ถูกใจ
แชร์
멍실장
강아지 인슐린 투여 방법과 주의점 총정리 — 보호자가 알아야 할 핵심

วิธีให้ยาอินซูลินสุนัขและข้อควรระวัง — สิ่งสำคัญที่เจ้าของต้องรู้

ต่อมไร้ท่อถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

ในการรักษาเบาหวานของสุนัข การให้ยาอินซูลินด้วยตนเองเป็นวิธีจัดการหลักที่เจ้าของต้องเรียนรู้ การรู้ตำแหน่งให้ยา เวลา วิธีการเก็บรักษา และวิธีรับมือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างฉุกเฉิน จะทำให้ดูแลได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

การให้ยาอินซูลินสุนัขคืออะไร? พื้นฐานที่เจ้าของต้องรู้

ภาพเจ้าของเตรียมอินซูลินสุนัขในกระบอกฉีดยา
การให้ยาอินซูลินสุนัขคือวิธีการรักษาโดยการฉีดใต้ผิวหนังทุกวันเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของสุนัขที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน หัวใจสำคัญคือความสม่ำเสมอในการให้ยาเวลาเดิมทุกวันหลังมื้ออาหารทันที หากเวลาคลาดเคลื่อนอาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือสูงซ้ำได้ ดังนั้นในครั้งแรกต้องได้รับการสอนโดยตรงที่คลินิกสัตวแพทย์ก่อนเริ่มให้ยาที่บ้าน ชนิดและขนาดของอินซูลินจะถูกกำหนดโดยสัตวแพทย์โดยพิจารณาจากผลตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ดังนั้นเจ้าของห้ามปรับเองโดยเด็ดขาด

ชนิดของอินซูลินที่ใช้ในสุนัข

อินซูลินที่ใช้ในการรักษาเบาหวานของสุนัขมี 2 ประเภทหลัก
อินซูลินชนิดกลาง: NPH (Isophane insulin) และ Lente insulin เป็นตัวแทน เริ่มออกฤทธิ์ภายใน 0.5-2 ชั่วโมงหลังฉีด และให้วันละ 2 ครั้งเป็นพื้นฐาน เนื่องจากออกฤทธิ์นานจึงนิยมใช้ในการดูแลประจำวันที่บ้านมากที่สุด
อินซูลินชนิดสั้น (Regular): ใช้ในการควบคุมภาวะน้ำตาลในเลือดสูงอย่างฉุกเฉิน มีวัตถุประสงค์เพื่อการรักษาในโรงพยาบาลมากกว่าการดูแลที่บ้าน
ชนิดใดที่ใช้จะขึ้นอยู่กับรูปแบบระดับน้ำตาลในเลือดของแต่ละตัวโดยสัตวแพทย์กำหนด การเปลี่ยนหรือผสมใช้โดยเจ้าของเองอาจเป็นอันตรายได้

เปรียบเทียบลักษณะอินซูลินแต่ละชนิดสำหรับสุนัข

รายการNPH (Isophane)Lente insulinRegular insulin
เริ่มออกฤทธิ์0.5-2 ชั่วโมง0.5-2 ชั่วโมงภายใน 0.5 ชั่วโมง
ออกฤทธิ์สูงสุด2-10 ชั่วโมง1-10 ชั่วโมง1-4 ชั่วโมง
ระยะเวลาออกฤทธิ์4-24 ชั่วโมง10-24 ชั่วโมง4-10 ชั่วโมง
วัตถุประสงค์หลักดูแลประจำวันที่บ้านดูแลประจำวันที่บ้านการปฐมพยาบาลในโรงพยาบาล
จำนวนครั้งให้ยาวันละ 2 ครั้งวันละ 2 ครั้งตามความจำเป็น

ตามตำราเภสัชวิทยาสัตวแพทย์ ชนิดและขนาดจริงกำหนดโดยสัตวแพทย์

วิธีให้ยาอินซูลินที่ถูกต้อง — คู่มือเป็นขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 — เตรียม: กลิ้งขวดอินซูลินเบาๆ ด้วยฝ่ามือเพื่อผสม ห้ามเขย่าแรงเพราะจะทำให้เกิดฟองและปริมาณไม่แม่นยำ
ขั้นตอนที่ 2 — ตรวจสอบปริมาณ: ดูดปริมาณหน่วย (U) ที่สัตวแพทย์กำหนดให้แม่นยำ ใช้กระบอกฉีดยาเฉพาะสำหรับอินซูลิน (U-40 หรือ U-100) เท่านั้น
ขั้นตอนที่ 3 — ตำแหน่งให้ยา: ฉีดที่ผิวหนังด้านหลังคอหรือใต้ผิวหนังบริเวณหลัง การฉีดซ้ำที่ตำแหน่งเดิมอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อได้ จึงควรสลับตำแหน่งให้ยา
ขั้นตอนที่ 4 — ฉีด: จับผิวหนังขึ้นเบาๆ แล้วแทงอย่างนุ่มนวล กดให้ยาช้าๆ รอ 2-3 วินาทีแล้วถอนออก
วิธีจับผิวหนังด้านหลังคอสุนัขเพื่อฉีดอินซูลิน

ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างฉุกเฉิน — สถานการณ์ที่ต้องจัดการทันที

การให้ยาอินซูลินเกินหรือข้ามมื้ออาหารอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ หากมีอาการต่อไปนี้ ให้ทาน้ำผึ้งหรือน้ำตาลเล็กน้อยบนเหงือกทันทีและพาไปคลินิกสัตวแพทย์ทันที อาการน้ำตาลในเลือดต่ำ: สั่นรุนแรง เดินเซ สับสน ชัก อ่อนเพลียอย่างฉับพลัน หากหมดสติหรือกำลังชัก ห้ามบังคับให้อาหารและพาไปคลินิกสัตวแพทย์ฉุกเฉินทันที

วิธีการเก็บรักษาอินซูลินและอายุการใช้งาน

อินซูลินไวต่ออุณหภูมิ การเก็บรักษาที่ถูกต้องจึงสำคัญมาก
ต้องเก็บในตู้เย็น: อินซูลินที่ยังไม่เปิดต้องเก็บในตู้เย็น (2-8°C) ห้ามแช่แข็งเพราะจะทำให้เสียประสิทธิภาพ ห้ามใส่ช่องแช่แข็งเด็ดขาด
อายุการใช้งานหลังเปิด: แตกต่างกันไปตามผลิตภัณฑ์ แต่โดยทั่วไปต้องใช้งานภายใน 28-56 วัน จดวันที่เปิดบนขวดเสมอ
ห้ามโดนแสงแดดโดยตรง: แสงจะทำให้อินซูลินสลายตัว
อุณหภูมิก่อนให้ยา: อินซูลินที่นำออกจากตู้เย็นควรทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 5-10 นาทีก่อนให้ยาจะสะดวกกว่า
ขวดอินซูลินสุนัขที่เก็บในตู้เย็น

การตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดและรอบการตรวจสุขภาพ

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอจำเป็นสำหรับการปรับขนาดอินซูลิน
ขั้นตอนการปรับเบื้องต้น: เมื่อเริ่มกำหนดชนิดและขนาดอินซูลินครั้งแรก ต้องมาโรงพยาบาลทุก 1-2 สัปดาห์ ใช้การตรวจเส้นกราฟน้ำตาลในเลือด (วัดระดับน้ำตาลหลายครั้งต่อวันเพื่อตรวจสอบรูปแบบ) เพื่อยืนยันว่าอินซูลินออกฤทธิ์อย่างถูกต้อง
ขั้นตอนการคงที่: เมื่อระดับน้ำตาลควบคุมได้ดี ให้มาทุก 1-3 เดือน ใช้การตรวจไกลโคอัลบูมิน (Fructosamine) เพื่อตรวจสอบสถานะการควบคุมน้ำตาลในระยะยาว
การตรวจสอบที่บ้าน: สามารถใช้แถบตรวจน้ำตาลในปัสสาวะหรือเครื่องวัดน้ำตาลในเลือดที่บ้านได้โดยปรึกษาสัตวแพทย์
ภาพสัตวแพทย์อธิบายผลกราฟน้ำตาลในเลือดสุนัขให้เจ้าของฟัง

ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงเมื่อให้ยาอินซูลิน

ห้ามปรับขนาดยาเอง: แม้ระดับน้ำตาลจะสูง การเปลี่ยนขนาดยาโดยไม่ได้รับคำสั่งจากสัตวแพทย์เป็นอันตราย วันที่ข้ามมื้ออาหารต้องปรึกษาสัตวแพทย์เสมอ: การให้ยาในวันที่ไม่กินอาหารอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรง ห้ามใช้เข็มฉีดยาซ้ำ: เข็มที่ทื่อจะทำให้เจ็บมากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ระวังภาวะน้ำตาลในเลือดสูงแบบสะท้อนกลับ: อาจเกิดปรากฏการณ์ที่ระดับน้ำตาลพุ่งสูงขึ้นหลังภาวะน้ำตาลต่ำ การเพิ่มอินซูลินเพราะน้ำตาลสูงอาจทำให้แย่ลงได้

