ถูกใจ
แชร์
멍실장
강아지 고양이 영양결핍 신호와 평가 방법

สุนัขของเราขาดสารอาหารหรือเปล่า — สัญญาณภาวะขาดสารอาหารที่มักมองข้ามและวิธีประเมิน

ระบบทางเดินอาหารถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

รวบรวมสัญญาณหลักของภาวะขาดสารอาหารในสุนัขและแมว วิธีประเมินที่ทำได้เองที่บ้าน และเกณฑ์ที่ต้องพาไปพบสัตวแพทย์ไว้ในที่เดียว

ภาวะขาดสารอาหารคืออะไร

สัตวแพทย์กำลังประเมินสภาวะโภชนาการของสุนัขและแมวที่ผอมแห้ง
ภาวะขาดสารอาหารในสุนัขและแมวคือสภาวะที่พลังงาน โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางขน รูปร่าง และการทำงานของอวัยวะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสังเกตสัญญาณในระยะแรก หากขนแห้งกรอบ น้ำหนักลด และพลังงานต่ำเกิดขึ้นต่อเนื่อง นั่นไม่ใช่เพียงปัญหาความอยากอาหาร แต่ต้องตรวจสอบสถานะสารอาหาร แม้ให้อาหารสำเร็จรูปครบถ้วนอย่างสม่ำเสมอ ก็อาจเกิดภาวะขาดสารอาหารได้หากมีความผิดปกติในการดูดซึมหรือโรคบางชนิด

ภาวะขาดสารอาหารเกิดขึ้นได้อย่างไร

ภาวะขาดสารอาหารเกิดขึ้นได้ 3 ทาง ได้แก่ การรับสารอาหารไม่เพียงพอ ความผิดปกติในการดูดซึม และ ความต้องการสารอาหารที่เพิ่มขึ้น การกินอาหารแบบเลือกหรืออาหารปรุงเองคุณภาพต่ำทำให้ได้รับสารอาหารไม่ครบ โรคตับอ่อน ตับ หรือลำไส้ทำให้ดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดีแม้กินเพียงพอ ในช่วงตั้งครรภ์ ให้นม กำลังเจริญเติบโต หรือฟื้นตัวจากโรคเรื้อรัง ความต้องการสารอาหารสูงกว่าปกติ จึงอาจขาดได้แม้กินในปริมาณเท่าเดิม หากไม่ทราบสาเหตุ การเปลี่ยนอาหารเสริมเพียงอย่างเดียวไม่ช่วยให้หายขาด

สัญญาณภาวะขาดสารอาหาร 7 ข้อที่สังเกตได้ที่บ้าน

หากพบสัญญาณต่อไปนี้ตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไปพร้อมกัน ให้สงสัยว่ามีภาวะขาดสารอาหาร
น้ำหนักลด: หากน้ำหนักลดลงอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาสั้น ถือเป็นสัญญาณเตือน
ขนเปลี่ยนแปลง: ขนแห้งกรอบ หักง่าย และหมดความเงางาม
ปัญหาผิวหนัง: รังแค คัน และแผลหายช้าลง
พลังงานต่ำ: ปฏิเสธการเดินเล่นหรือเล่น และนอนหลับมากขึ้น
กล้ามเนื้อลีบ: กระดูกสันหลังและซี่โครงนูนให้เห็น
ภูมิคุ้มกันต่ำ: ติดเชื้อบ่อยขึ้น บาดแผลที่ผิวหนังเกิดง่าย และภูมิต้านทานโดยรวมลดลง
การฟื้นตัวล่าช้า: แผลเล็กน้อยไม่สมานปิด
สุนัขที่ขนแห้งกรอบและซี่โครงนูนออกมาเนื่องจากภาวะขาดสารอาหาร

