ถูกใจ
แชร์
멍실장
강아지 고양이 호흡수 측정법과 정상 범위

วิธีวัดอัตราการหายใจของสุนัขและแมว และช่วงค่าปกติ

ระบบทางเดินหายใจถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

อัตราการหายใจต่อนาทีของสัตว์เลี้ยงเป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงสุขภาพ บทความนี้แนะนำวิธีวัดที่ถูกต้องที่บ้าน ช่วงค่าปกติ และเกณฑ์ที่ควรพาไปพบสัตวแพทย์

อัตราการหายใจคืออะไร และเหตุใดจึงสำคัญ

ภาพการวางมือบนหน้าอกของสุนัขและแมวที่พักผ่อนอย่างสบายเพื่อวัดอัตราการหายใจ
อัตราการหายใจหมายถึงจำนวนครั้งที่สัตว์เลี้ยงหายใจเข้าและออกใน 1 นาที ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสุขภาพพื้นฐานที่สำคัญที่สุด สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือ อัตราการหายใจขณะพัก หากทราบอัตราการหายใจขณะสัตว์นอนหลับหรือพักผ่อนอย่างสบาย จะช่วยตรวจจับความผิดปกติ เช่น โรคหัวใจ โรคปอด และความเจ็บปวดได้เร็วที่สุด โดยเฉพาะปัญหาหัวใจมักแสดงสัญญาณแรกผ่านการเพิ่มขึ้นของอัตราการหายใจ ดังนั้นการสร้างนิสัยวัดที่บ้านสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งจึงมีความสำคัญมาก

ช่วงอัตราการหายใจปกติของสุนัขและแมว

อัตราการหายใจขณะพักจะแตกต่างกันเล็กน้อยตามสายพันธุ์และขนาดตัว โดยทั่วไปสุนัขมีช่วงปกติ 10–30 ครั้ง/นาที และแมว 20–40 ครั้ง/นาที สุนัขพันธุ์ใหญ่มักหายใจช้ากว่า ส่วนสุนัขพันธุ์เล็กและลูกสุนัขจะหายใจเร็วกว่าเล็กน้อย ตามตำราอายุรศาสตร์สัตวแพทย์ ค่าสูงสุดของอัตราการหายใจปกติขณะพักในแมวคือ 40 ครั้ง/นาที หากเกินเกณฑ์นี้ขณะนอนหลับหรือพักผ่อน ควรสงสัยโรคหัวใจหรือโรคปอด และพิจารณาปรึกษาสัตวแพทย์ การหอบไม่นับรวมในอัตราการหายใจ

การเปรียบเทียบอัตราการหายใจปกติตามชนิดสัตว์และสถานการณ์

รายการขณะพักหลังออกกำลังเกณฑ์เตือน
สุนัขพันธุ์เล็ก (โตเต็มวัย)15~30 ครั้ง/นาที40~80 ครั้ง/นาทีเกิน 30 ครั้ง ขณะนอนหลับ
สุนัขพันธุ์ใหญ่ (โตเต็มวัย)15~30 ครั้ง/นาที30~60 ครั้ง/นาทีเกิน 30 ครั้ง ขณะนอนหลับ
ลูกสุนัข15~30 ครั้ง/นาที40~90 ครั้ง/นาทีเกิน 30 ครั้ง ขณะนอนหลับ
แมว (โตเต็มวัย)20~40 ครั้ง/นาที40~80 ครั้ง/นาทีเกิน 40 ครั้ง ขณะนอนหลับ
ลูกแมว20~40 ครั้ง/นาที50~90 ครั้ง/นาทีเกิน 40 ครั้ง ขณะนอนหลับ

