โรคหิดแมวที่เกิดจากไรโนโตเอเดรสคาติที่เจาะเข้าสู่ใบหน้าและก่อให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง รวบรวมอาการที่สังเกตได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และวิธีการรักษาที่ถูกต้องที่โรงพยาบาล


หากพบสัญญาณเหล่านี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที
หากพบสะเก็ดและอาการเกาอย่างรุนแรงที่ปลายหูและใบหน้าต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง ต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที โดยเฉพาะเมื่อมีน้ำเหลืองไหลจากแผลหรือมีกลิ่นเหม็น หรือมีอาการไข้และเบื่ออาหารร่วมด้วย แสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียทุติยภูมิลุกลามแล้ว หากเป็นบ้านที่มีแมวหลายตัว การให้แมวตัวอื่นที่ไม่มีอาการเข้ารับการตรวจรักษาด้วยจะปลอดภัยกว่า

การป้องกันการกำเริบและข้อควรระวังสำหรับบ้านที่มีแมวหลายตัว
หากหยุดยาเร็วเกินไปเมื่ออาการหายไป ไรลูกที่ฟักจากไข่อาจแพร่พันธุ์ได้อีกครั้ง ยาฆ่าไรโดยทั่วไปต้องทำซ้ำอย่างน้อย 3 ครั้ง ห่างกันทุก 4 สัปดาห์ ดังนั้นการรักษาให้ต่อเนื่องจนครบตามตารางการให้ยาที่สัตวแพทย์กำหนดและจนกว่าจะได้รับการวินิจฉัยว่าหายสนิทจึงปลอดภัยที่สุด สำหรับบ้านที่มีแมวหลายตัว การให้สัตว์ทั้งหมดที่อยู่ร่วมกันรวมถึงแมวที่ไม่มีอาการได้รับการรักษาเดียวกันเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดในการป้องกันการกำเริบ

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Little SE, The Cat: Clinical Medicine and Management, 2nd Edition, Chapter on Parasitic Skin Diseases, 2020
[2] Miller WH, Griffin CE, Campbell KL, Muller & Kirk's Small Animal Dermatology, 7th Edition, Chapter 6: Parasitic Skin Disease
[3] Foley RH, A notoedric mange epizootic in an island's cat population, Feline Practice, 1991