เกณฑ์ที่ต้องพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

สถานการณ์ต่อไปนี้ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการเสริมสารอาหารเพียงอย่างเดียว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะมีโรคประจำตัวร่วมด้วย จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจที่คลินิกภายใน 24 ชั่วโมง - เมื่อสังเกตเห็นน้ำหนักลดอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้น - เมื่อแมวปฏิเสธอาหารเองและต่อเนื่อง (เสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ) - เมื่อท้องเสียหรืออาเจียนซ้ำๆ ต่อเนื่องหรือทวีความรุนแรง - เมื่อขาหลังอ่อนแรงหรือมีอาการชัก (สงสัยความผิดปกติของระบบประสาทในสมองจากภาวะขาด Thiamine หรือการทำงานของหัวใจลดลงจากภาวะขาด Taurine) - เมื่อเหงือกซีดขาว (มีภาวะโลหิตจางร่วม)

การประเมินสภาวะโภชนาการ: วิธีอ่านค่า BCS 9 ระดับ

คะแนนสภาพร่างกาย (BCS) ที่ใช้ในตำราโภชนศาสตร์สัตวแพทย์สามารถประเมินได้ที่บ้าน ให้ใช้มือทั้งสองลูบเบาๆ บริเวณซี่โครง สังเกตความคอดของเอวจากด้านบนและการยกขึ้นของท้องจากด้านข้าง คะแนนอุดมคติ 4–5 คะแนน ซี่โครงจะสัมผัสได้เล็กน้อยและมองเห็นเส้นเอว หากได้ 3 คะแนนหรือต่ำกว่าถือว่ามีภาวะขาดสารอาหาร 6 คะแนนขึ้นไปถือว่าอ้วน การสัมผัสด้วยมือให้ความแม่นยำมากกว่าการดูตัวเลขเพียงอย่างเดียว

ลักษณะเฉพาะของแต่ละระดับคะแนนสภาพร่างกาย (BCS)

รายการน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ (1~3)อุดมคติ (4~5)น้ำหนักเกิน (6~9)
การคลำซี่โครงคลำกระดูกได้ง่าย ไม่มีไขมันคลำพบใต้ชั้นไขมันบางคลำไม่ชัดเนื่องจากไขมันหนา
แนวเอวมองจากด้านบนเห็นเอวคอดเว้าทรงนาฬิกาทรายเล็กน้อยไม่มีแนวเอว
การเก็บท้องท้องเก็บขึ้นมากเมื่อมองด้านข้างท้องยกขึ้นเล็กน้อยท้องหย่อนย้อย
การจัดการต้องตรวจหาสาเหตุ + ปรับโภชนาการคงปริมาณให้อาหารไว้ต้องจำกัดแคลอรี

อ้างอิงเกณฑ์ BCS 9 ระดับตามตำราโภชนาศาสตร์สัตวแพทย์

การตรวจภาวะขาดสารอาหารที่คลินิก

สัตวแพทย์จะประเมินสภาพร่างกายพร้อมกับการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับโปรตีน (อัลบูมินและโปรตีนรวม) อิเล็กโทรไลต์ วิตามิน และแร่ธาตุ รวมถึงการตรวจ CBC เพื่อดูภาวะโลหิตจาง และการทดสอบการทำงานของตับ ไต และตับอ่อนด้วย โดยเฉพาะในแมว ระดับ Taurine มีความสำคัญมาก เนื่องจากแม้จะอดอาหารไม่ถึง 24 ชั่วโมง Taurine ในพลาสมาก็อาจต่ำกว่าปกติได้ จึงควรตรวจจากเลือดทั้งหมดเพื่อความแม่นยำ หากสงสัยว่ามีความผิดปกติในการดูดซึม จะใช้อัลตราซาวด์ตรวจความหนาของผนังลำไส้และสภาพตับอ่อนด้วย สุนัขก็ตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุตามความจำเป็นเช่นกัน แต่หัวใจสำคัญคือต้องค้นหาโรคที่เป็นสาเหตุจึงจะแก้ไขได้อย่างแท้จริง
สัตวแพทย์กำลังเจาะเลือดสุนัขเพื่อตรวจเลือด

