ถูกใจ
แชร์
멍실장
고양이 침흘림 원인과 단계별 대처법, 병원 가야 할 신호 총정리

สาเหตุและวิธีจัดการตามขั้นตอนของอาการน้ำลายไหลในแมว รวมสัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาล

สุขภาพช่องปากไกด์อาการคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

สรุปสาเหตุและเกณฑ์การประเมินความเร่งด่วนของอาการน้ำลายไหลในแมว ตรวจสอบวิธีจัดการตามสาเหตุ เช่น โรคปากอักเสบ การรับสารพิษ และภาวะไตวาย รวมถึงพฤติกรรมที่ห้ามทำที่บ้าน

อาการน้ำลายไหลในแมว ตรวจสอบสถานะเบื้องต้นก่อน

ตรวจสอบระดับความเร่งด่วนของอาการน้ำลายไหลในแมว
อาการน้ำลายไหลในแมวเกิดจากสาเหตุหลากหลาย เช่น ปวดในช่องปาก ปัญหาทางเดินอาหาร หรือการสัมผัสสารพิษ ทำให้มีน้ำลายหลั่งมากเกินไปหรือกลืนไม่ได้จนไหลออกมา จุดสำคัญในการดูแลคือ 'ความถี่ ปริมาณ และอาการอื่นที่ปรากฏร่วม' หากเป็นครั้งคราวและปริมาณน้อย อาจเกิดจากความเครียดหรืออารมณ์ดีได้ แต่หากไหลต่อเนื่องร่วมกับเบื่ออาหารหรืออาเจียน อาจเป็นสัญญาณของโรคในช่องปากหรือโรคทั่วร่างกาย ดังนั้นควรประเมินความเร่งด่วนจากปริมาณและระยะเวลาของอาการก่อน

ระดับความเร่งด่วนของอาการน้ำลายไหลในแมว — ตรวจสอบเบื้องต้นด้วยตารางนี้

รายการเล็กน้อยปานกลางรุนแรง
ความถี่บางครั้ง (1-2 ครั้ง/วัน)บ่อย (หลายครั้ง/วัน)ต่อเนื่อง
สภาพน้ำลายใสและปริมาณน้อยมีฟอง ปริมาณปานกลางเหนียว·มีเลือด ปริมาณมาก
อาการร่วมไม่มีหรือความอยากอาหารปกติกลิ่นปาก เบื่ออาหารอาเจียน ไอ อ่อนเพลีย
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเหมือนปกติหลบซ่อน·ดูแลขนลดลงเคลื่อนไหวลดลงอย่างรวดเร็ว ชัก
การกระทำที่แนะนำสังเกตที่บ้าน (24-48 ชั่วโมง)ไปโรงพยาบาลภายใน 48 ชั่วโมงไปโรงพยาบาลฉุกเฉินทันที

หากอาการเริ่มกะทันหันหรือสงสัยการรับสารพิษ แม้จะเป็นเล็กน้อยก็ต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉินทันที

รายการตรวจสอบอาการที่ปรากฏร่วมกับน้ำลายไหล

กลิ่นปาก: สัญญาณหลักของโรคปริทันต์และโรคในช่องปาก หากมีกลิ่นเหม็นเน่าต่างจากกลิ่นอาหารควรสงสัย
เบื่ออาหาร: เกิดจากอาการปวดในช่องปากทำให้เคี้ยวอาหารลำบาก หากนั่งหน้าอาหารแล้วเดินหนีควรตรวจสอบ
อาเจียน·คลื่นไส้: อาจเกิดจากปัญหาทางเดินอาหารหรือการสัมผัสสารพิษ
เกาปากด้วยขาหน้า·เลียปากมากเกินไป: เป็นสัญญาณว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่หรือรู้สึกไม่สบาย
อ่อนเพลีย·กิจกรรมลดลงอย่างรวดเร็ว: อาจลุกลามเป็นอาการทั่วร่างกายแล้ว
รายการตรวจสอบอาการผิดปกติในช่องปากของแมว

สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลฉุกเฉินทันที

หากน้ำลายไหลปริมาณมากพร้อม ① ชัก·กระตุก, ② หายใจลำบาก·หอบ, ③ ปฏิเสธอาหารและน้ำเกิน 24 ชั่วโมง, ④ ลิ้นหรือเหงือกซีดหรือเปลี่ยนเป็นสีฟ้า, หรือ ⑤ สงสัยการรับพืชพิษ·สารทำความสะอาด ต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉินทันที แมวเป็นสัตว์ที่ซ่อนอาการ เมื่อแสดงออกภายนอกมักลุกลามมากแล้ว

กรณีโรคในช่องปากเป็นสาเหตุ — สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด

หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของอาการน้ำลายไหลในแมวคือโรคในช่องปาก หากมีปวดในช่องปากจะเบื่ออาหาร มีสัญญาณร่วมเช่น ทำอาหารตก เคี้ยวข้างเดียว หรือมีกลิ่นจากปาก
โรคปริทันต์ (โรคเหงือก): โรคที่เกิดการอักเสบที่เหงือก มีลักษณะเหงือกแดงและกลิ่นปากรุนแรง โชคดีหากดูแลช่องปากที่บ้านอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่เล็ก อาจป้องกันหรือย้อนกลับการอักเสบของเหงือกได้
โรคปากอักเสบ (การอักเสบของเยื่อบุช่องปาก): โรคที่การอักเสบและการเจริญเติบโตแพร่กระจายทั่วเยื่อบุช่องปาก ยิ่งเรื้อรังยิ่งรุนแรงและปวดมากขึ้น ทำให้กลืนน้ำลายไม่ได้จนไหล
สิ่งแปลกปลอม: หากมีชิ้นกระดูก·ด้าย·หญ้า ติดที่เหงือกหรือลิ้น อาจทำให้น้ำลายเพิ่มขึ้นทันที
การพยายามเปิดปากแมวเพื่อตรวจสอบที่บ้านอาจถูกกัด และการตรวจช่องปากที่แม่นยำอาจต้องมีการสงบสติอารมณ์ ดังนั้นการตรวจสอบที่โรงพยาบาลจึงปลอดภัยกว่า

กรณีสารพิษ·โรคทั่วร่างกายเป็นสาเหตุ

การรับสารพิษ: เมื่อเลียพืชพิษเช่น ลิลลี่·อาซาเลีย·ว่านหางจระเข้·หอมหัวใหญ่ หรือสารทำความสะอาด·ยาฆ่าแมลง น้ำลายจะไหลออกมาทันที ต้องรีบจัดการ
ภาวะไตวาย (เรื้อรัง): เมื่อการทำงานของไตลดลง ยูเรียจะสะสมทำให้เกิดแผลในช่องปากและอาการน้ำลายไหล
ไวรัสทางเดินหายใจส่วนบน: เมื่อติดเชื้อ Herpesvirus·Calicivirus จะเกิดแผลที่ปากและลิ้นทำให้น้ำลายไหลร่วมด้วย
ความผิดปกติของระบบประสาท·หูชั้นใน: อาจเกิดอาการน้ำลายไหลเมื่อมีการชักหรือความผิดปกติของระบบการทรงตัว
ความสัมพันธ์ระหว่างพืชพิษต่อแมวและอาการน้ำลายไหล

จะได้รับการตรวจและการรักษาอะไรบ้างที่โรงพยาบาล?

