เยื่อบุตาอักเสบในแมวแสดงอาการน้ำตาไหลมากหรือตาแดง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย หากวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วนใหญ่จะหายขาดได้



สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
กรณีที่ไม่สามารถลืมตาได้ดี (ลืมตาไม่เต็มที่หรือหลับตาอยู่) มีจุดขาวที่ตา หรือแสดงปฏิกิริยาเจ็บเมื่อถูกสัมผัสที่ตา อาจเป็นสัญญาณของกระจกตาอักเสบหรือแผลที่กระจกตา จึงควรพบสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะหากไม่ดีขึ้นภายใน 5-7 วันแม้ได้รับการรักษาเบื้องต้น หรืออาการแย่ลง/ลุกลาม จำเป็นต้องพบผู้เชี่ยวชาญด้านตา
| รายการ | สาเหตุหลัก | อาการหลัก | วิธีการรักษา |
|---|---|---|---|
| เยื่อบุตาอักเสบจากไวรัส | ไวรัสเฮอร์ปีส์ในแมว-1 | น้ำตาไหลมาก ตาแดง หลับตา | ยาต้านไวรัส (เช่น ทริฟลูริดิน) ยาหยอดตา การดูแลเสริม |
| เยื่อบุตาอักเสบจากแบคทีเรีย | คลามีเดีย เฟลิส ไมโคพลาสมา | สารคัดหลั่งสีเหลือง เปลือกตาบวม | ยาปฏิชีวนะเช่นโดไซไซคลิน ทานต่อประมาณ 3 สัปดาห์หลังอาการดีขึ้น |
| เยื่อบุตาอักเสบจากการติดเชื้ออื่นๆ | ไวรัสคาลิซี บอร์เดเทลลา | มีอาการทางเดินหายใจร่วม (ไวรัสคาลิซีมี) แผลในปาก | ยาปฏิชีวนะหรือการรักษาเสริมตามอาการ |
ขึ้นอยู่กับสาเหตุ แต่ต้องทานยาต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งแม้หลังอาการบรรเทาเพื่อป้องกันการกำเริบ การติดเชื้อคลามีเดียต้องทานโดไซไซคลินต่ออีกประมาณ 3 สัปดาห์ (รวมประมาณ 28 วัน) หลังอาการดีขึ้น และกรณีไวรัสแนะนำให้ทานยาต้านไวรัสต่ออีกประมาณ 1 สัปดาห์หลังอาการหายไป


ข้อควรระวัง: ความเสี่ยงการแพร่เชื้อสู่คนและการดูแลสุขอนามัย
สาเหตุที่พบบ่อยของเยื่อบุตาอักเสบในแมวมักแพร่กระจายระหว่างแมว และสามารถแพร่ไปยังแมวตัวอื่นได้ง่ายผ่านการสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อ การแพร่สู่คนพบได้น้อยแต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าไม่มีเลย ดังนั้นหลังจากสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อควรล้างมือเสมอ ผ้าเช็ดตัว ชาม และกระเป๋าเดินทางที่แมวใช้ควรฆ่าเชื้อและดูแลแยกกัน และแยกแมวที่ติดเชื้อออกจากแมวตัวอื่น

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Ed
[2] Clinical Atlas of Canine and Feline Ophthalmic Disease, 2nd Ed
[3] 100 Top Consultations in Small Animal General Practice