โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบในสุนัขเป็นโรคอันตรายที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ลิ้นหัวใจและทำให้เกิดการอักเสบ การค้นพบแต่เนิ่นๆ และการรักษาที่เหมาะสมจะเป็นตัวกำหนดอัตราการรอดชีวิต



สัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ทันที
หากมีอาการหายใจลำบากอย่างรุนแรง ล้มลงกะทันหัน หรือการเต้นของหัวใจเร็วขึ้นมากหรือไม่สม่ำเสมอ ต้องไปโรงพยาบาลทันที นี่เป็นสัญญาณว่าการทำงานของหัวใจแย่ลงอย่างรวดเร็วหรือเริ่มเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว หากการรักษาช้าอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากเจ้าของตัดสินใจเองได้ยาก การส่งตัวไปยังศูนย์ฉุกเฉินใกล้ที่สุดทันทีจะปลอดภัยที่สุด



| รายการ | อาการหลัก | วิธีการรักษา | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ระยะเริ่มต้น | ไข้เรื้อรัง เบื่ออาหาร | เริ่มยาปฏิชีวนะ ตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจ | ปฏิบัติตามกฎการกินยา ตรวจเป็นประจำ |
| ระยะกลาง | หายใจลำบาก อ่อนเพลียเพิ่มขึ้น | ปรับยาปฏิชีวนะ เพิ่มยารักษาภาวะหัวใจล้มเหลว | จำกัดกิจกรรม ติดตามน้ำหนัก |
| ระยะฟื้นตัว | อาการบรรเทาน้ำหนักฟื้นตัว | ลดยาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตรวจติดตามเป็นประจำ | ป้องกันการติดเชื้อ เพิ่มการดูแลช่องปาก |
ระยะเวลาการรักษาอาจแตกต่างกันไปตามสถานะของแต่ละตัว ต้องปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อปรับแต่ง
ข้อควรระวัง
ระหว่างการรักษาโรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ ต้องหลีกเลี่ยงการติดเชื้ออื่นและดูแลสุขภาพช่องปากอย่างละเอียด ปัญหาฟันเป็นเส้นทางหลักที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายไปยังหัวใจ ดังนั้นการทำความสะอาดฟันเป็นประจำจึงจำเป็น นอกจากนี้ระหว่างการใช้ยาปฏิชีวนะอาจเกิดผลข้างเคียงได้ หากมีอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย หรือเบื่ออาหาร ต้องแจ้งสัตวแพทย์ทันที

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Kaplan JL, Stern JA. Canine Cardiomyopathy. In: Small Animal Critical Care Medicine, 3rd Ed. Elsevier, 2020.
[2] Freid KJ, Freeman LM, Rush JE, et al. Retrospective study of dilated cardiomyopathy in dogs. J Vet Intern Med. 2020;35(1):58–67.
[3] Adler Y, Charron P, Imazio M, et al. 2015 ESC Guidelines for the diagnosis and management of pericardial diseases. Eur Heart J. 2015;36(34):2921–2964.