สรุปข้อมูลที่ผู้เลี้ยงควรรู้เกี่ยวกับระยะตั้งท้องของแมว การเปลี่ยนแปลงของอาการตามสัปดาห์ โภชนาการ การเตรียมคลอด กระบวนการคลอด และการรับมือภาวะฉุกเฉิน


| สัปดาห์ | การเปลี่ยนแปลงสำคัญ |
|---|---|
| 1~2 | ตัวอ่อนฝังตัว แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายนอก |
| 3~4 | หัวนมเปลี่ยนเป็นสีชมพู อาจแพ้ท้อง ตรวจอัลตราซาวนด์ได้ |
| 5~6 | ท้องเริ่มโต น้ำหนักเพิ่มขึ้นชัดเจน |
| 7~8 | รู้สึกถึงการดิ้นของลูก ต่อมน้ำนมเจริญ ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นมาก |
| สัปดาห์ที่ 9 (ใกล้คลอด) | มีพฤติกรรมวิตกกังวล เริ่มทำรัง ความอยากอาหารลดลง |

อย่าพลาดช่วงเวลาตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์
ตรวจอัลตราซาวนด์ในสัปดาห์ที่ 3~4 หลังผสมพันธุ์เพื่อยืนยันการตั้งท้องและจำนวนลูกในท้อง ในสัปดาห์ที่ 7~8 สามารถเอกซเรย์เพื่อตรวจขนาดและตำแหน่งของลูกในท้อง และประเมินความเป็นไปได้ของการคลอดยากล่วงหน้า เมื่อใกล้กำหนดคลอด ควรตกลงช่องทางติดต่อฉุกเฉินกับสัตวแพทย์ไว้ล่วงหน้า ระยะตั้งท้องปกติคือ 63~68 วัน หากเกิน 68 วันแล้วยังไม่มีสัญญาณคลอด หรือมีการเจ็บท้องคลอดอย่างแรงแต่ลูกไม่ออก ต้องติดต่อสัตวแพทย์

ภาวะฉุกเฉินที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากเกิดสถานการณ์ต่อไปนี้ ให้ติดต่อสัตวแพทย์ทันที ได้แก่ เจ็บท้องคลอดอย่างแรงนานเกิน 30 นาทีแต่ลูกไม่ออก ช่วงห่างระหว่างการคลอดลูกเกิน 4 ชั่วโมง มีสิ่งคัดหลั่งสีเขียวเข้มหรือมีกลิ่นเหม็น และแม่แมวอ่อนแรงมากหรือชักหลังคลอด อาการเหล่านี้เป็นภาวะฉุกเฉิน เช่น คลอดยากหรือมดลูกติดเชื้อ ต้องไปโรงพยาบาลโดยไม่รอช้า

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Little SE, The Cat: Clinical Medicine and Management, 2nd Edition, Elsevier, 2012
[2] Drobatz KJ et al., Feline Emergency and Critical Care Medicine, 2nd Edition, Wiley, 2023
[3] Atkinson T, A Professional's Guide to Feline Behaviour: Understanding, Improving and Resolving Problems, 2018