การแพ้ยาในสุนัขและแมวอาจปรากฏเป็นอาการทางผิวหนัง ระบบทางเดินอาหาร และระบบทางเดินหายใจ ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีถึงไม่กี่วันหลังการให้ยา บทความนี้รวบรวมสัญญาณเริ่มต้นและวิธีรับมือในภาวะฉุกเฉิน

| รายการ | ชนิดทันที | ชนิดล่าช้า |
|---|---|---|
| ช่วงเวลาที่เกิด | ไม่กี่นาที–1 ชั่วโมงหลังให้ยา | ไม่กี่ชั่วโมง–หลายวันหลังให้ยา |
| อาการหลัก | บวมที่ใบหน้า · ลมพิษ · หายใจลำบาก · ช็อก | คัน · ผื่น · อาเจียน · ท้องเสีย · มีไข้ |
| ระดับอันตราย | สูงมาก (ฉุกเฉิน) | ปานกลาง (ต้องสังเกตอาการต่อเนื่อง) |
| การรับมือ | ไปห้องฉุกเฉินทันที | หยุดยาแล้วไปพบสัตวแพทย์ในวันเดียวกัน |
ทั้งสองชนิด หลักปฏิบัติคือต้องแจ้งสัตวแพทย์ทันที

หากพบอาการเหล่านี้ ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที
อาการเหงือกและลิ้นซีดหรือเขียวคล้ำ หายใจหยาบและเร็ว ล้มลงกะทันหัน หรือใบหน้าและคอบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเป็นสัญญาณของภาวะช็อกจากภูมิแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตภายในเวลาไม่กี่นาที จึงต้องนำสัตว์เลี้ยงไปโรงพยาบาลสัตว์ที่เปิด 24 ชั่วโมงที่ใกล้ที่สุดทันที ระหว่างเดินทาง หากจดชื่อยา ขนาดยา และเวลาที่ให้ยาไปด้วย จะช่วยให้การปฐมพยาบาลเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้นมาก

ข้อควรระวังตามสายพันธุ์และสถานการณ์
สายพันธุ์บางชนิด เช่น Shetland Sheepdog, Australian Shepherd, Doberman และ Yorkshire Terrier มีรายงานปฏิกิริยาผิดปกติทางผิวหนังจากยาบ่อยกว่าสายพันธุ์อื่น ยาที่มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับปฏิกิริยาผิดปกติทางผิวหนังบ่อยกว่า ได้แก่ ยาต้านจุลชีพกลุ่มซัลโฟนาไมด์ (สูตรผสม Trimethoprim) ยากลุ่ม Penicillin และ Cephalosporin, Neomycin และ Cyclosporin แมวมีเส้นทางการเผาผลาญยาต่างจากสุนัข สารออกฤทธิ์บางชนิดจึงอาจก่อพิษในแมวได้ ดังนั้นห้ามให้ยาสำหรับมนุษย์โดยพลการเด็ดขาด หากสัตว์เลี้ยงเคยมีประวัติแพ้ยา ต้องแจ้งสัตวแพทย์ก่อนเสมอเมื่อไปพบที่โรงพยาบาลใหม่

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] BSAVA Manual of Canine and Feline Dermatology, 4th Edition
[2] Veterinary Immunology, 11th Edition, Tizard IR
[3] Plumb's Veterinary Drug Handbook, 10th Edition