ไรหูในสุนัขอาจทำให้เกิดอาการคันและรังแคในหู การตรวจพบแต่เนิ่นๆ และการรักษาที่เหมาะสมมีความสำคัญ



สัญญาณที่ต้องไปพบแพทย์ทันที
หากสุนัขเกาหูต่อเนื่อง มีกลิ่นจากหู หรือหูบวมและแสดงอาการปวด ควรปรึกษาแพทย์สัตว์ทันที อาจเป็นไรหูหรือการติดเชื้อแบคทีเรียและมาลาเซเซียรอง หรือหูชั้นนอกอักเสบ หากปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่การติดเชื้อรองหรือหูชั้นนอกอักเสบเรื้อรัง


| รายการ | ส่วนประกอบหลัก | รอบการใช้งาน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| ยาแบบสปอตออน | เซลลาเมกติน·โมซิเดกติน | ให้ยา 3 ครั้งห่างกัน 2 สัปดาห์ | ใช้ตามน้ำหนักตามคำสั่งแพทย์สัตว์ |
| ยาหยอดหู | ไอเวอร์เมกติน (เช่น อะคาเร็กซ์) | ให้ยาซ้ำทุก 3-4 สัปดาห์ ตามความจำเป็น | หยอดหลังทำความสะอาดหู ระวังในสัตว์เล็ก |
| กลุ่มไอโซซาโซลิน | ฟลูราลาเนอร์ ฯลฯ | ให้ยาแบบรับประทานหรือสปอตออน | เลือกตามน้ำหนักหลังวินิจฉัยแพทย์สัตว์ |
การเลือกยาขึ้นอยู่กับวินิจฉัยของแพทย์สัตว์ น้ำหนักและสุขภาพของสุนัข


สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] BSAVA Manual of Canine and Feline Dermatology, 4th Ed. (2023). BSAVA Publications.
[2] Principles and Practices of Canine and Feline Clinical Parasitic Diseases. (2008). Shoorijeh et al., Turkish Journal of Veterinary and Animal Sciences.
[3] Plumb's Veterinary Drug Handbook, 9th Ed. (2022). Wiley-Blackwell.