการกำเริบคือการยืนยันสาเหตุด้วยการตรวจกล้องจุลทรรศน์(การป้ายเซลล์หู) ก่อน

ทำไมถึงเกิด? 3 สาเหตุหลัก

จุลินทรีย์·ปรสิตที่เกี่ยวข้องกับโรคหูชั้นนอกในสุนัขมี 3 ชนิดหลัก แบคทีเรียเกิดจากแบคทีเรียเช่น Staphylococcus หรือ Pseudomonas เจริญเกินปกติ โดยเฉพาะ Pseudomonas(แบคทีเรียสีเขียว) มักพบร่วมกับน้ำเหลืองสีเหลือง~เขียวคล้ายหนอง และมักดื้อต่อยาปฏิชีวนะหลายชนิด รา(มาลาเซเซีย)เกิดจากยีสต์ที่ปกติมีอยู่ในหูเพิ่มจำนวนมากเกินไปในสภาพชื้นและอุ่น มีลักษณะเด่นคือน้ำเหลืองคล้ายขี้ผึ้งสีน้ำตาลและกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไรเกิดจาก Otodectes cynotis(ไรหู) อาศัยอยู่ในช่องหูชั้นนอกและทำให้เกิดการอักเสบ มีลักษณะเด่นคือขี้หูสีน้ำตาลเข้มคล้ายกากกาแฟ พบได้บ่อยในสุนัขตัวเล็ก อย่างไรก็ตามการติดเชื้อแบคทีเรีย·มาลาเซเซียมักเกิดเป็นโรคทุติยภูมิบนสาเหตุพื้นฐานเช่นภูมิแพ้ หากจัดการเฉพาะการติดเชื้อแต่ละเลยสาเหตุพื้นฐานจะกำเริบง่าย

หากพบอาการเหล่านี้ให้สงสัยโรคหูชั้นนอก

อาการหลักที่ตรวจสอบได้ที่บ้าน
เกาหู: เกาหูซ้ำๆ ด้วยขาหลังหรือถูหัวกับพื้น
สั่นหัว: มีพฤติกรรมสั่นหัวแรงเหมือนสะบัดน้ำบ่อยขึ้น
กลิ่นเหม็น: มีกลิ่นเปรี้ยว·เหม็นหืน·เหม็นคาวจากหู
น้ำเหลือง: มีขี้หูสีน้ำตาล·เหลือง·ดำออกมาเยอะกว่าปกติ
เจ็บเมื่อจับหู: หลีกเลี่ยงหรือร้องเมื่อจับบริเวณหู
บวม·แดงที่หู: ด้านในใบหูแดงบวมหรือมีอุณหภูมิสูง
หากมีอาการหลายอย่างพร้อมกันมีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นโรคหูชั้นนอก ควรตรวจสอบสาเหตุที่ถูกต้องที่คลินิกสัตว์ โดยเฉพาะเมื่อพบอาการสั่นหัว·เกา·มีน้ำเหลือง·แดงพร้อมกันควรรับการรักษา
สุนัขกำลังเกาหู

กรณีนี้ต้องไปโรงพยาบาลทันที

หากตรงกับข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ต้องไปคลินิกสัตว์ทันทีแทนการดูแลเอง อาจมีความเสี่ยงที่เยื่อแก้วหูเสียหายแล้ว ยาทำความสะอาดหูทั่วไปอาจอันตราย • เมื่อมีเลือด·หนองปนออกมาจากหู • เมื่อเสียสมดุลหรือเดินเอียงไปด้านหนึ่ง(สัญญาณการลุกลามของโรคหูชั้นกลาง·หูชั้นใน) • เมื่อเอียงหัวไปด้านหนึ่งตลอดเวลา • เมื่อใบหูบวมมากจนสงสัยเป็นเลือดคั่ง • เมื่อมีอาการเบื่ออาหาร·มีไข้ร่วมด้วย

ที่โรงพยาบาลวินิจฉัยอย่างไร?

