ถูกใจ
แชร์
멍실장
유기견입양 절차와 주의사항 – 입양 전 꼭 알아야 할 것들

ขั้นตอนและข้อควรระวังในการรับสุนัขพลัดหลงมาเลี้ยง – สิ่งที่ต้องรู้ก่อนรับเลี้ยง

ภูมิคุ้มกันถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

รวบรวมไว้ในที่เดียวตั้งแต่ขั้นตอนรับสุนัขพลัดหลงมาเลี้ยง วิธีปรับตัวในสัปดาห์แรก วิธีแนะนำให้รู้จักกับสัตว์เลี้ยงเดิม ไปจนถึงรายการตรวจสุขภาพ

ควรเริ่มรับสุนัขพลัดหลงมาเลี้ยงอย่างไร?

ภาพการพบสุนัขพลัดหลงที่ศูนย์พักพิง
การรับสุนัขพลัดหลงมาเลี้ยงดำเนินตามลำดับ ได้แก่ เยี่ยมศูนย์พักพิง → ปรึกษา → ยื่นคำขอรับเลี้ยง → รับตัว แต่สิ่งที่สำคัญกว่าขั้นตอนคือการเตรียมพร้อมและความตั้งใจอย่างเพียงพอก่อนรับเลี้ยง งานวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์ระบุว่าสัตว์จากศูนย์พักพิงจำนวนมากเคยประสบปัญหาทางอารมณ์ เช่น ความกลัว ความวิตกกังวล หรือบาดแผลทางใจในอดีต แม้ระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละตัว แต่จำเป็นต้องมีเวลาเพียงพอเพื่อปรับตัวกับครอบครัวใหม่อย่างสมบูรณ์ บทความนี้รวบรวมไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ขั้นตอนรับเลี้ยง วิธีปรับตัวในสัปดาห์แรก วิธีแนะนำให้รู้จักกับสัตว์เลี้ยงเดิม ไปจนถึงรายการตรวจสุขภาพ

สรุปขั้นตอนการรับเลี้ยง

การรับสุนัขพลัดหลงมาเลี้ยงแบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลัก
ขั้นที่ 1 — เยี่ยมศูนย์พักพิง: ไปยังศูนย์คุ้มครองสัตว์หรือศูนย์พักพิงเอกชนใกล้บ้านเพื่อพบสัตว์ด้วยตนเอง และสามารถตรวจสอบข้อมูลสัตว์ที่อยู่ในความคุ้มครองทั่วประเทศล่วงหน้าได้จากเว็บไซต์ระบบจัดการคุ้มครองสัตว์
ขั้นที่ 2 — ปรึกษาเรื่องการรับเลี้ยง: พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงเพื่อตรวจสอบนิสัย ภาวะสุขภาพ และลักษณะพิเศษของสัตว์อย่างละเอียด
ขั้นที่ 3 — กรอกใบสมัคร: กรอกใบสมัครรับเลี้ยง โดยระบุสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย สมาชิกในครอบครัว และประสบการณ์เลี้ยงสัตว์
ขั้นที่ 4 — อบรมและรับตัว: เข้ารับการอบรมการดูแลพื้นฐาน และเมื่อพร้อมแล้วจึงพาสัตว์กลับบ้านได้

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนรับเลี้ยง

ก่อนตัดสินใจรับเลี้ยง ต้องตรวจสอบหัวข้อต่อไปนี้
สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย: ตรวจสอบว่ามีพื้นที่เพียงพอสำหรับสัตว์อยู่อาศัยหรือไม่ และจำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยหรือไม่
ความยินยอมของครอบครัว: ตรวจสอบว่าสมาชิกทุกคนที่อาศัยอยู่ด้วยกันยินยอมให้รับเลี้ยง หากมีสมาชิกในครอบครัวที่มีอาการแพ้ ควรเข้ารับการตรวจล่วงหน้า
ความพร้อมด้านการเงิน: อาจมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 100,000~200,000 วอนขึ้นไป เช่น ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ค่าตัดแต่งขน และค่าของใช้
การให้เวลา: ในช่วงปรับตัวระยะแรก ต้องใช้เวลาร่วมกับสัตว์ที่กำลังเผชิญความกลัวและความวิตกกังวลอย่างเพียงพอ
สัตว์เลี้ยงเดิม: หากมีสัตว์เลี้ยงอยู่แล้ว ต้องวางแผนการแนะนำให้รู้จักกันล่วงหน้าด้วย

