ถูกใจ
แชร์
멍실장
강아지 고양이 심박수 측정과 정상 범위

การวัดอัตราการเต้นของหัวใจสุนัขและแมว และค่าปกติ

ภูมิคุ้มกันถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

สรุปค่าปกติของอัตราการเต้นของหัวใจสุนัขและแมวตามน้ำหนักและอายุ พร้อมแนะนำวิธีวัดด้วยตนเองที่บ้านและเกณฑ์ที่ควรไปพบสัตวแพทย์

อัตราการเต้นของหัวใจคืออะไร

สัตวแพทย์กำลังวัดอัตราการเต้นของหัวใจสุนัขและแมว
อัตราการเต้นของหัวใจคือจำนวนครั้งที่หัวใจเต้นภายใน 1 นาที ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสัญญาณชีพพื้นฐานที่ใช้ประเมินการทำงานของหัวใจและสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือค่าปกติจะแตกต่างกันอย่างมากตามน้ำหนัก อายุ และสายพันธุ์ หากทราบ 'ค่าอ้างอิงของสัตว์เลี้ยง' ที่วัดในสภาวะสงบปกติ จะสามารถสังเกตเห็นสัญญาณผิดปกติได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่านี้จะเปลี่ยนแปลงเป็นอันดับแรกเมื่อมีโรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ หรือภาวะไข้

เหตุใดจึงต้องรู้อัตราการเต้นของหัวใจ

อัตราการเต้นของหัวใจเป็นตัวชี้วัดที่ตอบสนองเป็นอันดับแรกเมื่อมีภาวะขาดน้ำ ความเจ็บปวด ภาวะโลหิตจาง หรือโรคหัวใจ เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจขณะพักเบี่ยงเบนจากค่าอ้างอิงปกติอย่างต่อเนื่อง อาจสงสัยโรคเรื้อรังที่ซ่อนอยู่ได้ และการวินิจฉัยที่แม่นยำต้องอาศัยการตรวจของสัตวแพทย์ เช่น การฟังเสียงหัวใจและการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขและแมวสูงอายุมักเกิดโรคลิ้นหัวใจหรือโรคกล้ามเนื้อหัวใจได้ง่าย การวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่บ้านประมาณเดือนละ 1 ครั้งจึงช่วยในการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกได้อย่างมาก และการแจ้งค่าอ้างอิงปกติให้สัตวแพทย์ทราบขณะไปโรงพยาบาลสัตว์ยังช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำยิ่งขึ้น

ค่าปกติของอัตราการเต้นของหัวใจตามน้ำหนักและชนิด

รายการช่วงปกติ (ครั้ง/นาที)ลักษณะ
สุนัขขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 10 kg)90~140 ครั้งอัตราเร็วถือเป็นปกติ
สุนัขขนาดกลาง (10~25 kg)80~120 ครั้งระดับเฉลี่ย
สุนัขขนาดใหญ่ (25 kg ขึ้นไป)60~100 ครั้งอัตราช้าถือเป็นปกติ
ลูกสุนัข (อายุต่ำกว่า 1 ปี)70~220 ครั้งเร็วกว่าสุนัขโตและช่วงกว้างกว่า
แมว (แมวโต)140~220 ครั้งเร็วขึ้นเมื่อตึงเครียด
ลูกแมวสูงสุดถึง 240 ครั้งเร็วมาก ใกล้ค่าสูงสุดปกติของแมว (ประมาณ 240 ครั้ง)

อ้างอิงจากสภาวะพักและอุณหภูมิร่างกายปกติ อาจสูงขึ้นชั่วคราวทันทีหลังออกกำลังกายหรือตื่นเต้น

วิธีวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่บ้าน

ก่อนวัดควรให้สัตว์เลี้ยงอยู่นิ่งอย่างน้อย 5 นาที จากนั้นให้นอนตะแคงหรือนั่งในท่าสบาย แล้ววางมือบนหน้าอกใต้รักแร้ขาหน้าซ้าย หรือวางนิ้วเบา ๆ บนหลอดเลือดแดงต้นขาด้านใน - วิธีวัด: นับจำนวนครั้งที่เต้นใน 15 วินาที แล้วคูณ 4 จะได้อัตราการเต้นต่อนาที - ข้อควรระวัง: หากสัตว์เลี้ยงอยู่ในสภาวะตื่นเต้น ค่าที่ได้จะสูงกว่าความเป็นจริง - เคล็ดลับ: เปิดนาฬิกาจับเวลาบนสมาร์ทโฟนและวัดในสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ สำหรับแมวซึ่งมักเคลื่อนไหวมาก การวัดขณะที่แมวกำลังนอนหลับจะให้ผลที่แม่นยำที่สุด
ภาพการวางมือบนหน้าอกสุนัขเพื่อวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

สัญญาณอัตราการเต้นของหัวใจที่ต้องไปพบสัตวแพทย์ทันที

เมื่ออยู่ในสภาวะสงบแล้ว อัตราการเต้นของหัวใจยังเบี่ยงเบนออกจากค่าปกติอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นภาวะฉุกเฉิน หากสุนัขมีอัตราการเต้น 180 ครั้งต่อนาทีขึ้นไปหรือต่ำกว่า 60 ครั้งต่อนาที หรือแมวมีอัตราการเต้น 240 ครั้งต่อนาทีขึ้นไปหรือต่ำกว่า 120 ครั้งต่อนาที และเป็นอยู่นานกว่า 10 นาที ควรไปพบสัตวแพทย์ทันที โดยเฉพาะหากมีอาการเป็นลม หายใจลำบาก หรือเหงือกซีดหรือออกสีเขียวอมน้ำเงิน มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ในสุนัข การไออาจเป็นอาการร่วมของปัญหาหัวใจ แต่ในแมว แม้จะมีภาวะหัวใจล้มเหลวก็พบการไอได้ไม่บ่อย โดยการหายใจลำบากหรือการหายใจโดยอ้าปากเป็นสัญญาณหลัก ระหว่างเดินทางไปพบสัตวแพทย์ควรติดตามอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่องและแจ้งค่าที่แม่นยำแก่สัตวแพทย์

ควรสงสัยอะไรเมื่ออัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ

- หัวใจเต้นเร็ว (เร็วเกินไป): พบในภาวะไข้ ความเจ็บปวด ภาวะขาดน้ำ ภาวะโลหิตจาง ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน (ในแมว) และระยะแรกของโรคหัวใจ - หัวใจเต้นช้า (ช้าเกินไป): อาจเกิดจากภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ ภาวะช็อก หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันในกะโหลกศีรษะสูง หรือพิษจากยาบางชนิด - การเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมอ: สงสัยหัวใจเต้นผิดจังหวะ จำเป็นต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ในสุนัขพันธุ์เล็กสูงอายุ โรคลิ้นหัวใจไมทรัลมิกโซมาทัสเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการทำงานของหัวใจผิดปกติ และเมื่อโรคดำเนินไปอาจมีอาการหัวใจเต้นเร็วร่วมด้วย ไม่ควรวินิจฉัยเองและต้องรับการตรวจโดยการฟังเสียงหัวใจและการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเสมอ
สุนัขกำลังรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

จุดตรวจสอบเมื่อดูแลที่บ้าน

- การวัดสม่ำเสมอ: แนะนำให้วัดสุนัขและแมวที่โตเต็มวัยเดือนละ 1–2 ครั้ง และสัตว์สูงอายุ (อายุ 7 ปีขึ้นไป) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง - เวลาที่เหมาะสมในการวัด: ช่วงก่อนออกเดินหรือขณะนอนหลับเป็นสภาวะที่สงบที่สุด - นิสัยการบันทึก: จดวันที่ เวลา อัตราการเต้นของหัวใจ และสภาพร่างกายในสมุดบันทึกหรือแอปพลิเคชัน - ตรวจอุณหภูมิร่างกายร่วมด้วย: หากอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 39.5 องศาเซลเซียส อัตราการเต้นของหัวใจจะสูงขึ้นด้วย - ติดตามอัตราการหายใจร่วมด้วย: ขณะพัก หากสุนัขหายใจมากกว่า 30 ครั้งต่อนาที หรือแมวหายใจมากกว่า 40 ครั้งต่อนาที ถือว่าเป็นอัตราการหายใจที่ผิดปกติ การตรวจร่วมกับอัตราการเต้นของหัวใจจะช่วยประเมินสภาพร่างกายโดยรวมได้ดียิ่งขึ้น

สายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

สุนัขพันธุ์เล็กอย่าง Cavalier King Charles Spaniel, Dachshund และ Pomeranian มีอัตราการเกิดโรคลิ้นหัวใจไมทรัลสูง จึงมักพบการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นของหัวใจบ่อยในช่วงสูงอายุ แมวพันธุ์ใหญ่อย่าง Maine Coon และ Ragdoll อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว จึงจำเป็นต้องรับการตรวจหัวใจอย่างสม่ำเสมอ สุนัขพันธุ์ใหญ่อย่าง Doberman และ Great Dane ต้องระวังโรคกล้ามเนื้อหัวใจขยาย (DCM) ส่วน Boxer มีโรคหัวใจหลักเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างขวาชนิดก่อให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ (ARVC) ซึ่งแตกต่างจาก DCM หากสัตว์เลี้ยงอยู่ในสายพันธุ์ดังกล่าว การรับการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจปีละ 1 ครั้งเป็นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

อัตราการเต้นของหัวใจเกิน 200 ครั้งทันทีหลังออกกำลังกาย เป็นเรื่องปกติหรือไม่
การที่อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้นชั่วคราวทันทีหลังออกกำลังกายหรืออยู่ในสภาวะตื่นเต้นเป็นเรื่องปกติ หากวัดซ้ำหลังจากพัก 5–10 นาทีแล้วกลับสู่ค่าปกติ ไม่มีสิ่งผิดปกติ แต่หากผ่านไป 20 นาทีแล้วยังไม่ลดลง ควรปรึกษาสัตวแพทย์
อัตราการเต้นของหัวใจขณะนอนหลับดูช้าเกินไป
อัตราการเต้นของหัวใจขณะนอนหลับอาจช้ากว่าปกติเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม หากอัตราการเต้นลดลงต่ำกว่า 60 ครั้งต่อนาทีในสุนัข หรือต่ำกว่า 120 ครั้งต่อนาทีในแมวอย่างต่อเนื่อง และยังคงเป็นเช่นนั้นแม้ตื่นนอนแล้ว ควรรับการตรวจภาวะหัวใจเต้นช้า
สามารถใช้สมาร์ทวอทช์วัดอัตราการเต้นของหัวใจสัตว์เลี้ยงได้หรือไม่
สมาร์ทวอทช์สำหรับมนุษย์ไม่เหมาะกับโครงสร้างขนและผิวหนังของสัตว์เลี้ยง จึงมีความแม่นยำต่ำมาก อุปกรณ์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ออกแบบเฉพาะสำหรับสัตว์เลี้ยง เครื่องฟังเสียงหัวใจ หรือการวัดด้วยมือโดยตรงให้ผลที่แม่นยำกว่ามาก
อัตราการเต้นของหัวใจไม่สม่ำเสมออยู่เสมอ เป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่
ในสุนัขอาจพบภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะจากการหายใจ ซึ่งอัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนแปลงตามการหายใจได้อย่างปกติ แต่ในแมวพบได้น้อย ดังนั้นหากสังเกตเห็นการเต้นของหัวใจที่ไม่สม่ำเสมอควรรับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อยืนยัน
สุนัขอายุมาก ควรวัดบ่อยแค่ไหน
หากอายุ 7 ปีขึ้นไป แนะนำให้วัดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และหากกำลังรับประทานยาโรคหัวใจอยู่ แนะนำให้วัดทุกวันในเวลาเดียวกัน การบันทึกการเปลี่ยนแปลงของค่าที่วัดได้จะช่วยในการปรับขนาดยาได้อย่างมาก

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Textbook of Cardiovascular Medicine in Dogs and Cats

[2] Advanced Monitoring for Small Animal Emergency and Critical Care, 2nd Ed

[3] Abbott JA, Heart rate and heart rate variability of healthy cats in home and hospital environments, J Feline Med Surg, 2005

[4] The Veterinary Workbook of Small Animal Clinical Cases

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.