ถูกใจ
แชร์
멍실장
고양이가 과하게 우는 이유

สาเหตุที่แมวร้องมากเกินไป

สมอง/การรับรู้ไกด์อาการคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

สรุปสาเหตุด้านพฤติกรรมและการแพทย์ที่อาจเป็นไปได้เมื่อแมวร้องมากกว่าปกติ พร้อมวิธีที่ผู้เลี้ยงสามารถรับมือได้

หากจู่ ๆ แมวร้องมากขึ้น ย่อมมีสาเหตุ

ผู้เลี้ยงมองแมวที่กำลังร้องบนโซฟาด้วยความกังวล
การที่จู่ ๆ แมวร้องมากเกินไปไม่ใช่เพียงปัญหาด้านอุปนิสัย อาจมีสาเหตุต่าง ๆ แฝงอยู่ ตั้งแต่สาเหตุด้านพฤติกรรม เช่น หิวหรือต้องการความสนใจ ไปจนถึงโรค เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกินและกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หากความถี่ ความดัง หรือช่วงเวลาที่แมวร้องเปลี่ยนไป อาจเป็นสัญญาณจากร่างกาย โดยเฉพาะหากแมวที่เคยเงียบจู่ ๆ ร้องมากขึ้น หรือลักษณะเสียงร้องเปลี่ยนไป ต้องตรวจหาสาเหตุ

ระดับความเร่งด่วนของเสียงร้องในแมว

เสียงร้องของแมวแบ่งตามความเร่งด่วนได้ 3 ระดับ ลองตรวจสอบว่าเข้าข่ายระดับใด
ระดับลักษณะการร้องการรับมือ
เฝ้าสังเกตร้องสั้น ๆ ช่วงก่อนหรือหลังเวลาอาหารบันทึกรูปแบบและเฝ้าสังเกต
ระวังร้องเป็นระยะตลอดวันและถี่ขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจนปรึกษาสัตวแพทย์ภายใน 1~2 สัปดาห์
ฉุกเฉินร้องไม่หยุดตลอดคืนหรือเสียงคล้ายกรีดร้องไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที
การบันทึกเสียงร้องไว้ประมาณ 3~5 วันจะเป็นประโยชน์อย่างมากเมื่อต้องปรึกษาสัตวแพทย์

เสียงร้องลักษณะเหล่านี้ต้องระวัง

หากเข้าข่ายอย่างน้อย 2 ข้อจากรายการด้านล่าง แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์
ร้องซ้ำ ๆ กลางดึก: ร้องซ้ำ ๆ ระหว่างเวลา 02.00~05.00 น. อาจเป็นสัญญาณของความเจ็บปวดหรือการทำงานด้านการรู้คิดลดลง
ระดับเสียงเปลี่ยนไป: หากเสียงสูงกว่าปกติ เสียงแหบ หรือคล้ายกรีดร้อง ควรสงสัยความเจ็บปวด
มีความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงร่วมด้วย: ร้องพร้อมกับไม่กินอาหาร หรือในทางกลับกัน แม้กินมากเพียงใดก็ยังร้องต่อไป
ร้องก่อนหรือหลังขับถ่าย: การร้องใกล้กระบะทรายอาจเป็นสัญญาณของปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ
เปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน: แมวที่เคยเงียบร้องเพิ่มขึ้นอย่างมากภายในไม่กี่วัน
แมวสีเทาร้องด้วยสีหน้าไม่สบายอยู่ใกล้กระบะทราย

กรณีเหล่านี้ให้ไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที

หากมีอาเจียน ท้องเสีย หรือปัสสาวะเป็นเลือดร่วมกับการร้อง หรือแมวร้องโหยหวนอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสท้อง ต้องไปโรงพยาบาลฉุกเฉินทันที โดยเฉพาะเมื่อแมวเพศผู้เบ่งและร้องในกระบะทราย อาจเป็นภาวะท่อปัสสาวะอุดตัน ภาวะนี้เป็นเหตุฉุกเฉินที่คุกคามชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาทันที จึงห้ามชะลอโดยเด็ดขาด