วิธีจัดการโภชนาการที่บ้าน

การแก้ไขสาเหตุเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก แต่การดูแลในชีวิตประจำวันก็มีความสำคัญเช่นกัน
ให้อาหารสำเร็จรูปครบถ้วนสมดุล: ใช้อาหารสำเร็จรูปที่ผ่านมาตรฐาน AAFCO เป็นพื้นฐาน
ระวังอาหารปรุงเอง: การกินอาหารปรุงเองเพียงอย่างเดียวมักทำให้ขาดแคลเซียมและ Taurine
ตรวจสอบปริมาณอาหารเป็นระยะ: ปรับทุก 1–2 เดือนตามการเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักและระดับกิจกรรม
ปรึกษาก่อนให้อาหารเสริม: การเพิ่มอาหารเสริมเองอาจทำให้สารอาหารบางชนิดเกินได้
ตรวจสอบการดื่มน้ำ: ภาวะขาดน้ำก็ขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร

ข้อควรระวังเป็นพิเศษสำหรับแมว

แมวมีความต้องการสารอาหารที่แตกต่างจากสุนัข การให้อาหารสุนัขแก่แมวในระยะยาวอาจทำให้เกิดภาวะขาด Taurine ส่งผลให้เกิดความผิดปกติที่หัวใจ (โรคกล้ามเนื้อหัวใจชนิดขยาย) และจอประสาทตา นอกจากนี้แม้เพียงช่วงสั้นที่เบื่ออาหารหรืออดอาหาร ก็สามารถทำให้ภาวะไขมันพอกตับ (ภาวะไขมันสะสมในตับ)ลุกลามอย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายถึงชีวิต การลดอาหารอย่างกะทันหันเพื่อควบคุมน้ำหนักก็เป็นอันตรายเช่นกัน แมวต้องได้รับอาหารสำเร็จรูปครบถ้วนสำหรับแมวโดยเฉพาะอย่างสม่ำเสมอ

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

กินอาหารสำเร็จรูปอย่างดีแล้ว ยังเกิดภาวะขาดสารอาหารได้หรือไม่
ได้ เป็นไปได้ หากมีโรคลำไส้ ตับอ่อน หรือตับ การดูดซึมจะบกพร่อง และในช่วงตั้งครรภ์ ให้นม หรือฟื้นตัว ความต้องการสารอาหารจะเพิ่มขึ้นทำให้ขาดได้แม้กินในปริมาณเท่าเดิม สิ่งที่สำคัญกว่าปริมาณอาหารที่กินคือการดูดซึมและการนำไปใช้
ต้องการให้อาหารปรุงเองแต่กังวลเรื่องภาวะขาดสารอาหาร
อาหารปรุงเอง 100% มักทำให้ขาดแคลเซียม Taurine และวิตามิน E บ่อย วิธีที่ปลอดภัยคือขอสูตรจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนศาสตร์สัตวแพทย์ หรือใช้อาหารสำเร็จรูปครบถ้วนเป็นพื้นฐานแล้วผสมอาหารปรุงเองในปริมาณน้อยเป็นอาหารเสริม
การให้อาหารเสริมช่วยแก้ภาวะขาดสารอาหารได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเป็นเพียงการได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ อาหารเสริมช่วยได้ แต่หากมีความผิดปกติในการดูดซึมหรือโรคประจำตัว แม้ให้อาหารเสริมก็จะถูกขับออกมาโดยไม่เกิดประโยชน์ ต้องหาสาเหตุด้วยการตรวจเลือดก่อน
น้ำหนักคงเดิมแต่อาจมีภาวะขาดสารอาหารได้หรือไม่
ได้ แม้น้ำหนักจะคงเดิม แต่หากกล้ามเนื้อลดลงและไขมันเพิ่มขึ้น BCS อาจดูสูง แต่อาจอยู่ในภาวะขาดโปรตีน ต้องตรวจโดยการสัมผัสด้วยมือและตรวจระดับโปรตีนในเลือด
ควรตรวจสอบสภาพร่างกายบ่อยแค่ไหน
การตรวจสอบสภาพร่างกายเป็นประจำมีความสำคัญ และควรตรวจบ่อยขึ้นในช่วงที่ความต้องการสารอาหารเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงกำลังเจริญเติบโต สูงอายุ หรือฟื้นตัวจากโรค การชั่งน้ำหนักด้วยเครื่องชั่งเดิมและในเวลาเดียวกันจะช่วยให้สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงได้แม่นยำ

