ฟันของสุนัขประกอบด้วยฟันน้ำนม 28 ซี่ และฟันแท้ 42 ซี่ รวบรวมช่วงพัฒนาการและโครงสร้างไว้อย่างครบถ้วนในที่เดียว

| รายการ | ฟันน้ำนม | ฟันแท้ |
|---|---|---|
| จำนวนทั้งหมด | 28 ซี่ | 42 ซี่ |
| ฟันตัด | 12 ซี่ | 12 ซี่ |
| ฟันเขี้ยว | 4 ซี่ | 4 ซี่ |
| ฟันก่อนกราม | 12 ซี่ | 16 ซี่ |
| ฟันกราม | ไม่มี | 10 ซี่ |
| ระยะขึ้นฟัน | อายุ 3~12 สัปดาห์ | อายุ 3~7 เดือน |
รวมขากรรไกรบนและล่าง

ฟันน้ำนมค้างต้องได้รับการตรวจสอบทันที
หากฟันแท้เริ่มงอกขึ้นมาแล้วแต่ฟันน้ำนมในตำแหน่งเดิมยังไม่หลุดและยังคงอยู่ร่วมกัน เรียกว่า 'ฟันน้ำนมค้าง' ตามตำราวิชาการ การที่ฟันน้ำนมยังคงอยู่แม้ฟันแท้งอกออกมาแล้วแม้เพียงเล็กน้อยถือเป็นฟันน้ำนมค้าง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องรอจนอายุ 7 เดือนก็ควรตรวจสอบ หากปล่อยทิ้งไว้ฟันจะเรียงตัวผิดปกติ อาหารจะติดอยู่ระหว่างฟันทั้งสองซี่ ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกและโรคปริทันต์ได้อย่างรวดเร็วแม้ในวัยเยาว์ นอกจากนี้ฟันน้ำนมค้างมีผนังรากฟันบางและเปราะ หากปล่อยไว้จะยิ่งเกิดปัญหามากขึ้น จึงแนะนำให้ถอนออกโดยเร็วที่สุดเมื่อฟันแท้เริ่มงอก โรคทางทันตกรรมพบได้บ่อยกว่าในสุนัขพันธุ์เล็ก จึงควรปรึกษาสัตวแพทย์เรื่องการถอนฟันในการตรวจสุขภาพช่วงอายุ 6–7 เดือน

การดูแลฟันมีความสำคัญยิ่งกว่าในสุนัขพันธุ์เล็ก
สุนัขพันธุ์เล็กมีฟันแท้เท่ากัน 42 ซี่ แต่อัดแน่นอยู่ในขากรรไกรที่แคบ ทำให้ฟันซ้อนทับกันและอาหารติดได้ง่าย ตำราวิทยาศาสตร์สัตวแพทย์รายงานอย่างสม่ำเสมอว่าโรคทางทันตกรรมพบได้บ่อยกว่าในสุนัขพันธุ์เล็กและสัตว์เลี้ยงสูงอายุ ดังนั้นการดูแลช่องปากอย่างเข้มแข็งตั้งแต่วัยเยาว์จึงมีความสำคัญเป็นพิเศษ สุนัขพันธุ์เล็กเช่น ทอยพุดเดิ้ล ยอร์กเชียร์เทอร์เรีย ชิวาวา มอลทีส และปอมเมอเรเนียน ควรได้รับการแปรงฟันทุกวันและตรวจสุขภาพช่องปากกับสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อป้องกันโรคปริทันต์ ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญของสุขภาพตลอดชีวิต

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Wiggs RB, Lobprise HB, Veterinary Dentistry: Principles and Practice, 2nd Ed, 2019
[2] Verstraete FJM, Lommer MJ, Oral and Maxillofacial Surgery in Dogs and Cats, 2nd Ed, 2020
[3] Niemiec BA, Veterinary Periodontology, Wiley-Blackwell, 2013