เริ่มจากการตรวจช่องปาก หากจำเป็นจะตรวจเลือด·เอกซเรย์·ตรวจปัสสาวะเพื่อหาสาเหตุ - โรคในช่องปาก → ขัดหินปูน·ถอนฟัน·จ่ายยาปฏิชีวนะ - โรคปากอักเสบ → สเตียรอยด์·ยาต้านภูมิคุ้มกัน กรณีรุนแรงถอนฟันทั้งหมด - การรับสารพิษ → กระตุ้นอาเจียนหรือให้ถ่านกัมมันต์ที่โรงพยาบาล - ภาวะไตวาย → การให้สารน้ำ·การควบคุมอาหาร วิธีการรักษาต่างกันตามสาเหตุ การตัดสินใจเองหรือให้ยาคนอาจเป็นอันตราย ต้องได้รับการวินิจฉัยจากสัตวแพทย์ก่อนเสมอ

สิ่งที่ห้ามทำที่บ้านเด็ดขาด

การให้ยาคนเช่น ไทลินอล (อะเซตามิโนเฟน)·ไอบูโพรเฟน แก่แมวอาจทำให้เสียชีวิตจากภาวะตับวาย·ไตวายเฉียบพลัน การพยายามดึงสิ่งแปลกปลอมออกเองอาจทำให้ลึกขึ้น หากมีอาการน้ำลายไหลต้องหาสาเหตุก่อน และต้องปฏิบัติตามคำสั่งของสัตวแพทย์เท่านั้น

วิธีป้องกันอาการน้ำลายไหลด้วยการดูแลช่องปากปกติ

สร้างนิสัยแปรงฟัน: หากค่อยๆ ปรับตัวตั้งแต่เล็กจะลดอัตราการเกิดโรคปริทันต์ได้มาก ต้องใช้ยาสีฟันสำหรับแมวเท่านั้น (ยาสีฟันคนเป็นพิษ)
ตรวจช่องปากเป็นประจำ: รับตรวจปีละ 1 ครั้งขึ้นไปจะพบได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
กำจัดพืชพิษ: ควรกำจัดลิลลี่·อาซาเลีย ออกจากบ้านให้หมดเพื่อความปลอดภัย
บันทึกการเปลี่ยนแปลง: หากมีอาการน้ำลายไหลอย่างกะทันหัน การบันทึกสิ่งที่กินและการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมจะช่วยมากในการรักษา
วิธีดูแลสุขภาพช่องปากด้วยการแปรงฟันแมว

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการน้ำลายไหลในแมว

แมวมีน้ำลายไหลเมื่ออารมณ์ดีด้วยหรือไม่?
ใช่ แมวบางตัวมีน้ำลายไหลเล็กน้อยเมื่อถูกกอดหรือคราง หากปริมาณน้อยและไม่มีอาการอื่นไม่ต้องกังวลมาก
อาการน้ำลายไหลเริ่มกะทันหัน ควรไปโรงพยาบาลเมื่อไหร่?
หากเริ่มกะทันหันและปริมาณมาก การไปโรงพยาบาลภายใน 24 ชั่วโมงจะปลอดภัยกว่า หากสงสัยการรับสารพิษต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉินทันที
มีน้ำลายไหลและไม่กินอาหาร ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?
มีความเป็นไปได้สูงว่าเกิดจากอาการปวดในช่องปาก หากโรคปริทันต์·โรคปากอักเสบรุนแรง การเคี้ยวจะปวดจนปฏิเสธอาหาร ต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว
โรคปากอักเสบสามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
กรณีเล็กน้อยสามารถควบคุมด้วยการดูแลได้ กรณีรุนแรงมักมีอาการดีขึ้นมากหลังถอนฟันทั้งหมด มุ่งเน้นการปรับปรุงคุณภาพชีวิตมากกว่าการรักษาให้หายขาด
แมวอายุมากที่มีน้ำลายไหลจะอันตรายกว่าหรือไม่?
ใช่ แมวสูงอายุต้องพิจารณาความเป็นไปได้ของภาวะไตวายหรือเนื้องอกด้วย หากอายุ 7 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจอย่างรวดเร็ว

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Ettinger SJ, Feldman EC, Côté E. Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th Edition. Elsevier Saunders, 2017.

[2] Little SE. The Cat: Clinical Medicine and Management, 2nd Edition. Elsevier, 2022.

[3] Reiter AM, Gracis M. BSAVA Manual of Canine and Feline Dentistry and Oral Surgery, 4th Edition. BSAVA, 2018.

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.