ถูกใจ
แชร์
멍실장
고양이 만성 신장병 초기 증상과 관리

อาการระยะแรกและการดูแลโรคไตเรื้อรังในแมว

ไตไกด์อาการคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

โรคไตเรื้อรังในแมวมักถูกมองข้ามเพราะอาการระยะแรกไม่ชัดเจน เนื้อหานี้สรุปวิธีแยกอาการระยะ 1~4 จุดสังเกตเพื่อให้ตรวจพบแต่เนิ่น ๆ และวิธีจัดการอาหาร·สารน้ำ โดยอ้างอิงตำราสัตวแพทยศาสตร์

อย่ามองข้ามสัญญาณระยะแรกของโรคไตเรื้อรังในแมว

ภาพประกอบแมวนั่งอยู่ข้างชามน้ำและการดูแลสุขภาพไต
สิ่งสำคัญคือการตรวจพบแต่เนิ่น ๆ โรคไตเรื้อรังในแมวไม่มีอาการเด่นชัดในระยะแรก ผู้เลี้ยงจึงสังเกตได้ยาก แต่การเปลี่ยนแปลงแรกที่เกิดขึ้นคือดื่มน้ำมากกว่าปกติและมีปริมาณปัสสาวะเพิ่มขึ้น โรคไตเรื้อรังเป็นหนึ่งในโรคที่พบบ่อยที่สุดในแมวสูงวัย เป็นโรคที่การทำงานของไตค่อย ๆ ลดลง ทำให้ความสามารถในการกรองของเสียลดลง แม้รักษาให้หายขาดได้ยาก แต่หากตรวจพบแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถรักษาคุณภาพชีวิตไว้ได้นานด้วยการดูแลที่เหมาะสม

โรคไตเรื้อรังแบ่งเป็นระยะอย่างไร?

ในทางสัตวแพทย์ โรคไตเรื้อรังแบ่งเป็นระยะ 1~4 ตามเกณฑ์ของสมาคมไตนานาชาติ IRIS โดยหลักจะวัดระดับครีอะตินีน Crt และ SDMA ในเลือดซ้ำขณะอาการคงที่และอดอาหารเพื่อกำหนดระยะ จากนั้นแบ่งระยะย่อยเพิ่มเติมตามความดันโลหิตและการมีโปรตีนในปัสสาวะ ในระยะ 1 ระดับของเสียในเลือดหรือภาวะอะโซทีเมียมักยังไม่สูง จึงอาจประเมินจากความสามารถในการทำให้ปัสสาวะเข้มข้นที่ลดลง
ระยะการทำงานของไตลักษณะสำคัญแนวทางการดูแล
ระยะ 1ลดลงเล็กน้อยส่วนใหญ่ไม่มีอาการตรวจสุขภาพเป็นประจำ + จัดการอาหาร
ระยะ 2ลดลงระดับน้อยดื่มน้ำ·ปัสสาวะมากขึ้นเปลี่ยนเป็นอาหารไตตามใบสั่งสัตวแพทย์
ระยะ 3ลดลงปานกลางความอยากอาหารลดลง น้ำหนักลดให้สารน้ำ + จัดการด้วยยา
ระยะ 4ลดลงรุนแรงอาเจียน ซึม ขาดน้ำต้องดูแลอย่างเข้มข้น

หากเห็นอาการเหล่านี้ ให้สงสัยโรคไต

ตามตำราอายุรศาสตร์สัตวแพทย์ อาการต่อไปนี้เป็นอาการระยะแรกที่พบบ่อยของโรคไตเรื้อรัง
ดื่มน้ำมากขึ้น: น้ำในชามหมดบ่อยกว่าปกติ หรือแมวไปดื่มน้ำจากบริเวณที่ปกติไม่เคยไป เช่น ก๊อกน้ำ·ห้องน้ำ
ปริมาณปัสสาวะเพิ่มขึ้น: ก้อนทรายในกระบะมีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือใช้กระบะทรายบ่อยขึ้น
น้ำหนักลด: แม้กินอาหารแต่น้ำหนักก็ค่อย ๆ ลดลง โดยเฉพาะเริ่มคลำพบแนวกระดูกสันหลังและกระดูกสะโพก
ความอยากอาหารลดลง: สนใจขนมที่เคยชอบน้อยลงและเริ่มกินอาหารเหลือ
กลิ่นปาก: เมื่อการทำงานของไตลดลง สารพิษยูรีเมียจะสะสมในเลือด จึงอาจทำให้ลมหายใจมีกลิ่นเฉพาะ
ภาพประกอบแมวดื่มน้ำและสัญลักษณ์อาการของโรคไต