ค่าขณะพักอ้างอิงจากช่วงนอนหลับหรือพักผ่อนอย่างสงบ

วิธีวัดอัตราการหายใจที่ถูกต้องที่บ้าน

การวัดที่แม่นยำที่สุดต้องทำขณะสัตว์นอนหลับหรือนอนพักอย่างสบาย นับหนึ่งครั้งเมื่อหน้าอกยกขึ้นและลงครบหนึ่งรอบ จับเวลา 15 วินาทีแล้วคูณ 4 จะได้อัตราการหายใจต่อนาที ควรวัดใหม่หากสัตว์กำลังฝันและตัวสั่น หรืออยู่ในสภาวะหอบ วิธีที่แม่นยำที่สุดคือใช้นาฬิกาจับเวลาในสมาร์ตโฟนจับเวลา 1 นาทีแล้วนับโดยตรง หากวัดสัปดาห์ละ 1–2 ครั้งในช่วงเวลาเดียวกันและบันทึกผล จะช่วยตรวจจับการเปลี่ยนแปลงได้ง่ายขึ้น
ภาพการวางมือบนหน้าอกสุนัขที่นอนหลับและใช้นาฬิกาจับเวลาในสมาร์ตโฟนวัดอัตราการหายใจ

สัญญาณอันตรายที่ต้องพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

ในสถานการณ์ต่อไปนี้ต้องพาไปรับการรักษาฉุกเฉินทันที แม้จะเป็นกลางคืนหรือวันหยุดก็ตาม อัตราการหายใจขณะนอนหลับเกิน 40 ครั้ง/นาทีอย่างต่อเนื่อง, แมวอ้าปากหายใจหอบ (แมวไม่ควรหอบในสภาวะปกติ), ท้องเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงขณะหายใจ, สีเหงือกหรือลิ้นเป็นสีน้ำเงินหรือสีม่วง, ท่าทางที่ยืดไหล่และคอและหายใจลำบากแม้ขณะอยู่นิ่ง หากพบสัญญาณใดสัญญาณหนึ่งข้างต้น ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงโดยไม่ชักช้า

สาเหตุหลักที่ทำให้อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น

การเพิ่มขึ้นของอัตราการหายใจมีสาเหตุหลากหลาย ตั้งแต่ความตื่นเต้นธรรมดาไปจนถึงโรคร้ายแรง - การออกกำลังกาย ความตื่นเต้น และความร้อน: เป็นการชั่วคราวและกลับสู่ปกติหลังพักผ่อน - โรคหัวใจ (ภาวะหัวใจล้มเหลวแบบคั่งโลหิต): น้ำคั่งในปอดทำให้อัตราการหายใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง - ปอดบวมและหลอดลมอักเสบ: มาพร้อมกับอาการไอ - โรคโลหิตจาง: เหงือกซีดและอ่อนเพลียง่าย - ความเจ็บปวดและความเครียด: หายใจเร็วเนื่องจากปวดท้องหรือปวดข้อ - ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (พบมากในแมวสูงอายุ): อัตราการหายใจและอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ตามตำราอายุรศาสตร์สัตวแพทย์ การให้ออกซิเจนและการทำให้สงบก่อนค้นหาสาเหตุเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ภาพสัตวแพทย์วางหูฟังบนหน้าอกสุนัขเพื่อตรวจการหายใจในห้องตรวจ

การบันทึกอัตราการหายใจเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจพบโรคหัวใจตั้งแต่ระยะแรก

สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีโรคหัวใจ การบันทึก อัตราการหายใจขณะนอนหลับ (Sleeping Respiratory Rate, SRR) เป็นตัวชี้วัดสำคัญในการตรวจพบความผิดปกติของระบบหัวใจและปอดตั้งแต่ระยะแรก รวมถึงภาวะปอดบวมน้ำ ตามตำราอายุรศาสตร์สัตวแพทย์ ค่าสูงสุดของอัตราการหายใจปกติขณะพักในแมวคือ 40 ครั้ง/นาที และในสุนัขคือ 30 ครั้ง/นาที หากเกินเกณฑ์เหล่านี้อย่างต่อเนื่องขณะนอนหลับ หรือสูงกว่าค่าที่เคยวัดได้ปกติอย่างชัดเจน ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ หากสัตว์เลี้ยงกำลังรับประทานยาหัวใจอยู่ ควรวัดทุกคืนขณะนอนหลับและบันทึกลงในปฏิทินหรือแอปพลิเคชัน การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยอาจเป็นเบาะแสสำคัญที่ช่วยป้องกันการรับตัวเข้าโรงพยาบาลได้

ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษกับการหายใจของแมว

แมวมีสัญชาตญาณซ่อนความเจ็บปวดและภาวะหายใจลำบาก ทำให้เมื่อเจ้าของสังเกตเห็นความผิดปกติ มักอยู่ในสภาพที่แย่ลงมากแล้ว หากแมวอ้าปากหายใจ นั่นถือเป็นภาวะฉุกเฉินในตัวเอง ต่างจากสุนัข การอ้าปากหายใจของแมวมักเป็นสัญญาณของโรคหัวใจหรือโรคปอดที่รุนแรงเกือบทุกครั้ง แม้ระหว่างการเดินทางในกรงขนส่งอาจเกิดจากความเครียดได้ชั่วคราว แต่หากพบการอ้าปากหายใจขณะอยู่ในบ้านอย่างสบาย ต้องรีบนำส่งห้องฉุกเฉินอย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ขณะเดินทาง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการวัดอัตราการหายใจ

- การวัดทันทีหลังออกกำลังกาย: ค่าที่ได้หลังเดินเล่นหรือเล่นจะสูง ต้องพักอย่างน้อย 30 นาทีก่อนวัด - สับสนกับการหอบ: การหอบซึ่งเป็นการอ้าปากหายใจเร็วเป็นปฏิกิริยาควบคุมอุณหภูมิร่างกาย จึงไม่นับรวมในอัตราการหายใจ - วัดเพียงครั้งเดียว: เนื่องจากค่าขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายในแต่ละวัน ควรตัดสินจากค่าเฉลี่ย 3–4 วัน - สังเกตที่ท้องแทนที่หน้าอก: หากการหายใจโดยใช้ท้องเด่นชัด อาจอยู่ในภาวะหายใจลำบากแล้ว ให้รีบไปพบสัตวแพทย์ทันที การใช้แอปพลิเคชันบันทึกจะช่วยติดตามแนวโน้มได้ง่ายขึ้น

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

เมื่อสุนัขตัวสั่นราวกับกำลังฝันขณะนอนหลับ อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องปกติหรือไม่
ในช่วงการนอนหลับ REM การหายใจอาจไม่สม่ำเสมอและเพิ่มขึ้นชั่วคราว ควรละเว้นค่าที่วัดได้ในช่วงนี้ และวัดใหม่ในช่วงที่สัตว์นอนหลับลึกอย่างสงบจึงจะได้ผลที่แม่นยำ
สุนัขพันธุ์หน้าสั้น (บูลด็อก เพคคิเนส เป็นต้น) มีอัตราการหายใจที่เร็วกว่าปกติโดยธรรมชาติหรือไม่
ใช่ เนื่องจากโครงสร้างทางเดินหายใจทำให้หายใจค่อนข้างหยาบและหอบบ่อย แต่หากอัตราการหายใจขณะพักเกิน 40 ครั้ง/นาที หรือลิ้นเปลี่ยนเป็นสีม่วง แสดงว่ากลุ่มอาการทางเดินหายใจในสุนัขพันธุ์หน้าสั้นแย่ลง จำเป็นต้องพบสัตวแพทย์
อัตราการหายใจที่ช้ากว่าปกติก็เป็นปัญหาหรือไม่
ในบางกรณีที่พบไม่บ่อย ภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ ปัญหาระบบประสาทส่วนกลาง หรือภาวะเป็นพิษ อาจทำให้อัตราการหายใจช้าลง หากสุนัขมีอัตราการหายใจต่ำกว่า 10 ครั้ง/นาทีอย่างต่อเนื่องและมีปฏิกิริยาตอบสนองช้า ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
หลังออกกำลังกาย อัตราการหายใจสูงขึ้นได้มากแค่ไหนจึงจะยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
เป็นเรื่องปกติที่อัตราการหายใจจะสูงขึ้นมากทันทีหลังออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม หากหลังจากพักผ่อนเพียงพอแล้วยังไม่กลับสู่ช่วงปกติขณะพัก (สุนัข 10–30 ครั้ง/นาที แมว 20–40 ครั้ง/นาที) ควรสงสัยความผิดปกติของระบบหัวใจและปอด และปรึกษาสัตวแพทย์
จำเป็นต้องบันทึกอัตราการหายใจทุกวันหรือไม่
สำหรับสุนัขและแมวโตเต็มวัยที่มีสุขภาพแข็งแรง สัปดาห์ละ 1–2 ครั้งก็เพียงพอ หากสัตว์เลี้ยงกำลังรับประทานยาหัวใจ มีอายุมาก หรือมีโรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง แนะนำให้วัด 1 ครั้งขณะนอนหลับทุกคืน

