ถูกใจ
แชร์
멍실장
강아지·고양이 탈수 평가, 피부 탄력과 잇몸으로 집에서 확인하는 법

การประเมินภาวะขาดน้ำในสุนัขและแมว วิธีตรวจที่บ้านด้วยความยืดหยุ่นของผิวหนังและเหงือก

ผิวหนัง/ขนถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

ภาวะขาดน้ำในสุนัขและแมวสามารถตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วที่บ้านด้วยความยืดหยุ่นของผิวหนังและสภาพเหงือก การขาดน้ำตั้งแต่ 5% ขึ้นไปต้องพบสัตวแพทย์ทันที

การประเมินภาวะขาดน้ำคืออะไร

ภาพการดึงผิวหนังบริเวณด้านหลังคอของสุนัขขึ้นเพื่อตรวจความยืดหยุ่น
การประเมินภาวะขาดน้ำเป็นวิธีการตรวจร่างกายที่ใช้ความยืดหยุ่นของผิวหนังและสภาพเหงือกเป็นต้น เพื่อประเมินอย่างรวดเร็วว่าร่างกายของสุนัขและแมวขาดน้ำมากเพียงใด สิ่งสำคัญที่สุดคือความรวดเร็ว ระดับต่ำสุดที่การตรวจร่างกายสามารถตรวจพบภาวะขาดน้ำได้คือประมาณ 5% ของน้ำหนักตัว และในระยะนี้จะเริ่มปรากฏการลดลงเล็กน้อยของความยืดหยุ่นของผิวหนัง เนื่องจากเมื่อภาวะขาดน้ำดำเนินต่อไป ปริมาณเลือดหมุนเวียนจะลดลงและเพิ่มภาระต่อไตและหัวใจ จึงควรตรวจสอบที่บ้านทันทีเมื่อมีอาการท้องเสีย อาเจียน หรือเบื่ออาหาร และไปพบสัตวแพทย์โดยเร็วหากจำเป็น การประเมินใช้เวลาเพียง 1 นาที

เหตุใดจึงต้องสังเกตภาวะขาดน้ำให้เร็ว

ภาวะขาดน้ำไม่ใช่แค่ 'การขาดน้ำธรรมดา' ตามตำราอายุรศาสตร์สัตว์ การลดลงเล็กน้อยของความยืดหยุ่นของผิวหนังจะเริ่มตรวจพบได้จากการตรวจร่างกายเมื่อน้ำหนักตัวลดลงประมาณ 5% และนี่คือเกณฑ์ขั้นต่ำที่สามารถตรวจพบภาวะขาดน้ำในทางคลินิกได้ เมื่อภาวะขาดน้ำดำเนินไปถึง 10–12% ปริมาณเลือดหมุนเวียนจะลดลงอย่างมากและอาจแสดงสัญญาณช็อก (ชีพจรเร็ว ชีพจรอ่อน แขนขาเย็น) โดยเฉพาะเมื่อมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนร่วมด้วย อิเล็กโทรไลต์จะสูญเสียไปพร้อมกับน้ำ ทำให้อาการแย่ลงได้เร็วขึ้น สุนัขและแมวที่ยังเล็ก สุนัขสูงอายุ และสัตว์เลี้ยงที่มีโรคไตอาจมีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วภายในเพียงไม่กี่ชั่วโมง จึงต้องตัดสินใจได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

วิธีทดสอบความยืดหยุ่นของผิวหนังอย่างถูกต้อง

วิธีการนั้นง่าย ดึงผิวหนังบริเวณด้านหลังคอหรือระหว่างไหล่ขึ้นเบา ๆ ด้วยนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้แล้วปล่อย จุดที่ต้องตรวจมีดังนี้ - ปกติ: ผิวหนังคืนตัวกลับมาทันทีที่ปล่อยมือ - ขาดน้ำเล็กน้อย (ประมาณ 5%): รู้สึกได้ถึงการลดลงเล็กน้อยของความยืดหยุ่น นี่คือระยะแรกสุดที่สามารถตรวจพบภาวะขาดน้ำได้จากการตรวจร่างกาย - ขาดน้ำปานกลาง (6–8%): สังเกตเห็นการคืนตัวที่ช้าลง - ขาดน้ำรุนแรง (10–12%): ผิวหนังค้างอยู่เหมือนเต็นท์หรือคืนตัวช้ามาก อย่างไรก็ตาม สุนัขสูงอายุหรือสุนัขที่ผอมมักมีความยืดหยุ่นของผิวหนังที่ลดลงอยู่แล้ว จึงสำคัญที่จะเปรียบเทียบกับสภาพปกติของสัตว์เลี้ยงนั้น

