ถูกใจ
แชร์
멍실장
반려동물 통증 신호 알아채기

สัญญาณความเจ็บปวดของสัตว์เลี้ยงที่พูดไม่ได้ — 7 พฤติกรรมเตือนที่ต้องไม่พลาด

ภูมิคุ้มกันถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

สุนัขและแมวมีสัญชาตญาณซ่อนความเจ็บปวด บทความนี้แนะนำวิธีสังเกตสัญญาณความเจ็บปวดตั้งแต่เนิ่น ๆ ผ่านการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม ท่าทาง และความอยากอาหาร

สัญญาณความเจ็บปวดของสัตว์เลี้ยงคืออะไร

สุนัขและแมวที่กำลังพักผ่อนอย่างสบาย
สัญญาณความเจ็บปวดของสัตว์เลี้ยงคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ท่าทาง และสภาพทางสรีรวิทยาที่สุนัขหรือแมวแสดงออกเมื่อรู้สึกเจ็บปวด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสังเกต "ความแตกต่างจากปกติ" ได้อย่างรวดเร็ว สุนัขและแมวมีแนวโน้มตามสัญชาตญาณที่จะซ่อนความเจ็บปวด ดังนั้นเมื่อสัญญาณที่สังเกตเห็นได้ปรากฏขึ้น อาจหมายความว่าอาการดำเนินไปค่อนข้างมากแล้ว ตามตำราสัตวแพทยศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็นหนึ่งในสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าสัตว์ป่วยหรือมีความเจ็บปวด และถือเป็นตัวบ่งชี้ที่เชื่อถือได้ในการประเมินความเจ็บปวด ดังนั้นการสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจพบความเจ็บปวดตั้งแต่เนิ่น ๆ

เหตุใดจึงมักพลาดสังเกตสัญญาณความเจ็บปวด

สัตว์เลี้ยงไม่สามารถพูดว่า "เจ็บ" ได้เหมือนมนุษย์ สุนัขและแมวเป็นที่รู้กันว่าซ่อนความเจ็บปวดได้ดี โดยเฉพาะแมวที่มีสัญญาณความเจ็บปวดละเอียดอ่อนมาก ทำให้เจ้าของมักสังเกตไม่ทัน สุนัขเองก็เป็นสัตว์ที่ซ่อนความเจ็บปวดตามสัญชาตญาณ จึงอาจไม่แสดงความไม่สบายออกมาให้เห็นชัดเจน นอกจากนี้ รูปแบบการแสดงออกของความเจ็บปวดยังแตกต่างกันมากตามชนิดของสัตว์ และแม้ในชนิดเดียวกันก็ยังแตกต่างกันระหว่างตัว บางครั้งจึงปรากฏเป็นสัญญาณที่ละเอียดอ่อนและสังเกตได้ยาก ดังนั้นเจ้าของจำเป็นต้องรู้จักรูปแบบพฤติกรรมปกติของสัตว์เลี้ยงเป็นอย่างดีจึงจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยได้ การสังเกตอย่างสม่ำเสมอในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นระดับกิจกรรม ความอยากอาหาร การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง ถือเป็นพื้นฐานสำคัญ

สัญญาณความเจ็บปวด 7 ประการของสุนัข

หากสัญญาณต่อไปนี้ปรากฏในระดับที่แตกต่างจากปกติ หรือเกิดซ้ำและต่อเนื่อง ให้สงสัยว่าอาจมีความเจ็บปวด
การหดตัวทางพฤติกรรม: ปฏิเสธการเล่นหรือเดินเล่นที่เคยชอบ
ความอยากอาหารลดลง: ปฏิเสธขนมที่ชอบหรือกินช้าลง
การเลียมากเกินไป: เลียหรือกัดแทะบริเวณใดบริเวณหนึ่งซ้ำ ๆ
ท่าทางผิดปกติ: โค้งหลังหรืออยู่ในท่าขดตัวเป็นเวลานาน
การเปลี่ยนแปลงการหายใจ: หอบถี่แม้ขณะพักผ่อน
การเปลี่ยนแปลงเสียง: ร้องครวญครางหรือส่งเสียงร้องแตกต่างจากปกติ
ความก้าวร้าว: คำรามหรือหลีกหนีเมื่อพยายามสัมผัส
เจ้าของกำลังสังเกตสุนัขที่อยู่ในท่าขดตัว

