ถูกใจ
แชร์
멍실장
약 먹이기 요령과 투약 보조 용품 총정리

การให้ยาสุนัข ทำไมถึงยากนัก — เทคนิคให้ยาเม็ดและยาผงอย่างง่ายดาย

ภูมิคุ้มกันถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

การให้ยาเป็นหนึ่งในงานที่เจ้าของรู้สึกยากที่สุด รวบรวมเทคนิคตามสถานการณ์และวิธีใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ขนมซ่อนยา อุปกรณ์ป้อนยา และการห่อด้วยขนม

การให้ยาคืออะไร? เริ่มจากเทคนิคสำคัญ

ภาพเจ้าของกำลังเตรียมยาและอุปกรณ์ช่วยในการให้ยา
การให้ยาคือพฤติกรรมการป้อนยาของเจ้าของที่ทำให้สุนัขและแมวกลืนยาที่รับประทานได้ เช่น ยาเม็ด ยาผง และยาน้ำเชื่อม ในปริมาณและเวลาที่ถูกต้อง สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือ 'การทำให้กลืนโดยไม่คายออก' การใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น ขนมซ่อนยา จะเพิ่มอัตราความสำเร็จได้อย่างมาก หัวใจสำคัญคือการเลือกวิธีที่เหมาะกับประเภทยาและนิสัยของสัตว์เลี้ยง

ทำไมการให้ยาจึงยาก?

สุนัขและแมวมีความต้านทานตามธรรมชาติต่อการให้ยาทางปาก และมักปฏิเสธการกลืนเมื่อรับรู้กลิ่นหรือเนื้อสัมผัสของยา โดยเฉพาะแมวที่ไวต่อความรู้สึกของสิ่งแปลกปลอมในปาก จึงอาจคายออกทันทีเมื่อมีอะไรใส่เข้าไป หากเกิดความวิตกกังวล ความกลัว และความเครียดสะสมจากการให้ยาที่ล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า สภาวะทางอารมณ์เหล่านี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่าใด สัตว์เลี้ยงก็ยิ่งตอบสนองต่อยาช้าลง และอาจต้องเพิ่มขนาดยาเพื่อให้ได้ผลเหมือนเดิม ซึ่งกลับเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง ดังนั้นจึงสำคัญมากที่จะรักษาสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในสภาวะผ่อนคลาย และเข้าหาอย่างสงบพร้อมกลยุทธ์ที่มุ่งสู่ความสำเร็จตั้งแต่การพยายามครั้งแรก

เทคนิคพื้นฐานการให้ยาแยกตามรูปแบบยา

วิธีการแตกต่างกันตามรูปแบบของยา - ยาเม็ด: ซ่อนไว้ในขนมหรือวางไว้ลึกๆ บริเวณโคนลิ้นแล้วปิดปาก - แคปซูล: ใช้วิธีเดียวกับยาเม็ด แต่ห้ามหักหรือแกะ ต้องให้ทั้งเม็ด (ระวังการทำลายเคลือบแบบออกฤทธิ์นาน) - ยาผง: ผสมในอาหารเปียกหรือขนมในปริมาณน้อยเพื่อเพิ่มความน่ากิน - ยาน้ำเชื่อมและยาน้ำ: ใช้อุปกรณ์ป้อนยา (ทรงกระบอกฉีดยา) ค่อยๆ ฉีดเข้าทางซอกฟันด้านข้างของแก้ม ห้ามยกจมูกขึ้นหรือบังคับเงยคอเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ยาเข้าหลอดลมได้

การเปรียบเทียบอุปกรณ์ช่วยในการให้ยา

รายการขนมซ่อนยาที่ป้อนยาทางปากที่บดยา
การใช้งานหลักซ่อนยาเม็ด·แคปซูลให้ยาน้ำ·ยาผงบด·ผ่าครึ่งยาเม็ด
ความยากในการใช้งานง่ายปานกลางง่าย
ความเหมาะสมสำหรับสุนัขสูงปานกลางสูง
ความเหมาะสมสำหรับแมวปานกลางสูงสูง
ช่วงราคาโดยประมาณ5,000~12,000 วอน3,000~8,000 วอน3,000~7,000 วอน

ราคาอ้างอิงจากราคาจำหน่ายที่คลินิกสัตว์·ร้านอุปกรณ์สัตว์เลี้ยงทั่วไป ราคาอาจแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์

วิธีใช้ขนมซ่อนยา (การห่อด้วยขนม)