สาเหตุด้านพฤติกรรม: สิ่งที่แมวต้องการสื่อ

เดิมทีเสียงร้องของแมวเป็นสัญญาณที่ลูกแมวส่งหาแม่ การที่แมวโตเต็มวัยร้องกับคนเป็นวิธีสื่อสารที่เรียนรู้จากการอยู่ร่วมกัน
ต้องการความสนใจ: หากไม่ได้เล่นหรือสัมผัสใกล้ชิดเพียงพอ แมวจะแสดงออกด้วยการร้อง พบได้บ่อยในแมวเลี้ยงในบ้านที่ต้องอยู่ตามลำพังเป็นเวลานาน
หิวและต้องการให้ทำตามกิจวัตร: การร้องก่อนหรือหลังเวลาอาหารที่กำหนดเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด
ความเครียดและการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม: การเปลี่ยนแปลง เช่น การย้ายบ้าน สมาชิกใหม่ในครอบครัว หรือการเปลี่ยนตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ อาจทำให้ร้องมากเกินไป
ช่วงเป็นสัด: แมวที่ยังไม่ได้ทำหมันจะร้องเสียงดังและยาวตลอดคืนในช่วงเป็นสัด ส่วนใหญ่แก้ไขได้ด้วยการทำหมัน

กรณีที่อาจมีโรคเป็นสาเหตุ

มีหลายกรณีที่โรคแฝงอยู่เบื้องหลังการร้องมากเกินไป อย่างไรก็ตาม สัตวแพทย์ต้องเป็นผู้วินิจฉัยอย่างถูกต้องผ่านกระบวนการตัดโรคอื่นออกทีละโรค
โรคทางอายุรกรรมในแมวสูงวัย: แมวสูงวัยอาจเป็นโรคทางอายุรกรรมได้หลายชนิดและร้องมากขึ้นพร้อมอาการทางร่างกายอื่น อาจสงสัยโรคอย่างภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน จึงควรตรวจสอบด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำ
โรคระบบทางเดินปัสสาวะ: หากมีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ แมวอาจร้องทั้งในและนอกกระบะทราย การจัดการความเครียด การดื่มน้ำอย่างเพียงพอ และการควบคุมความเจ็บปวดช่วยได้ ต้องเฝ้าระวังแมวเพศผู้เป็นพิเศษ
ความเจ็บปวดและความไม่สบาย: การร้องขณะเคลื่อนไหวหรืออยู่ในบางท่าทางอาจเป็นสัญญาณความเจ็บปวด เนื่องจากความเจ็บปวดมักไม่แสดงออกภายนอกชัดเจน จึงควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมร่วมด้วย
โรคประจำตัวอื่น: หากแมวดูสับสนหรือเดินไปมาอย่างไร้จุดหมายร่วมกับร้องมากขึ้น อาจมีโรคประจำตัวหลายอย่างซ้อนกัน ในกรณีนี้ต้องรับการตรวจจากสัตวแพทย์
แมวกำลังรับการตรวจจากสัตวแพทย์ที่โรงพยาบาลสัตว์

การทำงานด้านการรู้คิดลดลงและการร้องในแมวสูงวัย

ตามข้อมูลทางสัตวแพทย์ กลุ่มอาการการทำงานด้านการรู้คิดลดลงในแมวอาจเริ่มได้ตั้งแต่อายุประมาณ 10 ปี และเป็นภาวะที่พบเป็นหลักในแมวสูงวัย มีลักษณะคล้ายภาวะสมองเสื่อมในคน และวินิจฉัยผ่านกระบวนการตัดโรคอื่นออก
เดินไปมาพร้อมร้องกลางดึก: เมื่อวงจรหลับ–ตื่นแปรปรวน แมวมักเดินไปมาอย่างไร้จุดหมายและร้องในช่วงเช้ามืด
เหม่อมองผนังพร้อมร้อง: เป็นพฤติกรรมวิตกกังวลที่เกิดจากการรับรู้ทิศทางและพื้นที่ลดลง
ปฏิสัมพันธ์เปลี่ยนไป: วิธีที่แมวมีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวอาจเปลี่ยน หรือจู่ ๆ อาจระแวดระวัง ซ่อนตัว และร้อง
เนื่องจากอาจมีโรคอื่นในวัยสูงอายุร่วมด้วย การตรวจทางคลินิกอย่างครบถ้วนโดยสัตวแพทย์จึงสำคัญเป็นพิเศษ การตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกและปรึกษาสัตวแพทย์เป็นขั้นแรกของการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ

แนวโน้มการร้องแตกต่างกันตามสายพันธุ์

สยาม โอเรียนทัลชอร์ตแฮร์ และเบงกอล เป็นสายพันธุ์ที่ร้องบ่อยโดยธรรมชาติ แต่ไม่ควรมองข้ามการร้องมากเกินไปเพียงเพราะเป็นสายพันธุ์เหล่านี้ สิ่งสำคัญคือ ‘ร้องเพิ่มขึ้นจากปกติมากเพียงใด’ ในทางกลับกัน หากสายพันธุ์ที่เงียบ เช่น รัสเซียนบลูหรือบริติชชอร์ตแฮร์ จู่ ๆ ร้องมากขึ้น จำเป็นต้องรับมือให้เร็วขึ้น

