แนะนำวิธีหยอดยาหูของสุนัขและแมวเป็นขั้นตอน พร้อมสรุปรอบการหยอดตามอาการและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย


สิ่งที่ห้ามทำโดยเด็ดขาด
การสอดไม้พันสำลีเข้าไปลึกในช่องหูจะดันสิ่งคัดหลั่งเข้าหาเยื่อแก้วหู และอาจทำให้โรคหูชั้นกลางอักเสบรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ หากเยื่อแก้วหูได้รับความเสียหาย ส่วนประกอบของยาปฏิชีวนะบางชนิดอาจเข้าสู่หูชั้นในและทำให้เกิดความผิดปกติทางการได้ยินหรือการทรงตัว หากสัตว์เลี้ยงแสดงพฤติกรรมผิดปกติใหม่ เช่น เอียงศีรษะอย่างรุนแรงหรือหันไปด้านใดด้านหนึ่ง ให้หยุดหยอดยาทันทีและติดต่อสถานพยาบาลสัตว์

| รายการ | หูชั้นนอกอักเสบจากแบคทีเรีย | ยีสต์ (Malassezia) | ไรในหู |
|---|---|---|---|
| จำนวนครั้งที่ให้ยา | วันละ 1~2 ครั้ง | วันละ 1~2 ครั้ง | วันละ 1 ครั้ง หรือชนิดออกฤทธิ์นาน (ทุก 2 สัปดาห์ เป็นต้น) |
| ระยะเวลารักษา | 14~30 วัน | 14~21 วัน | 4~12 สัปดาห์ (แล้วแต่ยา) |
| ความถี่การล้างหู | 1 ครั้ง ทุก 2~3 วัน | 1 ครั้ง ทุก 2~3 วัน | สัปดาห์ละ 1~2 ครั้ง |
| กำหนดการตรวจติดตาม | หลัง 2 สัปดาห์ (จากนั้นทุก 2 สัปดาห์) | หลัง 2 สัปดาห์ | หลัง 2~4 สัปดาห์ |
ตำราสัตวแพทยศาสตร์แนะนำให้ตรวจติดตามทุก 2 สัปดาห์และตรวจ cytology เพื่อยืนยันการดีขึ้นและสิ้นสุดการรักษา สัตวแพทย์จะปรับตามสาเหตุและความรุนแรง ห้ามขยายหรือย่นระยะเวลาเองโดยพลการ
สัญญาณที่ต้องกลับไปพบสัตวแพทย์ทันที
• หยอดยามาแล้ว 3–5 วันแต่อาการคันและสิ่งคัดหลั่งไม่ลดลง • มีสิ่งคัดหลั่งปนเลือดออกจากหู • เอียงศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่งอย่างกะทันหัน หรือทรงตัวไม่ได้ • บริเวณที่หยอดยามีรอยแดงมาก บวม หรือแสดงอาการเจ็บปวด • ดูเหมือนการได้ยินลดลง สัญญาณเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาที่หูชั้นกลางหรือหูชั้นใน หรือผลข้างเคียงจากยา อย่าหยุดยาโดยพลการ ให้ติดต่อสถานพยาบาลสัตว์ทันที

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] BSAVA Manual of Canine and Feline Dermatology, 4th Edition — Otitis Externa Chapter
[2] Feline Emergency and Critical Care Medicine, 2nd Edition — Otitis Media Management
[3] The Cat, Clinical Medicine and Management, 2nd Edition — Ear Disease
[4] Tom LW (2000). Ototoxicity of common topical antimycotic preparations. Laryngoscope 110, 509-516