ขนมซ่อนยาคือขนมนุ่มที่มีโพรงข้างในเหมาะสำหรับบรรจุยา วิธีที่เจ้าของนิยมใช้คือ 'วิธีขนมสามชิ้น (ขนมต่อเนื่อง)' ตามลำดับดังนี้ 1. ให้ขนมซ่อนยาเปล่า 1 ชิ้นก่อน เพื่อให้รู้จักว่าเป็น 'ขนมอร่อย' 2. ให้ขนมที่ซ่อนยาเป็นชิ้นที่สอง ← ลำดับสำคัญ 3. ตามด้วยขนมเปล่าอีก 1 ชิ้นทันที (รวม 3 ชิ้น ให้ต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว) ให้เป็นจังหวะเหมือนนับเลข สัตว์เลี้ยงจะคาดเดาขนมชิ้นต่อไปและลดการต่อต้านลง หากฝึกให้ขนมเปล่าไว้ล่วงหน้าในช่วงที่ไม่ต้องให้ยา การให้ยาจริงจะง่ายขึ้นมาก แมวมักระแวง ให้ซ่อนยาไว้ตรงกลางขนมให้มิดชิด และทำชิ้นเล็กเพื่อให้กลืนแทนการเคี้ยว สามารถใช้ชีสหรือเนื้ออกไก่ต้มแทนได้
ภาพการซ่อนยาเม็ดไว้ในขนมซ่อนยาแล้วมอบให้สุนัข

อาหารที่ห้ามให้พร้อมกับยาเด็ดขาด

องุ่น ไซลิทอล ช็อกโกแลต หัวหอม และกระเทียม สามารถทำให้เกิดพิษได้แม้ในปริมาณน้อย การผสมยาเข้ากับอาหารเหล่านี้เพื่อซ่อนยาอาจก่อให้เกิดภาวะฉุกเฉินโดยไม่เกี่ยวกับฤทธิ์ของยา นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จากนมยังขัดขวางการดูดซึมยาปฏิชีวนะบางชนิด (กลุ่ม Tetracycline และ Quinolone) เนื่องจากข้อจำกัดด้านอาหารแตกต่างกันในแต่ละยา จึงควรสอบถามสัตวแพทย์เมื่อรับใบสั่งยาว่า 'สามารถซ่อนยาในขนมชนิดใดได้บ้าง?'

วิธีใช้อุปกรณ์ป้อนยาสำหรับแมว (ยาน้ำ)

สำหรับแมวบางตัว ยาน้ำอาจง่ายกว่ายาเม็ดเมื่อเปรียบเทียบกัน 1. ให้แมวนั่งบนตักหรือบนโต๊ะแล้วโอบกอดเบาๆ จากด้านหลัง 2. สอดปลายอุปกรณ์ป้อนยาเข้าไปในซอกแก้มด้านหลังเขี้ยวเบาๆ 3. แบ่งฉีด 2-3 ครั้ง อย่างช้าๆ (ฉีดทีเดียวอาจทำให้สำลัก) 4. หลังฉีดแล้ว ลูบเบาๆ บริเวณใต้คอเพื่อกระตุ้นการกลืน หากต่อต้านมาก ให้ห่อตัวด้วยผ้าขนหนูเบาๆ เพื่อตรึงขาหน้า ห้ามเงยหัวขึ้น
ภาพการค่อยๆ ฉีดยาน้ำให้แมวด้วยอุปกรณ์ป้อนยา

สิ่งที่ต้องตรวจสอบหลังให้ยา

การให้ยาแล้วไม่ใช่จบเพียงแค่นั้น ต้องสังเกตอยู่ 1-2 นาทีหลังให้ยา - ตรวจสอบการกลืน: หากเห็นสัตว์เลี้ยงใช้ลิ้นเลียจมูกหรือกลืนน้ำลาย ถือว่าผ่าน - ตรวจสอบการคาย: ตรวจบริเวณโดยรอบว่าไม่มีการคายยาบนพรมหรือหมอน - สังเกตผลข้างเคียง: หากมีอาการอาเจียน ท้องเสีย หรือน้ำลายไหลมากผิดปกติ ให้ติดต่อโรงพยาบาลสัตว์ โดยเฉพาะหลังให้ยาเม็ดหรือแคปซูล ควรให้อาหารเล็กน้อยหรือฉีดน้ำเพียงสองสามมิลลิลิตรด้วยอุปกรณ์ป้อนยาอย่างระมัดระวัง เพื่อช่วยให้ยาไหลลงถึงกระเพาะโดยไม่ติดค้างที่หลอดอาหาร ยาเม็ดที่กลืนแบบแห้งและค้างอยู่ในหลอดอาหารอาจก่อให้เกิดการระคายเคือง นอกจากนี้ยาแต่ละชนิดมีเวลาการรับประทานที่แตกต่างกัน บางชนิดต้องให้พร้อมอาหาร บางชนิดต้องให้ขณะท้องว่าง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำ 'ก่อนอาหาร/หลังอาหาร' บนใบสั่งยาอย่างเคร่งครัด