สัตวแพทย์ไม่จ่ายยาโดยดูเพียงภายนอก การตรวจป้ายเซลล์หู(การตรวจกล้องจุลทรรศน์)คือหัวใจสำคัญ เก็บตัวอย่างน้ำเหลืองหูใส่สไลด์ย้อมสีแล้วตรวจสอบด้วยกล้องจุลทรรศน์ว่าเป็นแบคทีเรีย·มาลาเซเซีย·หรือไร หากจำเป็นจะทำการ เพาะเชื้อ·ทดสอบความไวต่อยาปฏิชีวนะ เพื่อยืนยันว่ายาใดได้ผล การตรวจหูยังตรวจสอบสภาพเยื่อแก้วหู หากเยื่อแก้วหูทะลุยาที่ใช้จะจำกัด หากได้รับยาโดยไม่ผ่านกระบวนการนี้โอกาสกำเริบจะสูงขึ้นมาก

เปรียบเทียบโรคหูชั้นนอกตามสาเหตุ

รายการแบคทีเรียรา(มาลาเซเซีย)ไร
สีน้ำเหลืองหนองสีเหลือง~เขียวขี้ผึ้งสีน้ำตาลกากกาแฟสีดำ
กลิ่นกลิ่นคาว·เหม็นกลิ่นเปรี้ยวเหม็นหืนกลิ่นเหม็นเฉพาะตัว
อายุที่พบบ่อยทุกอายุสุนัขโต·สุนัขภูมิแพ้พบบ่อยในสุนัขตัวเล็ก
การติดต่อต่ำต่ำสูง(ระวังการเลี้ยงรวม)
ยาหลักยาปฏิชีวนะเฉพาะที่·ยาทำความสะอาดยาต้านเชื้อรา(Ketoconazole ฯลฯ)ยาฆ่าปรสิต(Selamectin·Moxidectin·Isoxazoline)

การแยกแยะจริงต้องยืนยันด้วยการตรวจกล้องจุลทรรศน์เสมอ

วิธีรักษาตามชนิด — แบคทีเรีย·รา

โรคหูชั้นนอกจากแบคทีเรียเริ่มด้วยการกำจัดน้ำเหลืองและหนองด้วยยาทำความสะอาดหู แล้วหยอดยาปฏิชีวนะเฉพาะที่ลงในหู หากเป็นแบคทีเรียดื้อยาเช่น Pseudomonas จะใช้ยาปฏิชีวนะตามผลการทดสอบความไว โดยปกติรักษา 2~4 สัปดาห์ โรคหูชั้นนอกจากรา(มาลาเซเซีย)รักษาด้วยยาต้านเชื้อราเช่น Ketoconazole·Clotrimazole·Miconazole ในรูปแบบยาหยอดหู มักมีภูมิแพ้เป็นสาเหตุพื้นฐาน จึงต้องจัดการสาเหตุพื้นฐาน(ภูมิแพ้จากอาหาร·สิ่งแวดล้อม) ร่วมด้วยจึงจะลดการกำเริบได้ ตามตำราเภสัชวิทยาสัตวแพทย์การรักษาเฉพาะที่เป็นทางเลือกแรก
ภาพการหยอดยาหู

วิธีรักษาตามชนิด — โรคหูชั้นนอกจากไร

โรคหูชั้นนอกจากไรต้องกำจัดไรหู(Otodectes cynotis) เป็นลำดับแรก ตามตำราผิวหนังวิทยาสัตวแพทย์ยาฆ่าปรสิตทั้งตัวเช่น Selamectin·Moxidectin·Fluralaner มีประสิทธิภาพสูงสุด มีทั้งรูปแบบทาจุดและยาเม็ดทำให้การให้ยาสะดวก เนื่องจากติดต่อง่าย ต้องรักษาสัตว์เลี้ยงทั้งหมดที่อยู่ร่วมกัน หลังการรักษาอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรีย·ราทุติยภูมิร่วมจึงอาจต้องการการรักษาเพิ่มเติม ต้องซักเครื่องนอน·เบาะร่วมด้วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