ภาพรวมอาการตามระดับการขาดน้ำ

รายการเล็กน้อย (ประมาณ 5%)ปานกลาง (6~8%)รุนแรง (10~12%)
ความยืดหยุ่นผิวหนังความยืดหยุ่นลดลงเล็กน้อยกลับช้า (ล่าช้า)ค้างเป็นรูปเต็นท์
สภาพเหงือกชุ่มชื้นแห้งเล็กน้อยแห้งมาก ติดนิ้ว
สีเหงือก·CRTชมพู·ปกติชมพูถึงซีด·อาจล่าช้าซีดถึงเทา·ยืดนานชัดเจน
ตาปกติปกติลูกตาบุ๋ม (เยื่อตาที่สามโผล่)
พฤติกรรมปกติเหมือนเดิมอ่อนเพลียหมดสติหรือไม่ตอบสนอง
การดูแลให้น้ำและสังเกตอาการพบสัตวแพทย์วันเดียวกันพาไปห้องฉุกเฉินทันที

CRT คือเวลาที่เยื่อเมือกด้านในริมฝีปากล่างกลับเป็นสีชมพู หลังใช้นิ้วกดแล้วปล่อย

3 จุดตรวจภาวะขาดน้ำจากสภาพเหงือก

เหงือก (เยื่อเมือก) เป็นบริเวณที่แสดงภาวะขาดน้ำได้ชัดเจนที่สุด ตรวจสอบเพียง 3 จุดเหล่านี้ - ความชุ่มชื้น: หากสัมผัสเหงือกด้วยนิ้วแล้วรู้สึกชุ่มชื้นถือว่าปกติ หากรู้สึกเหนียวหรือแห้งเป็นสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เมื่อภาวะขาดน้ำดำเนินไปถึง 10–12% เยื่อเมือกจะแห้งมากจนนิ้วติดอยู่ - สี: เหงือกที่แข็งแรงจะมีสีชมพูอ่อน หากซีด เทา หรือม่วงแสดงว่าการไหลเวียนโลหิตแย่ลง - เวลาการเติมเลือดฝอย (CRT): กดบริเวณเยื่อเมือกด้านในริมฝีปากล่างด้วยนิ้วจนซีดขาวแล้วปล่อย สังเกตเวลาที่สีชมพูกลับมา หากสีกลับมาช้ากว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด เป็นสัญญาณว่าการไหลเวียนโลหิตแย่ลงและภาวะขาดน้ำกำลังดำเนินไป โดยเฉพาะในภาวะขาดน้ำรุนแรงระดับ 10–12% CRT จะยาวนานขึ้นอย่างชัดเจนและอาจนำไปสู่ภาวะช็อก
ภาพการยกริมฝีปากบนของสุนัขขึ้นเพื่อตรวจสีและความชุ่มชื้นของเหงือก

สถานการณ์ที่ต้องพาไปห้องฉุกเฉินทันที

หากพบอาการใดอาการหนึ่งต่อไปนี้ ให้พาไปโรงพยาบาลสัตว์ 24 ชั่วโมงโดยไม่ชักช้า - เหงือกมีสีเทาหรือม่วง หรือแห้งมาก - ผิวหนังไม่คืนตัวกลับมา (ค้างอยู่เหมือนเต็นท์) - ดวงตาดูลึกและตอบสนองช้า - ดื่มน้ำไม่ได้มากกว่า 12 ชั่วโมงและอาเจียนต่อเนื่อง - ปลายแขนขาเย็นหรือชีพจรอ่อน ในระยะนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการให้สารน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องได้รับการรักษาอย่างเข้มข้น

การรับมือเบื้องต้นที่ทำได้ที่บ้าน

หากเป็นภาวะขาดน้ำเล็กน้อย ให้รับมือที่บ้านตามลำดับต่อไปนี้ ก่อนอื่นให้วางน้ำสะอาดไว้ที่อุณหภูมิห้องและให้ดื่มได้อย่างอิสระ เนื่องจากการดื่มมากในครั้งเดียวอาจทำให้อาเจียน จึงควรให้ทีละน้อยโดยใช้ก้อนน้ำแข็งหรือช้อน หากต้องการเติมอิเล็กโทรไลต์ให้ใช้สารละลายสำหรับให้ทางปากชนิดสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะที่ไม่มีน้ำตาล (ไม่แนะนำเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับคนเนื่องจากมีน้ำตาลสูง) หากไม่มีอาการอาเจียนและมีสติสัมปชัญญะดี ให้สังเกตอาการเป็นเวลา 1–2 ชั่วโมงพร้อมตรวจสอบปริมาณน้ำที่ดื่ม หากไม่ดีขึ้นหรืออาการแย่ลงต้องพบสัตวแพทย์ทันที
ภาพผู้ดูแลส่งชามน้ำให้แมวที่บ้าน

