สรุปช่วงอุณหภูมิร่างกายปกติของสุนัขและแมว วิธีการวัดอย่างแม่นยำด้วยเทอร์มอมิเตอร์ทางทวารหนัก และเกณฑ์ที่ต้องไปโรงพยาบาลทันทีเมื่ออุณหภูมิผิดปกติ

| รายการ | ช่วงปกติ | เกณฑ์ระวัง |
|---|---|---|
| สุนัขโต | 37.5~39.2℃ | 39.2℃↑ หรือ 37.5℃↓ |
| แมวโต | 38.1~39.2℃ | 39.2℃↑ หรือ 37.5℃↓ |
| ลูกสุนัข·ลูกแมวแรกเกิด | 35.0~37.2℃ | ต่ำกว่า 34℃ ไปโรงพยาบาลทันที |
| สุนัขชรา·แมวชรา | 38.0~39.0℃ | เปลี่ยนแปลง ±0.5℃ จากปกติ |
เป็นค่าการวัดอุณหภูมิทางทวารหนักตามตำราสัตวแพทยศาสตร์และเภสัชวิทยา ค่าการวัดหูและรักแร้จะต่ำกว่าทางทวารหนักและไม่สามารถใช้แทนกันได้

หากเป็นอุณหภูมินี้ ต้องไปโรงพยาบาลทันที!
หากอุณหภูมิสูงขึ้นกว่า 40℃ หรือต่ำกว่าเกณฑ์ปกติมาก ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยเฉพาะไข้สูงที่อุณหภูมิร่างกายเกิน 41℃ อาจพัฒนาเป็นโรคลมแดด ทำให้เกิดอาการรุนแรงอาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย ระดับสติสัมปชัญญะลดลง และชัก ในทางกลับกันภาวะตัวเย็นจัดอาจเกิดจากช็อก ความดันโลหิตต่ำ โรคหัวใจ หรือระหว่างฟื้นตัวจากการดมยาสลบ และอันตรายมากในลูกสัตว์แรกเกิด ทั้งสองอย่างสามารถนำไปสู่ความเสียหายของอวัยวะอย่างรวดเร็ว จึงต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงทันที

ข้อควรระวังพิเศษตามสายพันธุ์และสถานการณ์
สุนัขและแมวหน้าสั้น (บูลด็อก ปั๊ก เปอร์เซีย) มีโครงสร้างระบบทางเดินหายใจที่ทำให้การระบายความร้อนต่ำ จึงเสี่ยงต่อไข้สูงและโรคลมแดดมากในสภาพแวดล้อมร้อน ลูกสัตว์แรกเกิดมีระบบควบคุมอุณหภูมิไม่สมบูรณ์ จึงขึ้นอยู่กับอุณหภูมิแวดล้อมมาก การรักษาสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่อบอุ่นและเสถียรจึงสำคัญ ในกรณีหลังผ่าตัดหรือกำลังฟื้นตัวจากการดมยาสลบ อุณหภูมิอาจลดลงอย่างรวดเร็ว ควรห่มผ้าให้ความอบอุ่น แต่ห้ามใช้แผ่นร้อนสัมผัสตัวโดยตรงเพราะเสี่ยงต่อแผลไหม้

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Small Animal Critical Care Medicine, 3rd Edition — Thermoregulation and Temperature Monitoring
[2] Notes on Canine Internal Medicine, 4th Edition — Hyperthermia and Hypothermia
[3] Advanced Monitoring for Small Animal Emergency and Critical Care, 2nd Edition