หางแมวเป็นสัญญาณสำคัญที่บอกอารมณ์และสถานะสุขภาพ รวบรวมความหมายของรูปร่างและการเคลื่อนไหวของหาง 12 แบบ รวมถึงสัญญาณอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์

| รายการ | ความหมาย | สัญญาณที่ปรากฏร่วม |
|---|---|---|
| ① ตั้งตรงในแนวตั้ง | ความยินดี·ความสนิทสนม | เสียงคราง, เดินเข้ามาหา |
| ② โค้งงอปลายเล็กน้อย | ความชอบ·ความสนใจ | สบตา, กระพริบตาช้าๆ |
| ③ รูปเครื่องหมายคำถาม (?) | เล่นกัน·ความอยากรู้อยากเห็นที่เป็นมิตร | ก้าวเบาๆ |
| ④ ห้อยลงต่ำ | ภาวะกลัว·การป้องกันตัว | กอดตัว, สายตาระวังตัว |
| ⑤ ม้วนระหว่างขา | ความกลัว·การยอมจำนน | หูพับไปด้านหลัง |
| ⑥ การพองขึ้น (ขนตั้งชัน) | ความตึงเครียดสูงสุด·การคุกคาม | หลังโก่ง, ขู่ |
| ⑦ การแกว่งอย่างรวดเร็ว | ความรำคาญ·คำเตือน | ม่านตาขยาย |
| ⑧ กระตุกเฉพาะปลาย | ความจดจ่อ·สัญชาตญาณการล่า | ท่าต่ำ, จ้องมอง |
| ⑨ โอบรอบตัว | ความสงบ·ความสบาย (การแสดงออกถึงความสนิทสนมและการผูกพัน) | หลับตา, ท่าผ่อนคลาย |
| ⑩ ยื่นตรง + ขนตั้งชัน | เตรียมโจมตี | แสดงฟัน |
| ⑪ ห้อยลงอย่างสมบูรณ์ (ไม่มีปฏิกิริยา) | สงสัยความเจ็บปวด·ความเสียหายของเส้นประสาท | ความอยากอาหารลดลง |
| ⑫ ไม่มีการเคลื่อนไหว·ห้อยลง | อาจเป็นโรค·ฉุกเฉิน | อ่อนแรง, ซึม |
ต้องอ่านสัญญาณพร้อมกัน 4 องค์ประกอบคือ 'หาง+หู+ม่านตา+ท่าทาง' ไม่ใช่แยกเดี่ยวจึงจะแม่นยำ

สัญญาณหางเหล่านี้ต้องพาไปโรงพยาบาลทันที
หากหาง ห้อยลงอย่างฉับพลันและไม่ขยับ หรือเจ็บปวดอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัส อาจสงสัยความผิดปกติของหางหรือเส้นประสาทโดยรอบ ในกรณีนี้ไม่เพียงแต่หางเท่านั้น อาจมีความผิดปกติของ การปัสสาวะและการขับถ่าย ร่วมด้วย จึงต้องตรวจสอบด้วย หากไม่สามารถปัสสาวะได้ ขาหลังเดินเซ หรือมีการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของหาง ควรรับการตรวจระบบประสาทจากสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด เป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีประวัติการบาดเจ็บ

พฤติกรรมการไล่หรือกัดหางอาจเป็นโรคได้
หากมีการไล่หางตัวเองอย่างต่อเนื่อง หรือกัดหางจนเกิดบาดแผลซ้ำๆ อาจมีความเป็นไปได้ของ ภาวะไวต่อความรู้สึก (Feline Hyperesthesia Syndrome) หรือความผิดปกติทางพฤติกรรม เนื่องจากอาจเกิดจากสิ่งกระตุ้นทางผิวหนัง หมัด หรือความผิดปกติของระบบประสาท จึงไม่ควรมองว่าเป็นเพียงปัญหาพฤติกรรม แต่ต้องรับการตรวจผิวหนังและระบบประสาท

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Little, S.E. (Ed.), The Cat: Clinical Medicine and Management, 2nd Edition, Elsevier, 2020
[2] Turner, D.C. & Bateson, P., The Domestic Cat: The Biology of its Behaviour, 3rd Edition, Cambridge University Press, 2014
[3] Bradshaw, J.W.S., Cat Sense: How the New Feline Science Can Make You a Better Friend to Your Pet, Basic Books, 2013