หากเห็นอาการเหล่านี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที

หากแมวไม่กินอาหารเลยนานกว่า 1 วัน อาเจียนซ้ำ หรือซึมมากจนไม่อยากขยับ ให้ไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที โรคไตเรื้อรังอาจทรุดลงอย่างรวดเร็ว หรืออาจมีภาวะไตวายเฉียบพลันร่วมด้วย หากขาดน้ำรุนแรงจำเป็นต้องให้สารน้ำอย่างรวดเร็ว

โรคไตเรื้อรังเกิดจากอะไร?

โรคไตเรื้อรังในแมวหลายกรณียังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ในทางสัตวแพทย์มักพบกรณีที่ระบุสาเหตุไม่ได้ และทราบกันว่ามีปัจจัยหลายอย่างทำงานร่วมกัน
ความชรา: การทำงานของไตลดลงตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น ทราบกันว่าความเสี่ยงในการเกิดโรคเพิ่มขึ้นในแมวอายุ 7~8 ปีขึ้นไป
การติดเชื้อ·การอักเสบ: หากไตเคยติดเชื้อหรืออักเสบซ้ำ อาจนำไปสู่โรคไตเรื้อรัง
นิ่วในทางเดินปัสสาวะ: หากเกิดนิ่วในท่อไตหรือไต จะขัดขวางการระบายปัสสาวะและทำให้ไตเสียหาย
ความดันโลหิตสูง: ความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่องทำลายหลอดเลือดในไต การควบคุมความดันโลหิตในโรคไตเรื้อรังมีบทบาทสำคัญในการชะลอการดำเนินโรค

การตรวจพบแต่เนิ่น ๆ คือหัวใจสำคัญ วินิจฉัยอย่างไร?

วินิจฉัยโรคไตเรื้อรังด้วยการตรวจเลือดและการตรวจปัสสาวะ การตรวจเลือดใช้ตรวจตัวบ่งชี้การทำงานของไต ปัจจุบันมีการใช้วิธีตรวจที่สามารถพบการทำงานของไตลดลงได้เร็วกว่าการตรวจแบบเดิมด้วย การตรวจปัสสาวะใช้ตรวจความสามารถในการทำให้ปัสสาวะเข้มข้น เมื่อการทำงานของไตลดลง ไตจะทำให้ปัสสาวะเข้มข้นได้ไม่ดี จึงปัสสาวะเจือจางออกมาปริมาณมาก หากแมวอายุ 7 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจเลือดเป็นประจำปีละ 1~2 ครั้ง ซึ่งช่วยให้ตรวจพบได้ก่อนมีอาการ

การดูแลและวิธีรักษาตามระยะ

แม้โรคไตเรื้อรังรักษาให้หายขาดได้ยาก แต่สามารถชะลอการดำเนินโรคด้วยการดูแลที่เหมาะสม
อาหารไตตามใบสั่งสัตวแพทย์: มีผลการศึกษาว่าอาหารตามใบสั่งที่ควบคุมปริมาณฟอสฟอรัสและโปรตีนช่วยเพิ่มระยะเวลารอดชีวิตและคุณภาพชีวิต ตำราอายุรศาสตร์สัตวแพทย์ก็จัดให้การจัดการอาหารเป็นหนึ่งในการรักษาที่สำคัญที่สุด
การให้สารน้ำ: ให้สารน้ำใต้ผิวหนังเป็นประจำเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยขับของเสีย ผู้เลี้ยงสามารถเรียนรู้วิธีให้เองที่บ้านได้
การรักษาด้วยยา: สัตวแพทย์จะสั่งยาตามอาการร่วม เช่น อาเจียน โลหิตจาง และความดันโลหิตสูง
ภาพประกอบแมวที่ได้รับอาหารไตตามใบสั่งสัตวแพทย์

ข้อควรระวังเมื่อเปลี่ยนเป็นอาหารตามใบสั่งสัตวแพทย์

หากเปลี่ยนเป็นอาหารไตตามใบสั่งสัตวแพทย์อย่างกะทันหัน แมวอาจปฏิเสธอาหาร ให้ผสมอาหารตามใบสั่งกับอาหารเดิมเพิ่มทีละน้อยและค่อย ๆ เปลี่ยนในช่วง 7~10 วัน อาหารตามใบสั่งมีหลายชนิด จึงควรลองผลิตภัณฑ์หลายแบบ การให้อาหารโปรตีนต่ำเองโดยไม่มีใบสั่งจากสัตวแพทย์อาจทำให้สารอาหารไม่สมดุลได้

