ถูกใจ
แชร์
멍실장
검사 결과지 약어 사전 - 우리 아이 검사 결과 읽는 법

พจนานุกรมตัวย่อผลตรวจ - วิธีอ่านผลตรวจของลูกน้อย

ภูมิคุ้มกันถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

สรุปตัวย่อภาษาอังกฤษที่ปรากฏในใบผลตรวจของโรงพยาบาลสัตว์ตามประเภทการตรวจเลือด ชีวเคมี ปัสสาวะ และภาพ เพื่อให้เจ้าของเข้าใจได้ พร้อมอธิบายความหมายเมื่ออยู่นอกช่วงปกติ

ตัวย่อผลตรวจคืออะไร?

ภาพประกอบกำลังส่องดูตัวย่อผลตรวจด้วยแว่นขยาย
ตัวย่อผลตรวจคือคำย่อภาษาอังกฤษที่สัตวแพทย์ใช้เพื่อระบุผลการตรวจเลือด ปัสสาวะ และภาพอย่างกระชับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูค่าตัวเลขถัดจาก 'ช่วงอ้างอิง' หากค่าอยู่ในช่วงปกติจะไม่มีเครื่องหมาย H(High) หรือ L(Low) แต่หากเกินช่วงจะเน้นด้วยลูกศรหรือเครื่องหมายดอกจัน(*) ไม่จำเป็นต้องจำตัวย่อทั้งหมด การรู้เพียง 10-15 ตัวที่พบบ่อยก็ทำให้เข้าใจคำอธิบายของสัตวแพทย์ได้ดีขึ้น

ทำไมการที่เจ้าของรู้ตัวย่อจึงดี?

ใบผลตรวจของโรงพยาบาลสัตว์มักพิมพ์ออกมาโดยเน้นตัวย่อภาษาอังกฤษ เมื่อฟังคำอธิบายของสัตวแพทย์ หากเข้าใจทันทีว่า 'อ๋อ นั่นคือค่านี้' จะทำให้ถามคำถามได้ง่ายขึ้น และสะดวกต่อการอ้างอิงในโรงพยาบาลอื่นในภายหลัง โดยเฉพาะสัตว์ที่มีโรคเรื้อรังที่ต้องตรวจซ้ำ การที่เจ้าของติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าด้วยตนเองจะทำให้การจัดการดูแลง่ายขึ้นมาก

ตัวย่อพื้นฐานของการตรวจเลือด(CBC)

CBC(Complete Blood Count) คือการตรวจเลือดพื้นฐานที่สุดที่เรียกว่าการตรวจนับเม็ดเลือดทั้งหมด สามารถตรวจสอบภาวะทั่วไป เช่น ภาวะโลหิตจาง การติดเชื้อ การอักเสบ และภาวะขาดน้ำ ตัวย่อต่อไปนี้มักปรากฏที่ส่วนบนของใบผลตรวจ - WBC: จำนวนเม็ดเลือดขาว — ตัวชี้วัดการติดเชื้อและการอักเสบ - RBC: จำนวนเม็ดเลือดแดง — การวินิจฉัยภาวะโลหิตจาง - HGB/Hb: ฮีโมโกลบิน — ความสามารถในการขนส่งออกซิเจน - HCT/PCV: ปริมาตรเม็ดเลือดแดง — อ้างอิงภาวะขาดน้ำและโลหิตจาง - PLT: เกล็ดเลือด — หน้าที่การห้ามเลือด
ภาพประกอบสัตวแพทย์และสุนัขถือหลอดตรวจเลือด

ตัวย่อหลักและความหมายของการตรวจทางชีวเคมี

รายการชื่อเต็มเป็นค่าที่ดูอะไร?
ALTAlanine Aminotransferaseตัวชี้วัดความเสียหายของเซลล์ตับ
ALPAlkaline Phosphataseเกี่ยวข้องกับตับ ท่อน้ำดี และกระดูก
ASTAspartate Aminotransferaseความเสียหายของตับและกล้ามเนื้อ
BUNBlood Urea Nitrogenการทำงานของไตและภาวะขาดน้ำ
CREACreatinineตัวชี้วัดหลักการทำงานของไต
GLUGlucoseน้ำตาลในเลือด — เบาหวานและน้ำตาลต่ำ
TPTotal Proteinปริมาณโปรตีนทั้งหมด
ALBAlbuminอ้างอิงโภชนาการ ตับ และไต