ความแตกต่างของสัญญาณความเจ็บปวดระหว่างสุนัขและแมว

รายการสุนัขแมว
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมปฏิเสธการเล่น, ไม่ยอมเดินเล่นซ่อนตัว, ชอบอยู่โดดเดี่ยว
เสียงส่งเสียงครวญคราง, ร้องไห้แทบไม่ส่งเสียง, บางครั้งฟ่อ
ท่าทางหลังโก่ง, เดินกะเผลกยึดท่าหมอบ, นั่งท่าก้อนขนมปังต่อเนื่อง
ความอยากอาหารปฏิเสธแม้แต่ขนมไม่เข้าใกล้ชามอาหาร
การเลียขนเลียบริเวณเฉพาะจุดหยุดเลียขนหรือเลียขนมากเกินไป
สีหน้าหรี่ตา, หูพับไปด้านหลังตาหยี, หนวดแบนราบ

อ้างอิง: Small Animal Critical Care Medicine 3rd Ed, Pain Assessment

แมวต้องระวังเป็นพิเศษ

การแสดงออกถึงความเจ็บปวดของแมวละเอียดอ่อนกว่าสุนัขมาก การอยู่ในท่า "ขนมปัง" เป็นเวลานาน การซ่อนตัวไม่ยอมออกมา หรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ห้องน้ำ ก็อาจเป็นสัญญาณความเจ็บปวดได้ ควรสังเกตอย่างใกล้ชิดหากแมวหยุดดูแลตัวเองหรือในทางตรงกันข้ามเลียบริเวณใดบริเวณหนึ่งมากเกินไป ตาม Feline Grimace Scale (FGS) ซึ่งเป็นเครื่องมือประเมินความเจ็บปวดในแมวที่ได้รับการยืนยัน การเปลี่ยนแปลงของหน่วยการแสดงออกทางใบหน้า 5 ประการ ได้แก่ ตำแหน่งหู ความตึงของเบ้าตา (กล้ามเนื้อรอบดวงตา) ความตึงของปาก ตำแหน่งหนวด และตำแหน่งศีรษะ เป็นเบาะแสสำคัญของความเจ็บปวดในแมว
แมวนั่งในท่าขนมปังริมหน้าต่าง

สัญญาณความเจ็บปวดฉุกเฉินที่ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

หากพบอาการต่อไปนี้ต้องรีบพาไปห้องฉุกเฉินโดยไม่รอช้า ท้องแข็งและบวมโป่ง หรือเจ็บปวดอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัส หายใจเร็วและตื้นมาก หรือหอบทางปากมากผิดปกติ หยุดเคลื่อนไหวกะทันหันและแข็งทื่ออยู่ในท่าเดิม มีสัญญาณความเจ็บปวดร่วมกับอาเจียนหรือท้องเสีย สีเหงือกซีดหรือเป็นสีม่วง ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระอย่างยากลำบากพร้อมกับแสดงความเจ็บปวด กรณีเหล่านี้อาจเกิดจากปัญหาอวัยวะภายในหรือความเจ็บปวดเฉียบพลัน ซึ่งช่วงเวลาทองมีความสำคัญอย่างยิ่ง

วิธีตรวจสอบความเจ็บปวดที่บ้าน

สามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ที่บ้านก่อนพาไปพบสัตวแพทย์
การทดสอบการสัมผัส: สัมผัสบริเวณที่มักแตะเบา ๆ แล้วสังเกตปฏิกิริยา
การสังเกตการเดิน: ตรวจดูว่าการเดินและวิ่งเป็นปกติหรือไม่
การบันทึกชีวิตประจำวัน: บันทึกปริมาณอาหาร ปริมาณน้ำ และสภาพการขับถ่ายเป็นเวลาอย่างน้อย 3 วัน
การบันทึกวิดีโอ: หากพบพฤติกรรมผิดปกติ ให้บันทึกวิดีโอไว้ เพราะจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการตรวจรักษา
อย่างไรก็ตาม ห้ามกดนวดบริเวณที่เจ็บปวดโดยใช้แรง เพราะอาจทำให้ความเจ็บปวดรุนแรงขึ้นหรือเกิดการกัดได้
เจ้าของกำลังตรวจสอบสุนัขอย่างนุ่มนวลและบันทึกข้อมูล

ห้ามให้ยาแก้ปวดของมนุษย์โดยเด็ดขาด

การให้ยาแก้ปวดสำหรับมนุษย์ เช่น Tylenol หรือ Ibuprofen ตามดุลยพินิจของเจ้าของเองอาจทำให้สัตว์เลี้ยงเสียชีวิตจากพิษได้ ในความเป็นจริง เหตุการณ์ที่เจ้าของให้ยา NSAID สำหรับมนุษย์แก่สัตว์เลี้ยงที่มีความเจ็บปวดโดยไม่รู้ถึงอันตรายนั้นเกิดขึ้นไม่น้อย โดยเฉพาะแมวที่มีความสามารถในการล้างพิษผ่านกระบวนการ glucuronide conjugation ต่ำกว่าและมีค่าครึ่งชีวิตของยายาวนานกว่า ทำให้ไวต่อ NSAID เช่น Ibuprofen มากกว่าสุนัขหลายเท่า และอาจเป็นอันตรายได้แม้ในปริมาณเล็กน้อย สัตวแพทย์จะสั่งจ่ายยาที่ปลอดภัยโดยปรับตามน้ำหนักและสภาพของสัตว์ ดังนั้นต้องพาไปพบสัตวแพทย์ก่อนเสมอแล้วจึงใช้ยา อย่าวินิจฉัยเองโดยอาศัยการแพทย์พื้นบ้านหรือข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต หากสงสัยว่ามีสัญญาณความเจ็บปวด การปรึกษาสัตวแพทย์เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจรักษาด้วยบันทึกความเจ็บปวด