การดูแลสุขภาพไตในชีวิตประจำวัน

ได้รับน้ำอย่างเพียงพอ: วางชามน้ำสะอาดไว้หลายจุด หากแมวชอบน้ำไหล เครื่องให้น้ำแบบน้ำพุก็เหมาะสม การให้อาหารเปียกร่วมด้วยช่วยเพิ่มการได้รับน้ำ
ตรวจสุขภาพเป็นประจำ: แนะนำให้แมวอายุ 7~8 ปีขึ้นไปตรวจเลือดปีละ 1~2 ครั้ง หากพบความผิดปกติของการทำงานของไตแล้วหรือมีโรคทั่วร่างกายอื่น ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อปรับช่วงการตรวจให้ถี่ขึ้น
ควบคุมน้ำหนัก: การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมช่วยลดภาระของไต
จัดการความเครียด: การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมอย่างฉับพลันหรือความเครียดส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม จัดพื้นที่ให้แมวพักผ่อนได้อย่างสบาย
ภาพประกอบแมวพักผ่อนอย่างสบายข้างเครื่องให้น้ำสะอาด

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

โรคไตเรื้อรังรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
โรคไตเรื้อรังรักษาให้หายขาดได้ยาก เพราะเนื้อเยื่อไตที่เสียหายไม่สามารถงอกใหม่ได้ แม้แต่การปลูกถ่ายไตก็ไม่ใช่การรักษาให้หายขาด และเป็นโรคซับซ้อนที่ต้องจัดการด้วยยาไปตลอดชีวิต แต่การจัดการอาหาร การให้สารน้ำ และการใช้ยาที่เหมาะสมช่วยชะลอการดำเนินโรคและรักษาคุณภาพชีวิตได้
ควรเริ่มตรวจไตตั้งแต่อายุเท่าใด?
แนะนำให้ตรวจเลือดเป็นประจำปีละ 1~2 ครั้งตั้งแต่อายุ 7~8 ปีขึ้นไป เพราะแมวในช่วงวัยนี้จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและเป็นกลุ่มเป้าหมายของการคัดกรอง หากพบความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับไตแล้วหรือมีโรคทั่วร่างกายอื่น แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อกำหนดช่วงการตรวจให้ถี่ขึ้น หัวใจสำคัญของการดูแลคือการตรวจพบก่อนมีอาการ
จำเป็นต้องให้อาหารไตตามใบสั่งสัตวแพทย์หรือไม่?
หากได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่ในระยะ 2 ขึ้นไป สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำอาหารไตตามใบสั่ง มีผลการศึกษาว่าอาหารที่ควบคุมฟอสฟอรัสและโปรตีนช่วยเพิ่มระยะเวลารอดชีวิตและคุณภาพชีวิต ต้องปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้อาหาร
ให้สารน้ำใต้ผิวหนังเองที่บ้านได้หรือไม่?
ได้ หากเรียนรู้วิธีจากสัตวแพทย์ ผู้เลี้ยงสามารถให้เองที่บ้านได้ การให้สารน้ำมีบทบาทสำคัญในการป้องกันภาวะขาดน้ำและช่วยขับของเสีย สัตวแพทย์จะกำหนดความถี่และปริมาณให้เหมาะกับสภาพของแมว
หากดื่มน้ำมาก แสดงว่าเป็นโรคไตเสมอหรือไม่?
การดื่มน้ำมากเป็นสัญญาณที่พบบ่อยของโรคไต แต่ไม่สามารถสรุปว่าเป็นโรคไตจากอาการนี้เพียงอย่างเดียว เพราะโรคทั่วร่างกายอื่นก็อาจทำให้เกิดอาการคล้ายกัน สัตวแพทย์จะวินิจฉัยสาเหตุที่ถูกต้องด้วยการตรวจเลือดและการตรวจปัสสาวะ ดังนั้นหากสังเกตว่าปริมาณการดื่มน้ำเปลี่ยนไป ควรรับการตรวจ

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Small Animal Critical Care Medicine, 3rd Ed — Chapter: Chronic Kidney Disease (Langston CE, Eatroff AE)

[2] The Cat, Clinical Medicine and Management, 2nd Edition — Chapter 35: Urinary Tract Disease

[3] The Veterinary Workbook of Small Animal Clinical Cases — Case 28: Feline Chronic Kidney Disease

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.