การประเมินภาวะขาดน้ำในแมว จุดที่แตกต่าง

แมวแสดงสัญญาณภาวะขาดน้ำช้ากว่าสุนัข เนื่องจากโดยธรรมชาติแมวดื่มน้ำน้อยและมีการตอบสนองต่อความกระหายที่อ่อนแอกว่า การตรวจความยืดหยุ่นของผิวหนังให้ตรวจที่บริเวณระหว่างไหล่ แต่แมวที่ผอมหรือแมวสูงอายุมักมีผิวหนังที่หย่อนอยู่แล้วจึงอาจแปลผลผิดได้ง่าย ควรให้ความสำคัญกับ ความเหนียวของเหงือก และ ดวงตาที่ลึกลงไป มากกว่า นอกจากนี้หากทรายในกระบะส้วมแห้งสนิทติดต่อกันสองวันขึ้นไป แสดงว่าปริมาณปัสสาวะลดลง ควรสงสัยภาวะขาดน้ำหรือโรคระบบทางเดินปัสสาวะและพบสัตวแพทย์

สัตว์เลี้ยงกลุ่มนี้ควรได้รับการประเมินบ่อยขึ้น

สุนัขและแมวที่ยังเล็ก (อายุต่ำกว่า 4 เดือน) สัตว์เลี้ยงอายุ 7 ปีขึ้นไป สัตว์เลี้ยงที่มีโรคไตเรื้อรัง เบาหวาน หรือโรคหัวใจ และสัตว์เลี้ยงที่ทำกิจกรรมกลางแจ้งมากในวันที่อากาศร้อน ล้วนมีความเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำสูงกว่ามาก เมื่อเริ่มมีอาการท้องเสียหรืออาเจียน ให้ตรวจความยืดหยุ่นของผิวหนังและเหงือกทุก 4–6 ชั่วโมง การบันทึกสภาพปกติด้วยรูปภาพหรือวิดีโอไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เปรียบเทียบได้เมื่อพบสัญญาณผิดปกติ และยังเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับสัตวแพทย์เมื่อมาพบด้วย

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ควรดึงผิวหนังที่บริเวณใดเพื่อทดสอบความยืดหยุ่น
ผิวหนังบริเวณด้านหลังคอหรือระหว่างกระดูกไหล่ให้ผลที่แม่นยำที่สุด บริเวณกลางหลังมีความยืดหยุ่นต่ำอยู่แล้วและอาจแปลผลผิดได้ ควรดึงเบา ๆ แค่พอยกผิวหนังขึ้นเท่านั้น
จะตรวจสอบอย่างไรหากสัตว์เลี้ยงมีเหงือกสีเข้ม
สายพันธุ์ที่มีเม็ดสีมาก (เช่น เชาเชา) ประเมินสีเหงือกได้ยาก ให้ตรวจที่บริเวณใต้ลิ้น ด้านในริมฝีปากล่างที่มีสีชมพู หรือเยื่อบุตา และประเมินโดยเน้นที่ความชุ่มชื้นและ CRT แทน
ให้เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับคนได้หรือไม่
ไม่แนะนำ เนื่องจากสัดส่วนน้ำตาลและโซเดียมไม่เหมาะสมสำหรับสัตว์เลี้ยงและอาจทำให้อาการอาเจียนแย่ลง ควรใช้สารละลายสำหรับให้ทางปากชนิดสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะหรือผลิตภัณฑ์ที่สัตวแพทย์สั่ง
สัตว์เลี้ยงอาเจียนขณะพยายามให้ดื่มน้ำ ต้องทำอย่างไร
หากอาเจียนซ้ำ การให้น้ำทางปากอาจทำให้ภาวะขาดน้ำแย่ลงได้ ให้หยุดให้น้ำและพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีเพื่อรับการให้สารน้ำทางใต้ผิวหนังหรือทางหลอดเลือดดำจะปลอดภัยกว่า
จะทำอย่างไรให้สัตว์เลี้ยงดื่มน้ำมากขึ้นเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
การวางชามน้ำ 2–3 จุดในบ้านและใช้น้ำพุกรองน้ำจะช่วยเพิ่มปริมาณการดื่ม การเพิ่มสัดส่วนอาหารเปียกหรือผสมน้ำอุ่นลงในมื้ออาหารก็เป็นวิธีที่ดีเช่นกัน

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] DiBartola, S.P. Fluid, Electrolyte, and Acid-Base Disorders in Small Animal Practice, 4th Ed, Chapter 3: Applied Physiology of Body Fluids

[2] Silverstein, D.C. & Hopper, K. Small Animal Critical Care Medicine, 2nd Ed, Chapter 60: Shock Fluids and Fluid Challenge

[3] Ettinger, S.J. Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th Ed, Chapter on Fluid Therapy

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.