ช่วยให้ปรับตัวในสัปดาห์แรกด้วยวิธีนี้

สัปดาห์แรกเป็นช่วงเวลาที่ไม่คุ้นเคยและน่ากังวลที่สุดสำหรับสัตว์ งานวิจัยด้านพฤติกรรมสัตว์ระบุว่า สัตว์จากศูนย์พักพิงจำนวนมากเคยประสบปัญหาทางอารมณ์ เช่น ความกลัว ความวิตกกังวล หรือบาดแผลทางใจในอดีต แม้ระยะเวลาจะแตกต่างกันในแต่ละตัว แต่จำเป็นต้องมีเวลาเพียงพอเพื่อปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่
จัดพื้นที่ปลอดภัย: กำหนดห้องเล็กหนึ่งห้องเป็นพื้นที่เฉพาะของสัตว์ ควรวางที่นอน ชามน้ำ และของเล่นไว้
กิจวัตรสม่ำเสมอ: รักษาเวลาเดินเล่น กินอาหาร และนอนให้คงที่ ชีวิตที่คาดการณ์ได้ช่วยลดความวิตกกังวล
หลีกเลี่ยงการสัมผัสมากเกินไป: ในช่วงแรกควรรอจนกว่าสัตว์จะเข้าหาก่อน หากฝืนอุ้ม อาจยิ่งทำให้เกิดความเครียด
สุนัขที่ได้รับการรับเลี้ยงพักผ่อนอย่างสบายใจในพื้นที่ปลอดภัย

ต้องตรวจสุขภาพหลังรับเลี้ยง

ควรไปโรงพยาบาลสัตว์โดยเร็วที่สุดหลังรับเลี้ยง แม้ศูนย์พักพิงจะฉีดวัคซีนพื้นฐานและทำหมันแล้ว ก็ยังควรให้สัตวแพทย์ตรวจภาวะสุขภาพโดยรวมอีกครั้ง ในสภาพแวดล้อมที่สัตว์หลายตัวอยู่ร่วมกันอย่างศูนย์พักพิง อาจเสี่ยงต่อการติดพยาธิมากขึ้น และพยาธิบางชนิดมีความเสี่ยงเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ดังนั้นหลังปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับพยาธิภายในและพยาธิหนอนหัวใจแล้ว ควรพิจารณารับการตรวจ พร้อมทั้งตรวจภาวะสุขภาพโดยรวมอย่างละเอียด หากนำประวัติการรักษาที่ได้รับจากศูนย์พักพิงไปด้วย สัตวแพทย์จะวินิจฉัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น

การอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงเดิม

หากมีสัตว์เลี้ยงเดิม ต้องแนะนำให้รู้จักกันเป็นขั้นตอน สัตว์จากศูนย์พักพิงอาจแสดงความวิตกกังวลหรือความกลัวในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยเนื่องจากประสบการณ์ในอดีต จึงควรใช้ความอดทนและช่วยให้ค่อย ๆ ปรับตัวอย่างสม่ำเสมอ
ขั้นที่ 1 — แลกเปลี่ยนกลิ่น: แลกเปลี่ยนผ้าห่มหรือของเล่นของแต่ละตัว เพื่อให้คุ้นเคยกับกลิ่นก่อน
ขั้นที่ 2 — มองเห็นกัน: ให้มองเห็นกันโดยมีประตูกั้นหรือช่องประตูคั่นกลาง
ขั้นที่ 3 — พบหน้ากันโดยตรง: เริ่มให้พบกันช่วงสั้น ๆ โดยใส่สายจูงไว้ แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลา ต้องจัดพื้นที่หลบหนีที่สัตว์เลี้ยงเดิมสามารถถอยออกไปได้ตลอดเวลา
สุนัขสองตัวพบกันอย่างระมัดระวังโดยมีประตูกั้นคั่นกลาง

ปัญหาพฤติกรรมที่พบบ่อยหลังรับเลี้ยงและวิธีรับมือ

สัตว์จากศูนย์พักพิงอาจแสดงปัญหาพฤติกรรมหลายอย่างจากประสบการณ์ในอดีตและความเครียดในศูนย์พักพิง หลายกรณีดีขึ้นได้ด้วยการดูแลอย่างต่อเนื่อง แต่บางกรณีอาจไม่ดีขึ้นง่ายแม้พยายามช่วยให้ปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเวลาผ่านไปแล้ว ความอดทนและการรับมืออย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญ
ความวิตกกังวลเมื่อถูกแยก: เมื่อแยกจากผู้เลี้ยง อาจเห่ามากเกินไป แสดงพฤติกรรมทำลาย เช่น กัดแทะเฟอร์นิเจอร์หรือข่วนประตู และขับถ่ายผิดที่ เริ่มออกจากบ้านเป็นเวลาสั้นมากก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มระยะเวลา
กลัวเสียง: หากตกใจอย่างรุนแรงต่อสิ่งกระตุ้น เช่น เสียงดังหรือฟ้าร้อง ให้เปิดพื้นที่ปลอดภัยไว้เสมอและอย่าฝืนปลอบ
ขับถ่ายผิดที่: ในสภาพแวดล้อมใหม่อาจต้องฝึกขับถ่ายอีกครั้ง ทุกครั้งที่ทำสำเร็จให้เสริมแรงด้วยคำชมและขนม
หากอาการรุนแรง การปรึกษาสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ก็เป็นทางเลือกที่ดี
ผู้เลี้ยงและสุนัขที่ได้รับการรับเลี้ยงกำลังฝึกด้วยการเสริมแรงเชิงบวกโดยใช้ขนม