ดูแลที่บ้านดังนี้

การดูแลที่บ้านสำคัญเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา
รอบการทำความสะอาดหู: ใช้ยาทำความสะอาดเฉพาะที่ตามรอบที่สัตวแพทย์กำหนด(ปกติ 1~2 ครั้ง/สัปดาห์)
ห้ามใช้สำลี: สำลีอาจดันขี้หูลึกเข้าไปและทำลายเยื่อแก้วหู
ดูแลหลังอาบน้ำ: เช็ดความชื้นด้านในหูเบาๆ ด้วยสำลี·ก๊อซหลังอาบน้ำ
ระวังการถอนขนหู: สายพันธุ์ที่มีขนหูมากเช่น Poodle·Schnauzer ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจ
ต้องกลับมาตรวจซ้ำ: แม้อาการดีขึ้นแต่หยุดยาเองอาจเกิดเชื้อดื้อยาและกำเริบ
ต้องให้สัตวแพทย์ยืนยันจุดสิ้นสุดการรักษาเสมอ
ภาพเจ้าของกำลังเช็ดหูสุนัข

ข้อควรระวัง·ป้องกันการกำเริบตามสายพันธุ์

สายพันธุ์หูตก(Cocker Spaniel, Basset Hound, Poodle, Shih Tzu ฯลฯ) อากาศถ่ายเทด้านในหูไม่ดีและกักความชื้นง่าย จึงกำเริบโรคหูชั้นนอกบ่อยเป็นพิเศษ การสร้างนิสัยทำให้ด้านในหูแห้งสนิทหลังอาบน้ำ·ว่ายน้ำสำคัญ สุนัขภูมิแพ้โรคหูชั้นนอกอาจแสดงเป็นอาการหนึ่งของภูมิแพ้ หากไม่จัดการสาเหตุพื้นฐานเช่นโรคผิวหนังภูมิแพ้·ภูมิแพ้จากอาหารจะกำเริบต่อเนื่อง หากกำเริบซ้ำหลายครั้งในช่วงเวลาหนึ่งอย่ามองว่าเป็นโรคหูชั้นนอกธรรมดา ควรพิจารณาการตรวจโรคผิวหนังภูมิแพ้·ภูมิแพ้จากอาหารร่วมด้วย ต้องจัดการทั้งการติดเชื้อที่ปรากฏและสาเหตุพื้นฐาน

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ยาทำความสะอาดหูที่บ้านล้างก่อนได้ไหม?
หากมีน้ำเหลืองมากหรือไม่ทราบสภาพเยื่อแก้วหู การใช้ยาทำความสะอาดอาจกระตุ้นไปถึงหูชั้นกลางได้ ส่วนผสมบางชนิดในยาทำความสะอาดเป็นข้อห้ามหากเยื่อแก้วหูทะลุ ดังนั้นเมื่อสงสัยโรคหูชั้นนอกครั้งแรกควรตรวจหู·ป้ายเซลล์ที่คลินิกก่อนใช้ยาทำความสะอาดจึงปลอดภัย
ใช้ยาหูของคนได้ไหม?
ไม่ได้ ส่วนผสมบางชนิดในยาหูคนอาจระคายเคืองเยื่อแก้วหู·ผิวหนังสุนัขมาก และโรคหูชั้นนอกในสุนัขมีเชื้อก่อโรคต่างออกไปจึงไม่มีผล ต้องใช้ยาสำหรับสัตว์เท่านั้น
หูข้างเดียวติดเชื้อต้องรักษาทั้งสองข้างไหม?
โรคจากไรอาจแพร่ไปหูอีกข้างแล้วจึงมักต้องรักษาทั้งสองข้าง โรคจากแบคทีเรีย·ราอาจรักษาเฉพาะข้างที่มีอาการแต่ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสัตวแพทย์
ระยะเวลาการรักษาเป็นอย่างไร?
ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับระดับการอักเสบและการติดเชื้อ โรคหูชั้นนอกเฉียบพลันเล็กน้อยอาจสั้น แต่หากเป็นเรื้อรังเกิน 30 วันหรือติดเชื้อดื้อยาอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์เพิ่มเติม แม้อาการภายนอกหายไปแต่ต้องปฏิบัติตามระยะเวลาที่กำหนดจนกว่าการตรวจกล้องจุลทรรศน์ยืนยันว่าการติดเชื้อและการอักเสบสงบลงอย่างสมบูรณ์สบสงบสนิทจึงจะป้องกันการกำเริบได้
มีวิธีป้องกันไหม?
การทำให้หูแห้งหลังอาบน้ำ การทำความสะอาดหูเป็นประจำ และการใช้ยาถ่ายพยาธิเป็นประจำเพื่อป้องกันไรหูเป็นพื้นฐาน สัตว์ที่มีภูมิแพ้หากจัดการอาหาร·สิ่งแวดล้อมร่วมด้วยจะลดโอกาสกำเริบได้มาก

