สรุปประเภทยาที่ใช้จัดการความเจ็บปวดหลังผ่าตัดในสัตว์เลี้ยงและวิธีดูแลที่บ้าน โดยอ้างอิงหลักฐานทางสัตวแพทยศาสตร์


หากพบอาการเหล่านี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที
หากมีอาการต่อไปนี้หลังผ่าตัด อาจเป็นผลข้างเคียงจากยาแก้ปวดหรือภาวะแทรกซ้อน ให้ติดต่อสัตวแพทย์ทันที • อาเจียนหรือท้องเสียนานกว่า 24 ชั่วโมง • มีเลือดหรือหนองไหลออกจากบริเวณผ่าตัด • เหงือกซีดหรืออุณหภูมิร่างกายตั้งแต่ 39.5°C ขึ้นไป • ความเจ็บปวดไม่ลดลงหรือกลับรุนแรงขึ้นแม้กินยาแก้ปวดแล้ว • หายใจเร็วขึ้นหรือหายใจลำบาก

ห้ามให้ยาแก้ปวดของคนโดยเด็ดขาด
หากเห็นสัตว์เลี้ยงเจ็บแล้วให้ยาแก้ปวดของคนที่มีอยู่ในบ้าน อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ไอบูโพรเฟนอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงทั้งในสุนัขและแมว เช่น แผลในทางเดินอาหาร ไตเสียหาย และพิษต่อตับ ส่วนอะเซตามิโนเฟนซึ่งเป็นส่วนประกอบของไทลินอล มีพิษรุนแรงอย่างยิ่งต่อแมวและห้ามให้โดยเด็ดขาดไม่ว่าในสถานการณ์ใด สำหรับสุนัขอาจใช้ได้อย่างจำกัดเมื่อสัตวแพทย์เป็นผู้สั่ง แต่หากผู้เลี้ยงให้เองจะเสี่ยงต่อพิษจากการได้รับยาเกินขนาด จึงต้องได้รับใบสั่งยาจากสัตวแพทย์ ยาแก้ปวดของคนชนิดอื่น เช่น นาพรอกเซนและแอสไพริน ก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงร้ายแรงในสัตว์เลี้ยง ต้องใช้เฉพาะยาที่ได้รับจากโรงพยาบาลสัตว์เท่านั้น


สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Fossum TW. Preoperative and intraoperative care of the surgical patient. In: Fossum TW, Duprey LP, O'Connor D, editors. Small Animal Surgery. 3rd ed. Boston, MA: Elsevier; 2007.
[2] Reader RC, McCarthy RJ, Schultz KL, et al. Comparison of liposomal bupivacaine and 0.5% bupivacaine hydrochloride for control of postoperative pain in dogs undergoing tibial plateau leveling osteotomy. J Am Vet Med Assoc. 2020;256:1011-19.
[3] Ko JC. Small Animal Anesthesia and Pain Management: A Color Handbook. 3rd ed. CRC Press; 2018.
[4] Hosgood G, Scholl DT. Evaluation of age as a risk factor for perianesthetic morbidity and mortality in the dog. J Vet Emerg Crit Care. 1998;8(3):222-36.