การรับเลี้ยงคือคำมั่นสัญญาอย่างน้อย 10~15 ปี

ก่อนรับเลี้ยง ต้องตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนและการทำหมัน ผลตรวจโรคต่าง ๆ เช่น พยาธิหนอนหัวใจ นิสัยของสัตว์ และการตอบสนองต่อสัตว์ตัวอื่นจากศูนย์พักพิง ควรตรวจสอบนโยบายการคืนหลังรับเลี้ยงไว้ล่วงหน้าด้วย สิ่งสำคัญอย่างแท้จริงคือ การรับเลี้ยงไม่ใช่อารมณ์ชั่วคราว แต่เป็นการตัดสินใจรับผิดชอบตลอดชีวิตที่เหลือของสัตว์ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและตัดสินใจหลังจากสมาชิกทุกคนในครอบครัวยินยอม

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

การรับสุนัขพลัดหลงมาเลี้ยงมีค่าใช้จ่ายเท่าใด?
ศูนย์พักพิงของรัฐมักให้รับเลี้ยงฟรีหรือเรียกเก็บเพียงค่าใช้จ่ายเล็กน้อย ศูนย์พักพิงเอกชนอาจมีค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000~300,000 วอน ซึ่งรวมค่าทำหมันและฉีดวัคซีน ควรเตรียมค่าตรวจสุขภาพครั้งแรกหลังรับเลี้ยงไว้ล่วงหน้าด้วย
สุนัขพลัดหลงมีปัญหาด้านนิสัยหรือไม่?
ไม่ใช่ สาเหตุส่วนใหญ่ที่สุนัขต้องมาอยู่ศูนย์พักพิงเกิดจากสถานการณ์ของผู้เลี้ยง เช่น การย้ายบ้านหรือเหตุผลด้านการเงิน อย่างไรก็ตาม การประเมินอุปนิสัยในศูนย์พักพิงอาจมีข้อจำกัดด้านความน่าเชื่อถือ จึงควรสอบถามเจ้าหน้าที่ศูนย์พักพิงให้ละเอียดเกี่ยวกับประวัติพฤติกรรมและการตอบสนองต่อสัตว์ตัวอื่นระหว่างการปรึกษารับเลี้ยง สุนัขโตเต็มวัยมีนิสัยที่พัฒนาแล้วระดับหนึ่ง จึงใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมินความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยได้
หลังรับเลี้ยงต้องใช้เวลาปรับตัวนานเท่าใด?
แตกต่างกันมากในแต่ละตัว และระยะเวลาปรับตัวอาจต่างกันอย่างมากตามปัจจัยทางอารมณ์ เช่น ความกลัว ความวิตกกังวล หรือบาดแผลทางใจในอดีต สัตว์บางตัวปรับตัวได้ค่อนข้างเร็ว แต่หากมีปัญหาทางอารมณ์อาจต้องใช้เวลานานขึ้น สัตว์แต่ละตัวแตกต่างกัน จึงไม่ควรเร่งรัดและควรรออย่างใจเย็น
รับแมวจากศูนย์พักพิงมาเลี้ยงได้หรือไม่?
ได้ ทั้งศูนย์คุ้มครองสัตว์ของรัฐและศูนย์พักพิงเอกชนดูแลแมวพลัดหลงด้วย แมวก็อาจมีความกลัวและความวิตกกังวลในสภาพแวดล้อมใหม่ จึงควรจัดพื้นที่ปลอดภัยแยกต่างหากหลังรับเลี้ยงและให้เวลาปรับตัวอย่างเพียงพอ
ครอบครัวที่มีเด็กเล็กสามารถรับเลี้ยงได้หรือไม่?
ได้ แต่ควรขอให้ศูนย์พักพิงแนะนำสัตว์เลี้ยงที่มีนิสัยเป็นมิตรกับเด็ก ในช่วงแรก ผู้เลี้ยงต้องคอยดูแลเมื่อเด็กและสัตว์เลี้ยงอยู่ด้วยกันเสมอ

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Veterinary Guide to Preventing Behavior Problems in Dogs and Cats, Chapter 9: Adopting a Shelter Dog, Chapter 10: Adopting a Shelter Cat

[2] Landsberg, G., Hunthausen, W., & Ackerman, L., Behavior Problems of the Dog and Cat, 3rd Edition, Saunders, 2013

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.