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

5 อันดับผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพผิวหนังสำหรับสุนัขที่แนะนำในปี 2026

5 อันดับผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพผิวหนังสำหรับสุนัขที่แนะนำในปี 2026

2026 ของว่างสุนัขแพ้แนะนำ TOP 5 — โปรตีนเดี่ยว

2026 ของว่างสุนัขแพ้แนะนำ TOP 5 — โปรตีนเดี่ยว

เปรียบเทียบยาป้องกันปรสิตภายนอก (Bravecto·NexGard·Simparica)

เปรียบเทียบยาป้องกันปรสิตภายนอก (Bravecto·NexGard·Simparica)

แมวอะโครเมกาลี — คู่มือการวินิจฉัยและโรคเบาหวานดื้ออินซูลิน

แมวอะโครเมกาลี — คู่มือการวินิจฉัยและโรคเบาหวานดื้ออินซูลิน

รายชื่อพืชมีพิษต่อสัตว์เลี้ยง — รวมพืชอันตรายในบ้านและสวน พร้อมอาการพิษ

รายชื่อพืชมีพิษต่อสัตว์เลี้ยง — รวมพืชอันตรายในบ้านและสวน พร้อมอาการพิษ

อาการพิษจากสารกำจัดสัตว์ฟันแทะ (ยาเบื่อหนู) ในสุนัขและแมวและวิธีรับมือ

อาการพิษจากสารกำจัดสัตว์ฟันแทะ (ยาเบื่อหนู) ในสุนัขและแมวและวิธีรับมือ

สุนัขเลือดกำเดาไหล·อ่อนแรง — อาการ Ehrlichia และเวลาไปโรงพยาบาล

สุนัขเลือดกำเดาไหล·อ่อนแรง — อาการ Ehrlichia และเวลาไปโรงพยาบาล

สุนัขของคุณมีไข้และตัวเหลืองกะทันหัน — สัญญาณไข้และดีซ่านจากบาเบเซียและการรักษา

สุนัขของคุณมีไข้และตัวเหลืองกะทันหัน — สัญญาณไข้และดีซ่านจากบาเบเซียและการรักษา

สุนัขหายใจหอบและท้องป่อง — สรุปอาการและทางเลือกการรักษาโรคคุชชิงจากต่อมใต้สมอง

สุนัขหายใจหอบและท้องป่อง — สรุปอาการและทางเลือกการรักษาโรคคุชชิงจากต่อมใต้สมอง

ก้อนเนื้อบริเวณฉีดวัคซีนในแมว, เป็นเนื้องอกเนื้อเยื่อพังผืดหรือไม่ — สรุปการรักษาและพยากรณ์โรคตามตำแหน่ง

ก้อนเนื้อบริเวณฉีดวัคซีนในแมว, เป็นเนื้องอกเนื้อเยื่อพังผืดหรือไม่ — สรุปการรักษาและพยากรณ์โรคตามตำแหน่ง

เอกสารอ้างอิง

[1] BSAVA Manual of Canine and Feline Dermatology, 4th Edition, Chapter: Otitis Externa

[2] Principles and Practices of Canine and Feline Clinical Parasitic Diseases, Chapter 7 (Ectoparasites)

[3] Shoorijeh S.J. et al., Seasonal frequency of ectoparasite infestation in dogs, Turkish Journal of Veterinary and Animal Sciences, 2008

[4] 수의피부과학 교과서 — 외이염 감별진단 단원

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.