โรคไตเรื้อรังในแมวมักถูกมองข้ามเพราะอาการระยะแรกไม่ชัดเจน เนื้อหานี้สรุปวิธีแยกอาการระยะ 1~4 จุดสังเกตเพื่อให้ตรวจพบแต่เนิ่น ๆ และวิธีจัดการอาหาร·สารน้ำ โดยอ้างอิงตำราสัตวแพทยศาสตร์

| ระยะ | การทำงานของไต | ลักษณะสำคัญ | แนวทางการดูแล |
|---|---|---|---|
| ระยะ 1 | ลดลงเล็กน้อย | ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ | ตรวจสุขภาพเป็นประจำ + จัดการอาหาร |
| ระยะ 2 | ลดลงระดับน้อย | ดื่มน้ำ·ปัสสาวะมากขึ้น | เปลี่ยนเป็นอาหารไตตามใบสั่งสัตวแพทย์ |
| ระยะ 3 | ลดลงปานกลาง | ความอยากอาหารลดลง น้ำหนักลด | ให้สารน้ำ + จัดการด้วยยา |
| ระยะ 4 | ลดลงรุนแรง | อาเจียน ซึม ขาดน้ำ | ต้องดูแลอย่างเข้มข้น |

หากเห็นอาการเหล่านี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที
หากแมวไม่กินอาหารเลยนานกว่า 1 วัน อาเจียนซ้ำ หรือซึมมากจนไม่อยากขยับ ให้ไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที โรคไตเรื้อรังอาจทรุดลงอย่างรวดเร็ว หรืออาจมีภาวะไตวายเฉียบพลันร่วมด้วย หากขาดน้ำรุนแรงจำเป็นต้องให้สารน้ำอย่างรวดเร็ว

ข้อควรระวังเมื่อเปลี่ยนเป็นอาหารตามใบสั่งสัตวแพทย์
หากเปลี่ยนเป็นอาหารไตตามใบสั่งสัตวแพทย์อย่างกะทันหัน แมวอาจปฏิเสธอาหาร ให้ผสมอาหารตามใบสั่งกับอาหารเดิมเพิ่มทีละน้อยและค่อย ๆ เปลี่ยนในช่วง 7~10 วัน อาหารตามใบสั่งมีหลายชนิด จึงควรลองผลิตภัณฑ์หลายแบบ การให้อาหารโปรตีนต่ำเองโดยไม่มีใบสั่งจากสัตวแพทย์อาจทำให้สารอาหารไม่สมดุลได้


สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Small Animal Critical Care Medicine, 3rd Ed — Chapter: Chronic Kidney Disease (Langston CE, Eatroff AE)
[2] The Cat, Clinical Medicine and Management, 2nd Edition — Chapter 35: Urinary Tract Disease
[3] The Veterinary Workbook of Small Animal Clinical Cases — Case 28: Feline Chronic Kidney Disease