โรคจอประสาทตาเสื่อมในสุนัขเป็นภาวะที่การมองเห็นค่อยๆ ลดลงเนื่องจากวัยชราหรือปัจจัยทางพันธุกรรม เราสรุปข้อมูลสำคัญที่เจ้าของควรรู้ไว้ให้แล้ว



สัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ทันที
หากการมองเห็นลดลงอย่างกะทันหัน หรือตาแดง หรือมีน้ำตาไหลมาก ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที โดยเฉพาะหากภายในไม่กี่วันไม่สามารถมองเห็นด้านหน้าและหลงทางอย่างรุนแรง อาจเป็นภาวะฉุกเฉินเช่นโรคจอประสาทตาเสื่อมแบบเฉียบพลันที่ได้มาภายหลัง (SARDS) และมีความเป็นไปได้ของต้อกระจก ต้อหิน หรือการลอกของจอประสาทตา จึงจำเป็นต้องมีการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว



| รายการ | อาการหลัก | วิธีการจัดการ |
|---|---|---|
| ระยะเริ่มต้น (รูม่านตาขยายใหญ่และการมองเห็นในเวลากลางคืนลดลง) | รูม่านตาขยายใหญ่และเดินไม่มั่นคงในที่มืด | รักษาสภาพแวดล้อมให้คงที่และใช้แสงสว่างเสริมในเวลากลางคืน |
| ระยะกลาง (ลานสายตาแคบลง) | ชนสิ่งกีดขวางบ่อยและหาประตูไม่เจอ | ยึดเฟอร์นิเจอร์และติดป้ายเตือนขอบเขตเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ |
| ระยะหลัง (การมองเห็นลดลงอย่างรุนแรง/ตาบอด) | ตอบสนองช้าและรับรู้สภาพแวดล้อมได้ยาก | นำทางด้วยเสียงและการสัมผัสควบคู่กับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ |
โรคจอประสาทตาเสื่อมทางพันธุกรรมอาจนำไปสู่การตาบอดในที่สุด ดังนั้นการปรับสภาพแวดล้อมตามระยะและการตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงสำคัญ ผลิตภัณฑ์ต้านอนุมูลอิสระอาจชะลอการดำเนินโรคได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการตาบอดได้

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Ettinger SJ, Feldman EC, Côté E. Textbook of veterinary internal medicine: diseases of the dog and the cat. 8th ed. St. Louis, MO: Elsevier; 2017.
[2] Maggs DJ. Third eyelid. In: Maggs DJ, Miller PE, Ofri R, Slatter D. Veterinary ophthalmology. 5th ed. Oxford: Blackwell Publishing; 2017.
[3] Clinical Atlas of Canine and Feline Ophthalmic Disease, 2nd Ed. Wiley-Blackwell; 2015.