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เชื่อตารางเกรดอาหารในอินเทอร์เน็ตได้เลยหรือไม่ — เกณฑ์เลือกที่แท้จริงจากสัตวแพทย์ 2026

เชื่อตารางเกรดอาหารในอินเทอร์เน็ตได้เลยหรือไม่ — เกณฑ์เลือกที่แท้จริงจากสัตวแพทย์ 2026

5 อันดับโปรไบโอติกสำหรับสุนัขที่แนะนำในปี 2026 — เกณฑ์การเลือกจากสัตวแพทย์

5 อันดับโปรไบโอติกสำหรับสุนัขที่แนะนำในปี 2026 — เกณฑ์การเลือกจากสัตวแพทย์

ควรเปลี่ยนเป็นอาหารสุนัขสูงวัยเมื่อใด? — เกณฑ์เลือก 5 ข้อจากสัตวแพทย์

ควรเปลี่ยนเป็นอาหารสุนัขสูงวัยเมื่อใด? — เกณฑ์เลือก 5 ข้อจากสัตวแพทย์

สุนัขของเราไล่ตามหางตัวเองอยู่เรื่อย — เป็นแค่การเล่นหรือพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ?

สุนัขของเราไล่ตามหางตัวเองอยู่เรื่อย — เป็นแค่การเล่นหรือพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ?

วิธีแก้ไขพฤติกรรมดึงสายจูงระหว่างเดินเล่น

วิธีแก้ไขพฤติกรรมดึงสายจูงระหว่างเดินเล่น

วิธีสอนสุนัขให้นั่ง รอ และนอนราบ — ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการให้รางวัล

วิธีสอนสุนัขให้นั่ง รอ และนอนราบ — ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการให้รางวัล

การฝึกคลิกเกอร์สุนัขคืออะไร? — วิธีเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่จังหวะเวลาไปจนถึงรางวัล

การฝึกคลิกเกอร์สุนัขคืออะไร? — วิธีเริ่มต้นอย่างถูกต้องตั้งแต่จังหวะเวลาไปจนถึงรางวัล

สเกลิงเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมกิน — การดูแลในช่วงพักฟื้นและสัญญาณที่ต้องไปพบสัตวแพทย์

สเกลิงเสร็จแล้วแต่ไม่ยอมกิน — การดูแลในช่วงพักฟื้นและสัญญาณที่ต้องไปพบสัตวแพทย์

สุนัขก็ต้องจัดฟันไหม — สัญญาณของการสบฟันผิดปกติและเกณฑ์การพิจารณา

สุนัขก็ต้องจัดฟันไหม — สัญญาณของการสบฟันผิดปกติและเกณฑ์การพิจารณา

อาการแพ้ยาในสุนัขและแมว มีอาการอะไรบ้าง — จนถึงการรับมือฉุกเฉิน

อาการแพ้ยาในสุนัขและแมว มีอาการอะไรบ้าง — จนถึงการรับมือฉุกเฉิน

เอกสารอ้างอิง

[1] Applied Veterinary Clinical Nutrition, 2nd Ed - Nutritional Assessment Chapter

[2] The Cat, Clinical Medicine and Management, 2nd Edition - Table 20.2 Nutrient Deficiencies

[3] BSAVA Manual of Canine and Feline Dermatology, 4th Ed - Nutritional Skin Disease

[4] Nutrient Requirements of Dogs and Cats (NRC) - Nutrient Requirements and Dietary Concentrations

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.