การจามของสุนัขเป็นปกติหากเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่หากจามติดต่อกัน มีน้ำมูกเปลี่ยนสีหรือมีเลือดกำเดาไหล แสดงถึงสัญญาณโรคระบบทางเดินหายใจส่วนบน รวมรายการตรวจสอบอาการตามสาเหตุ เกณฑ์ที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที และวิธีดูแลที่บ้านตามขั้นตอน

| รายการ | อาการหลัก | การจัดการที่แนะนำ |
|---|---|---|
| อาการเล็กน้อย | จามเป็นครั้งคราว น้ำมูกใส ความอยากอาหารและแรงปกติ | สังเกตอาการ 1-2 วัน |
| อาการปานกลาง | จามบ่อย น้ำมูกสีเหลืองหรือเขียว มีอาการไอหรือขี้ตาไหลร่วมด้วย | ไปโรงพยาบาลสัตว์โดยเร็ว |
| ฉุกเฉิน | เลือดกำเดาไหล น้ำมูกมีเลือดปน หายใจลำบาก อ่อนเพลียและสูญเสียความอยากอาหารอย่างสมบูรณ์ | ไปโรงพยาบาลทันที |
หากอาการคงอยู่เกินหลายวันหรือรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้ไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่คำนึงถึงระดับ

หากมีอาการเหล่านี้ ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากมีเลือดกำเดาไหลหรือน้ำมูกที่มีเลือดปน ต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที หากหายใจผิดปกติ หายใจเร็วและหอบ หรือเปิดปากหายใจอย่างลำบาก กรณีเหงือกซีดหรือมีสีฟ้า (ภาวะเขียวคล้ำ), กรณีอ่อนเพลียอย่างฉับพลันหรือยืนไม่ไหว ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน สัญญาณการหายใจลำบากเหล่านี้ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ชักช้า และห้ามอุดจมูกหรือพยายามล้างจมูกเองที่บ้าน


สุนัขพันธุ์เล็กและสุนัขชราอาจมีอาการรุนแรงขึ้นได้เร็วกว่า
สุนัขพันธุ์เล็กหรือสุนัขชราต้องสังเกตอาการจามอย่างใกล้ชิดกว่า แม้จะเป็นการจามแบบเดียวกัน สุนัขชราอาจมีสาเหตุจากโรคอื่นเช่นหลอดลมอักเสบเรื้อรังหรือเนื้องอกมากกว่าสุนัขอ่อนวัย จึงอาจไม่ใช่การติดเชื้อธรรมดา นอกจากนี้ในสุนัขพันธุ์เล็ก ปัญหาทางโครงสร้างของทางเดินหายใจเช่นหลอดลมหย่อนอาจทำให้อาการไอและระบบทางเดินหายใจรุนแรงขึ้น ดังนั้นหากสุนัขพันธุ์เล็กหรือสุนัขชราจามติดต่อกันหลายวันหรือดูหายใจลำบาก ควรไปโรงพยาบาลโดยไม่ลังเล


สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Nelson, R.W. & Couto, C.G., Small Animal Internal Medicine, 5th edition, Elsevier, 2014
[2] Ettinger, S.J., Feldman, E.C. & Côté, E., Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th edition, Elsevier, 2017
[3] Cohn, L.A., Canine Nasal Disease, Veterinary Clinics of North America: Small Animal Practice, 44(1), 2014
[4] Syring, R.S. et al., The Veterinary Workbook of Small Animal Clinical Cases, Case 43: Upper Respiratory Infection, Wiley-Blackwell, 2021