หากสงสัยว่าสัตว์เลี้ยงมีสัญญาณความเจ็บปวด ให้ลองจัดทำ "บันทึกความเจ็บปวด" การบันทึกว่าอาการเริ่มขึ้นเมื่อใด อาการรุนแรงขึ้นในสถานการณ์ใด และพบมากในช่วงเวลาใดของวัน จะช่วยให้สัตวแพทย์ค้นหาสาเหตุได้อย่างมาก โดยเฉพาะความเจ็บปวดที่เกิดเป็นช่วง ๆ ซึ่งมักตรวจยืนยันได้ยากที่สถานพยาบาล วิดีโอที่บันทึกที่บ้านอาจเป็นเบาะแสชี้ขาดได้ ตำราสัตวแพทยศาสตร์ยังเน้นย้ำว่าการบันทึกผลการประเมินความเจ็บปวดอย่างสม่ำเสมอช่วยในการสังเกตและจัดการความเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นบันทึกการสังเกตของเจ้าของจึงเป็นข้อมูลสำคัญในการตรวจรักษา

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ไม่แน่ใจว่าสัตว์เลี้ยงกำลังเจ็บปวดหรือไม่ ควรทำอย่างไร
หากสังเกตพบสิ่งที่แตกต่างจากพฤติกรรมปกติซ้ำ ๆ ต่อเนื่อง แนะนำให้พาไปพบสัตวแพทย์ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ความเจ็บปวดที่สำคัญ การบันทึกวิดีโอไว้แสดงให้สัตวแพทย์ดูจะช่วยให้การตรวจรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
สุนัขส่งเสียงร้องครวญคราง แต่ยังวิ่งเล่นได้กระฉับกระเฉง ถือว่าปกติหรือไม่
อาจมีความเจ็บปวดเป็นช่วง ๆ ได้ ความเจ็บปวดมักเกิดขึ้นในท่าทางหรือการเคลื่อนไหวบางอย่าง ควรสังเกตสักสองสามวัน หากเกิดซ้ำให้พาไปพบสัตวแพทย์เพื่อความปลอดภัย
แมวซ่อนตัวและไม่ยอมออกมา เป็นสัญญาณความเจ็บปวดหรือไม่
มีความเป็นไปได้ หากแมวที่ปกติออกมาได้ง่ายเริ่มซ่อนตัวและปฏิเสธอาหารและน้ำ อาจเป็นสัญญาณของความเจ็บปวดหรือสภาพร่างกายที่ถดถอย จำเป็นต้องพาไปพบสัตวแพทย์
สุนัขสูงอายุเคลื่อนไหวน้อยอยู่แล้วตามธรรมชาติ จะแยกแยะความแตกต่างได้อย่างไร
การแยกแยะระหว่างการเสื่อมตามวัยและความเจ็บปวดเป็นเรื่องยาก แต่หากมีการเปลี่ยนแปลง เช่น ลังเลก่อนลุกขึ้นหรือหลีกเลี่ยงบันได ให้สงสัยว่าอาจมีความเจ็บปวดที่ข้อต่อ การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งสำคัญ
ดูเหมือนจะมีความเจ็บปวด แต่ยังกินข้าวได้ตามปกติ แปลว่าไม่มีปัญหาหรือ
อาจมีความเจ็บปวดได้แม้ความอยากอาหารจะยังคงเดิม เนื่องจากการตอบสนองของความอยากอาหารมีความหลากหลายขึ้นอยู่กับชนิดและระดับของความเจ็บปวด จึงต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ระดับกิจกรรม ท่าทาง และการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Small Animal Critical Care Medicine, 3rd Ed - Chapter 131 Pain Assessment

[2] Advanced Monitoring for Small Animal Emergency and Critical Care, 2nd Ed - Pain Recognition

[3] Mathews, K.A. (2000). Pain assessment and general approach to management. Vet. Clin. North Am. Small Anim. Pract. 30(4): 729-755

[4] Hansen, B.D. (2005). Analgesia and sedation in the critically ill. J. Vet. Emerg. Crit. Care 15(4): 285-294

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.