สถานการณ์ที่ต้องปรึกษาสัตวแพทย์

หากสัตว์เลี้ยงคายยาออกซ้ำๆ หรือคาบยาแล้ววิ่งหนี ห้ามบังคับให้ยาอย่างรุนแรง เพราะหากความไว้วางใจระหว่างสัตว์เลี้ยงกับเจ้าของสูญเสียไป การรักษาระยะยาวจะยิ่งยากขึ้น นอกจากนี้ ยาเม็ดแบบออกฤทธิ์นานและยาเม็ดเคลือบลำไส้ ห้ามหักหรือบดเด็ดขาด เพราะการทำลายเคลือบจะทำให้อัตราการดูดซึมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง หากการให้ยาล้มเหลวซ้ำๆ วิธีแก้ปัญหาที่เร็วที่สุดคือปรึกษาสัตวแพทย์ว่ามียาในรูปแบบที่น่ากิน เช่น 'เม็ดเคี้ยว' หรือ 'ยาน้ำ' ที่มีส่วนประกอบเดียวกันหรือไม่

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

สัตว์เลี้ยงคายยาออกมา ต้องให้ใหม่หรือไม่?
หากยาที่คายออกมายังอยู่ในสภาพเดิมเกือบสมบูรณ์ สามารถลองให้ใหม่ได้ แต่หากยาละลายในน้ำลายหรือแตกสลายแล้ว หรือไม่ทราบว่าอมยาไว้นานแค่ไหน อาจมีการดูดซึมไปบ้างแล้ว ในกรณีนี้ห้ามให้ยาซ้ำเองโดยพลการ ให้โทรปรึกษาสัตวแพทย์ที่สั่งยาเพื่อรับคำแนะนำ
สามารถหักยาเม็ดก่อนให้ได้หรือไม่?
ยาเม็ดทั่วไปสามารถหักครึ่งหรือบดด้วยที่บดยาได้ แต่ 'ยาเม็ดออกฤทธิ์นาน' 'ยาเม็ดเคลือบลำไส้' และ 'แคปซูล' ห้ามหักเด็ดขาด เพราะการทำลายเคลือบจะทำให้ยาถูกปล่อยออกมาพร้อมกันและเกิดผลข้างเคียงได้ เมื่อรับใบสั่งยาควรยืนยันว่า 'ยานี้หักได้หรือไม่?'
สามารถให้ยาหลายชนิดพร้อมกันได้หรือไม่?
ยาที่สั่งให้ใช้ร่วมกันในใบสั่งยาสามารถให้พร้อมกันได้ แต่หากเจ้าของผสมอาหารเสริมหรือยาจากคลินิกอื่นเองโดยพลการ อาจเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาทำให้ประสิทธิภาพลดลงหรือเกิดพิษได้ แจ้งสัตวแพทย์ถึงยาและอาหารเสริมทุกชนิดที่สัตว์เลี้ยงกำลังได้รับเพื่อตรวจสอบปฏิกิริยา
หากไม่มีขนมซ่อนยา จะใช้ขนมอะไรแทนได้บ้าง?
เนื้ออกไก่ต้ม ครีมชีส มันเทศบด และเนยไม่ใส่เกลือในปริมาณน้อย ล้วนเป็นตัวเลือกที่ดี มีเนื้อสัมผัสนุ่มทำให้ห่อยาได้ง่ายและสัตว์เลี้ยงชอบ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์จากนมเข้ากันไม่ได้กับยาปฏิชีวนะบางชนิด จึงควรตรวจสอบว่ายาที่สั่งอยู่ในกลุ่มใดก่อน
จะฝึกสัตว์เลี้ยงให้กินยาได้อย่างไร?
ฝึก 'การให้ขนม' เป็นประจำด้วยการให้ขนมซ่อนยาเปล่าหรือขนมธรรมดา แม้ในช่วงที่ไม่ต้องให้ยา การฝึกกิจวัตร 'อ้าปาก-กลืน' ด้วยการเสริมแรงทางบวกจะช่วยลดการต่อต้านเมื่อให้ยาจริงได้มาก การฝึกซ้ำในช่วงเวลาสั้นๆ วันละ 1-2 ครั้งให้ผลดี

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Plumb, D.C., Plumb's Veterinary Drug Handbook, 9th Ed, 2018

[2] Ettinger, S.J. et al., Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th Ed, 2017

[3] Little, S.E., The Cat: Clinical Medicine and Management, 2012

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.