วิธีรับมือที่ผู้เลี้ยงทำได้

แนวทางรับมือแตกต่างกันตามสาเหตุของเสียงร้อง
เพิ่มสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมพฤติกรรมตามธรรมชาติ: เพิ่มสิ่งเร้าด้วยคอนโดแมว จุดชมวิวนอกหน้าต่าง และการสลับของเล่น การเล่นแบบมีปฏิสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอช่วยกระตุ้นสมองและทำให้อารมณ์มั่นคง
กิจวัตรที่สม่ำเสมอ: การรักษาเวลาอาหารและเวลาเล่นให้คงที่จะช่วยลดความวิตกกังวล
รับมือการร้องเรียกร้อง: หากตอบสนองทุกครั้งที่ร้อง พฤติกรรมร้องจะยิ่งเพิ่มขึ้น การให้รางวัลเมื่อเงียบมีประสิทธิภาพมากกว่า
เครื่องกระจายฟีโรโมน: ผลิตภัณฑ์ฟีโรโมนบริเวณใบหน้าของแมวอาจช่วยบรรเทาการร้องจากความเครียด
ปรึกษาสัตวแพทย์: หากเป็นต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ต้องพาไปรับการตรวจ
แมวเล่นของเล่นขนนกกับผู้เลี้ยงอย่างสนุกสนาน

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

เหตุใดแมวจึงร้องเฉพาะตอนกลางคืน?
การร้องกลางคืนมีหลายสาเหตุ อาจเกิดจากยังคงมีสัญชาตญาณหากินกลางคืน มีกิจกรรมไม่เพียงพอในช่วงกลางวัน การทำงานด้านการรู้คิดลดลงในแมวสูงวัย หรือโรคอย่างภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน ควรเล่นกับแมวอย่างเพียงพอก่อนนอน และหากเป็นต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ให้ปรึกษาสัตวแพทย์
ทำหมันแล้วแต่ยังร้องต่อเนื่อง เป็นเรื่องปกติหรือไม่?
หลังทำหมัน เสียงร้องอาจไม่ได้ลดลงทันที เนื่องจากอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าฮอร์โมนจะคงที่อย่างสมบูรณ์ แต่หากผ่านไปหนึ่งเดือนหลังผ่าตัดแล้วยังร้องมากเกินไป อาจมีสาเหตุอื่น จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์
ปล่อยผ่านเสียงร้องของแมวได้หรือไม่?
หากเป็นการร้องเรียกร้องเพื่อดึงดูดความสนใจ การไม่ตอบสนองอาจช่วยแก้ไขพฤติกรรมได้ แต่หากรูปแบบการร้องเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เบื่ออาหาร อาเจียน หรือขับถ่ายผิดปกติ ห้ามเพิกเฉยโดยเด็ดขาด เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายเจ็บป่วย
เหตุใดลูกแมวจึงร้องอยู่ตลอด?
ลูกแมวแสดงความหิว หนาว เหงา และวิตกกังวลด้วยการร้อง โดยเฉพาะลูกแมวที่แยกจากแม่เร็วอาจร้องมากกว่า การให้อาหารเพียงพอ จัดสภาพแวดล้อมให้อบอุ่น และสัมผัสใกล้ชิดอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ค่อย ๆ สงบลง
มีแมวสายพันธุ์ที่ร้องบ่อยเป็นพิเศษหรือไม่?
มี สยาม โอเรียนทัลชอร์ตแฮร์ และเบงกอล เป็นสายพันธุ์ที่ร้องบ่อยโดยธรรมชาติ เนื่องจากสายพันธุ์เหล่านี้มีแนวโน้มต้องการสื่อสารกับคนมาก จึงเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม หากความถี่หรือความดังเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ควรตรวจสอบปัญหาสุขภาพ

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Moelk M. Vocalizing in the house-cat: a phonetic and functional study. Am J Psychol. 1944;57:184–205.

[2] Carlstead K, Brown JL, Strawn W. Behavioral and physiological correlates of stress in laboratory cats. Appl Anim Behav Sci. 1993;38:143–158.

[3] Finka LR. Conspecific and human sociality in the domestic cat: Consideration of proximate mechanisms, human selection and implications for cat welfare. Animals. 2022;12(3):298.

[4] Ellis SL et al. The influence of body region, handler familiarity and order of region handled on the domestic cat's response to being stroked. Applied Animal Behaviour Science. 2015;173:60–67.

[5] Little SE. The Cat: Clinical Medicine and Management. 2nd ed. Elsevier Saunders; 2012.

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.

สาเหตุแมวร้องมากเกินไป วิธีรับมือและดูแล | คู่มือสัตวแพทย์ | Meongsiljang