การกำจัดหมัดในสิ่งแวดล้อมภายในบ้านของแมวไม่ใช่แค่การรักษาตัวแมว แต่ต้องทำความสะอาดและป้องกันทุกพื้นที่ในบ้านจึงจะสำเร็จ เราสรุปข้อมูลสำคัญที่เจ้าของต้องรู้ไว้ให้แล้ว



เมื่อหมัดแพร่กระจายในบ้าน ไม่เพียงแต่แมวเท่านั้นที่ติดเชื้อ แต่คนก็ติดเชื้อได้เช่นกัน
หมัดแมวสามารถกัดโฮสต์หลากหลายรวมถึงมนุษย์ และเมื่อถูกกัดอาจทำให้เกิดอาการคันและจุดแดง สิ่งที่ต้องระวังมากขึ้นคือหมัดสามารถนำโรคได้ หากคนกลืนหมัดโดยไม่ได้ตั้งใจอาจติดเชื้อพยาธิตัวตืด (Dipylidium caninum) ที่หมัดนำพา โดยเฉพาะเด็กต้องระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้หมัดยังสามารถเป็นพาหะของเชื้อโรคหลายชนิดที่ส่งต่อระหว่างคนและสัตว์ ดังนั้นเมื่อพบหมัดต้องดำเนินการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม การรักษาแมว และการรักษาสัตว์ที่อยู่ร่วมกันพร้อมกัน หมัดของแมวสามารถอยู่ในบ้านได้นาน หากปล่อยทิ้งไว้ความเสี่ยงต่อคนอาจเพิ่มขึ้น


| รายการ | รูปแบบการใช้ | ลักษณะเด่น | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| แบบหยดบนคอ (spot-on) | ใช้โดยหยดบนผิวหนังด้านหลังคอ | ใช้สำหรับกำจัดตัวเต็มวัยของหมัด | ใช้ตามน้ำหนักตัว การอาบน้ำด้วยแชมพูยาบ่อยอาจลดประสิทธิภาพ |
| แบบรับประทาน | รูปแบบรับประทาน | ใช้สำหรับกำจัดตัวเต็มวัยของหมัด | ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สัตวแพทย์แนะนำตามน้ำหนักตัว |
| แบบปลอกคอ | สวมที่คอและใช้ต่อเนื่อง | สารออกฤทธิ์ค่อยๆ ปล่อยออกมา | ประสิทธิภาพอาจลดลงเมื่อเปียกน้ำ |
ระยะเวลาต่อเนื่องแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์ ดังนั้นให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่สัตวแพทย์แนะนำ และปรับปริมาณการใช้ตามน้ำหนักตัว เพื่อป้องกันการบุกรุกซ้ำควรจัดการอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน
การรับประทานยาเกินขนาดระหว่างกำจัดหมัดแมวอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง
ยาสำหรับกำจัดหมัดแมวต้องปรับขนาดยาตามน้ำหนักตัว หากใช้เกินขนาดอาจเกิดผลข้างเคียงเช่น อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย โดยเฉพาะแมวอายุน้อยหรือแมวชราอาจไวต่อผลข้างเคียง ดังนั้นการใช้ตามคำสั่งของสัตวแพทย์จึงสำคัญ หากมีอาการผิดปกติหลังใช้ยาต้องไปโรงพยาบาลทันที

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] BSAVA Manual of Canine and Feline Dermatology, 4th Ed, 2003
[2] Thiemann T, Fielden LJ, Kelrick MI (2003) Water uptake in the cat flea Ctenocephalides felis. Journal of Insect Physiology 49, 1085-1092
[3] Shaw SE, Kenny MJ, Tasker S et al. (2004) Pathogen carriage by the cat flea Ctenocephalides felis in the United Kingdom. Veterinary Microbiology 102, 183-186