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

หากพลาดการฉีดอินซูลินต้องทำอย่างไร?
หากเวลาให้ยาครั้งถัดไปเหลือเกิน 2 ชั่วโมง ให้ฉีดทันทีที่นึกขึ้นได้ หากเหลือไม่ถึง 2 ชั่วโมง ให้ข้ามไปและฉีดขนาดปกติครั้งถัดไป ห้ามฉีดสองเท่าเด็ดขาด หากไม่แน่ใจให้ติดต่อสัตวแพทย์เพื่อตรวจสอบ
มีก้อนที่ตำแหน่งให้ยา ฉีดต่อได้ไหม?
การฉีดซ้ำที่ตำแหน่งเดิมอาจทำให้เกิดก้อนใต้ผิวหนังได้ ให้หลีกเลี่ยงตำแหน่งที่มีก้อนและสลับตำแหน่งให้ยา หากก้อนโตขึ้นหรือเจ็บควรให้สัตวแพทย์ตรวจสอบ
สุนัขไม่กินอาหาร ให้ยาอินซูลินได้ไหม?
การให้ยาอินซูลินขณะข้ามมื้ออาหารอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอย่างรุนแรง ต้องติดต่อสัตวแพทย์ก่อนเพื่อตัดสินใจว่าจะให้ยาหรือไม่ ห้ามลดขนาดหรือข้ามเองโดยไม่ได้รับคำสั่งจากสัตวแพทย์
สุนัขสั่นมากหลังฉีด เป็นภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำไหม?
การสั่นรุนแรงหลังฉีดอาจเป็นสัญญาณของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทาน้ำผึ้งหรือน้ำตาลเล็กน้อยบนเหงือกทันทีและติดต่อคลินิกสัตวแพทย์ หากไม่ดีขึ้นภายใน 10-15 นาที ต้องพาไปคลินิกสัตวแพทย์ฉุกเฉินทันที
เบาหวานในสุนัขรักษาหายขาดได้ไหม? ต้องฉีดอินซูลินตลอดชีวิตไหม?
เบาหวานในสุนัขส่วนใหญ่ต้องการการรักษาด้วยอินซูลินตลอดชีวิต แต่หากโรคต้นเหตุเช่นกลุ่มอาการคุชชิ่งหรือยาบางชนิดได้รับการแก้ไข ระดับน้ำตาลอาจกลับสู่ปกติได้บ้าง ห้ามหยุดอินซูลินเองโดยไม่ได้รับคำสั่งจากสัตวแพทย์

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

7 วิธีจัดการการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนหลังทำหมันสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำ

7 วิธีจัดการการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนหลังทำหมันสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำ

7 อาการและการดูแลภาวะไทรอยด์ต่ำในสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำ

7 อาการและการดูแลภาวะไทรอยด์ต่ำในสุนัขที่สัตวแพทย์แนะนำ

สัญญาณเตือนฉุกเฉิน 7 ประการของภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวานในสุนัข — อาการที่ไม่ควรพลาด

สัญญาณเตือนฉุกเฉิน 7 ประการของภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวานในสุนัข — อาการที่ไม่ควรพลาด

ยาและแนวทางจัดการปวดจากเนื้องอก

ยาและแนวทางจัดการปวดจากเนื้องอก

การรักษาโรคมะเร็งด้วยภูมิคุ้มกัน (จุดตรวจและวัคซีน)

การรักษาโรคมะเร็งด้วยภูมิคุ้มกัน (จุดตรวจและวัคซีน)

สรุปประเภทและข้อบ่งชี้ของการรักษาด้วยรังสี

สรุปประเภทและข้อบ่งชี้ของการรักษาด้วยรังสี

โครงสร้างหูสุนัขและแมว (หูชั้นนอก·แก้วหู·หูชั้นกลาง)

โครงสร้างหูสุนัขและแมว (หูชั้นนอก·แก้วหู·หูชั้นกลาง)

สุนัข·แมว มีติ่งเนื้อในช่องหู

สุนัข·แมว มีติ่งเนื้อในช่องหู

สุนัขหูมีเลือดคั่ง (ภาวะเลือดคั่งในใบหู) คู่มือการรับมือฉุกเฉินอย่างสมบูรณ์

สุนัขหูมีเลือดคั่ง (ภาวะเลือดคั่งในใบหู) คู่มือการรับมือฉุกเฉินอย่างสมบูรณ์

คู่มือหูหนวกในแมว (กลุ่มขนขาวตาฟ้า)

คู่มือหูหนวกในแมว (กลุ่มขนขาวตาฟ้า)

เอกสารอ้างอิง

[1] Plumb DC, Plumb's Veterinary Drug Handbook, 10th Edition, 2023

[2] Grimm KA et al., Small Animal Anesthesia and Pain Management: A Color Handbook, 3rd Edition, 2015

[3] Little S, The Cat: Clinical Medicine and Management, 2nd Edition, 2023

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.