การที่ค่าเกินช่วงไม่ได้หมายความว่าป่วยทันที อาจเกิดจากอาหาร ความเครียด หรือภาวะขาดน้ำได้ จึงอาจจำเป็นต้องตรวจซ้ำ

ควรทราบตัวย่อการตรวจปัสสาวะด้วย

การตรวจปัสสาวะเป็นการตรวจหลักเพื่อตรวจสอบสถานะของไต กระเพาะปัสสาวะ และตับ ตัวย่อที่พบบ่อยในใบผลตรวจมีดังนี้ - USG(Urine Specific Gravity): ความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ — หน้าที่การเข้มข้นของไต - pH: ความเป็นกรด-ด่าง — การพยากรณ์นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ - PRO: โปรตีน — สงสัยความเสียหายของไต - GLU: น้ำตาล — สงสัยโรคเบาหวาน - KET: คีโตน — ภาวะเบาหวานหรือหิวโหย - BIL: บิลิรูบิน — ปัญหาตับและท่อน้ำดี - RBC/WBC: เม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาว — ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบหรือมีเลือดออก USG(ความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ) คือค่าที่แสดงว่าไตสามารถเข้มข้นปัสสาวะได้ดีเพียงใด ช่วงที่ถือว่าปกติอาจแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เครื่องมือตรวจ และสถานะการรับน้ำของสัตว์ในวันนั้น รวมถึงช่วงอ้างอิงที่โรงพยาบาลแต่ละแห่งใช้ก็อาจแตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นการเปรียบเทียบกับช่วงอ้างอิงที่พิมพ์มาพร้อมกับผลตรวจจึงแม่นยำที่สุด และการดูแนวโน้มจากการตรวจซ้ำสำคัญกว่าค่าเดียว

ระวังหากมี H หรือ L ติดข้างตัวย่อนี้

หากมีเครื่องหมาย H(High) หรือ L(Low) ติดข้าง CREA, BUN, ALT, ALP, GLU และเบี่ยงเบนจากช่วงอ้างอิงมาก อาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงธรรมดา โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นพร้อมกันของ CREA และ BUN อาจบ่งชี้การทำงานของไตลดลง และการเพิ่มขึ้นพร้อมกันของ ALT และ ALP อาจบ่งชี้ปัญหาตับและท่อน้ำดี เป็นสัญญาณว่าจำเป็นต้องตรวจซ้ำและตรวจเพิ่มเติม(ความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ อัลตราซาวนด์ ฯลฯ) ควรถามสัตวแพทย์ว่า 'ค่านี้เปลี่ยนแปลงอย่างไรเมื่อเทียบกับครั้งก่อน'

ตัวย่อที่พบบ่อยในการตรวจภาพและอื่นๆ

ในการตรวจภาพและการตรวจพิเศษก็มีตัวย่อออกมาจำนวนมาก - X-ray/RAD: การถ่ายภาพรังสี - US/USG: การตรวจอัลตราซาวนด์ - CT: การตรวจซีทีสแกน - MRI: การตรวจเอ็มอาร์ไอ - ECG/EKG: การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ - T4: ฮอร์โมนไทรอยด์ - SDMA: ตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของไต - cPL/fPL: เอนไซม์ไลเปสตับอ่อนในสุนัขและแมว - 4DX: การตรวจคัดกรองการติดเชื้อที่ส่งผ่านโดยพยาธิหัวใจและเห็บ SDMA เป็นตัวชี้วัดที่ดูร่วมกันเมื่อประเมินการทำงานของไต และปัจจุบันมักถูกเพิ่มเข้าไปในรายการตรวจสุขภาพสัตว์วัยชรา อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยสถานะไตจากค่าเดียวไม่แม่นยำเท่าการตีความโดยสังเคราะห์ค่าไตอื่นๆ เช่น CREA และ BUN ความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ(USG) และอาการของสัตว์ การตรวจซ้ำเพื่อดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงก็สำคัญเช่นกัน
ภาพประกอบสัตวแพทย์และแมวกำลังตรวจสอบผลตรวจภาพ