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

การหาบ้านใหม่ให้สุนัขเป็นคำตอบจริงหรือ — ข้อควรพิจารณาและทางเลือกก่อนตัดสินใจ

การหาบ้านใหม่ให้สุนัขเป็นคำตอบจริงหรือ — ข้อควรพิจารณาและทางเลือกก่อนตัดสินใจ

ก่อนรับสุนัขมาเลี้ยงต้องเตรียมอะไรบ้าง — รายการตรวจสอบสำคัญที่ต้องมี

ก่อนรับสุนัขมาเลี้ยงต้องเตรียมอะไรบ้าง — รายการตรวจสอบสำคัญที่ต้องมี

คู่มือการดูแลสุนัขก่อนและหลังผ่าตัด รวมถึงการฟื้นตัว

คู่มือการดูแลสุนัขก่อนและหลังผ่าตัด รวมถึงการฟื้นตัว

สุนัขของเราขาดสารอาหารหรือเปล่า — สัญญาณภาวะขาดสารอาหารที่มักมองข้ามและวิธีประเมิน

สุนัขของเราขาดสารอาหารหรือเปล่า — สัญญาณภาวะขาดสารอาหารที่มักมองข้ามและวิธีประเมิน

สัญญาณความเจ็บปวดของสัตว์เลี้ยงที่พูดไม่ได้ — 7 พฤติกรรมเตือนที่ต้องไม่พลาด

สัญญาณความเจ็บปวดของสัตว์เลี้ยงที่พูดไม่ได้ — 7 พฤติกรรมเตือนที่ต้องไม่พลาด

ทำไมถึงท้องเสียเมื่อเปลี่ยนอาหารกะทันหัน — วิธีเปลี่ยนอาหารที่ปลอดภัยโดยไม่กระทบระบบย่อยอาหาร

ทำไมถึงท้องเสียเมื่อเปลี่ยนอาหารกะทันหัน — วิธีเปลี่ยนอาหารที่ปลอดภัยโดยไม่กระทบระบบย่อยอาหาร

อาหารทำเองสำหรับสุนัขปลอดภัยหรือไม่ — วัตถุดิบต้องห้ามที่ต้องตัดออกและวิธีสร้างสมดุลทางโภชนาการ

อาหารทำเองสำหรับสุนัขปลอดภัยหรือไม่ — วัตถุดิบต้องห้ามที่ต้องตัดออกและวิธีสร้างสมดุลทางโภชนาการ

คู่มือการใช้บริการโรงพยาบาลสัตว์ระดับที่สอง (โรงพยาบาลรับส่งต่อ): ควรไปเมื่อใดและเตรียมตัวอย่างไร

คู่มือการใช้บริการโรงพยาบาลสัตว์ระดับที่สอง (โรงพยาบาลรับส่งต่อ): ควรไปเมื่อใดและเตรียมตัวอย่างไร

เนื้องอกร้ายมะเร็งเซลล์สแควมัสบริเวณช่องปากและจมูกของแมว — อาการและช่วงเวลาที่ควรไปพบสัตวแพทย์

เนื้องอกร้ายมะเร็งเซลล์สแควมัสบริเวณช่องปากและจมูกของแมว — อาการและช่วงเวลาที่ควรไปพบสัตวแพทย์

โรคฮีโมฟีเลียในสุนัขคืออะไร — สัญญาณเตือนรอยฟกช้ำและเลือดออก และวิธีดูแลตลอดชีวิต

โรคฮีโมฟีเลียในสุนัขคืออะไร — สัญญาณเตือนรอยฟกช้ำและเลือดออก และวิธีดูแลตลอดชีวิต

เอกสารอ้างอิง

[1] Textbook of Respiratory Disease in Dogs and Cats

[2] Advanced Monitoring for Small Animal Emergency and Critical Care, 2nd Edition

[3] Ettinger's Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th Edition

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.