3 สิ่งที่ต้องจำเมื่ออ่านใบผลตรวจ

ประการแรก ช่วงอ้างอิงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามโรงพยาบาลและเครื่องมือตรวจ อย่าเปรียบเทียบเพียงตัวเลขกับใบผลตรวจของโรงพยาบาลอื่น ประการที่สอง 'แนวโน้ม' สำคัญกว่าค่าผิดปกติครั้งเดียว ต้องตรวจซ้ำทุกสัปดาห์หรือเดือนเพื่อดูแนวโน้ม ประการที่สาม ค่าอาจเปลี่ยนแปลงตามสถานะของสัตว์เลี้ยง(อาหาร ความเครียด การออกกำลังกาย ภาวะขาดน้ำ) ดังนั้นต้องแจ้งสภาพร่างกายก่อนตรวจให้สัตวแพทย์ทราบเสมอ

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

หากมีเครื่องหมาย H หรือ L เพียงตัวเดียวในใบผลตรวจ ต้องกลับไปโรงพยาบาลทันทีหรือไม่?
ไม่จำเป็น ค่าที่เบี่ยงเบนเล็กน้อยอาจเกิดจากอาหาร ความเครียด หรือภาวะขาดน้ำได้ แต่หากค่าที่สัมพันธ์กับอวัยวะโดยตรง เช่น CREA และ ALT มีเครื่องหมาย H หรือหลายรายการเกินช่วงพร้อมกัน แนะนำให้ตรวจซ้ำใน 2-4 สัปดาห์
สุนัขและแมวใช้ตัวย่อเดียวกันแต่ช่วงปกติต่างกันหรือไม่?
ใช่ ต่างกัน รายการเช่นความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ(USG) หรือ ALP และ ALT อาจมีช่วงอ้างอิงต่างกันตามสายพันธุ์ นอกจากนี้ แม้แต่สายพันธุ์เดียวกัน มาตรฐานก็อาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามโรงพยาบาลและเครื่องมือตรวจ ดังนั้นต้องดูช่วงอ้างอิงที่พิมพ์มาพร้อมกับใบผลตรวจเสมอ
SDMA และ CREA ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองเป็นค่าที่ดูร่วมกันเมื่อประเมินการทำงานของไต CREA(ครีเอตินิน) ถูกใช้เป็นค่าหลักของการทำงานของไตมานานแล้ว ส่วน SDMA เป็นค่าที่เริ่มถูกเพิ่มเข้าไปในการตรวจสุขภาพเมื่อไม่นานมานี้ การวินิจฉัยจากค่าใดค่าหนึ่งเพียงอย่างเดียวไม่แม่นยำเท่าการดูทั้งสองค่าร่วมกับความถ่วงจำเพาะของปัสสาวะ(USG) และอาการร่วมกัน และการตรวจซ้ำเพื่อดูแนวโน้มก็สำคัญ ใช้ร่วมกันในการตรวจสุขภาพสุนัขและแมวสูงวัยสาวะ(USG) และอาการ การตรวจซ้ำเพื่อดูแนวโน้มก็สำคัญเช่นกัน มักใช้ร่วมกันในการตรวจสุขภาพสุนัขและแมววัยชรา
การตรวจ 4DX ตรวจสอบอะไร?
เป็นการตรวจคัดกรองแอนติบอดีที่ตรวจสอบโรคติดเชื้อที่แพร่กระจายโดยพยาธิหัวใจและเห็บ(เช่น โรคไลม์ โรคเออร์ลิคชิโอซิส ฯลฯ) ในคราวเดียว หากป้องกันปรสิตภายนอกอย่างสม่ำเสมอ ควรตรวจปีละ 1 ครั้ง หากเคยขาดการป้องกัน อาจตรวจบ่อยขึ้นตามดุลยพินิจของสัตวแพทย์
ควรถ่ายรูปใบผลตรวจเก็บไว้หรือไม่?
ใช่ ควรเก็บไว้เสมอ สามารถเปรียบเทียบค่าก่อนหน้าเมื่อเปลี่ยนโรงพยาบาลหรือในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งช่วยในการวินิจฉัยได้มาก การจดบันทึกวันที่ ชื่อโรงพยาบาล และเหตุผลในการตรวจไว้ด้วยจะดีกว่า

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Villiers, E., Ristic, J., BSAVA Manual of Canine and Feline Clinical Pathology, 3rd Edition, 2016

[2] Thrall, M.A. et al., Veterinary Hematology and Clinical Chemistry, 3rd Edition, 2022

[3] Chew, D.J., DiBartola, S.P., Schenck, P., Canine and Feline Nephrology and Urology, 2nd Edition, 2011

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.