สรุปค่าปกติของอัตราการเต้นของหัวใจสุนัขและแมวตามน้ำหนักและอายุ พร้อมแนะนำวิธีวัดด้วยตนเองที่บ้านและเกณฑ์ที่ควรไปพบสัตวแพทย์

| รายการ | ช่วงปกติ (ครั้ง/นาที) | ลักษณะ |
|---|---|---|
| สุนัขขนาดเล็ก (ต่ำกว่า 10 kg) | 90~140 ครั้ง | อัตราเร็วถือเป็นปกติ |
| สุนัขขนาดกลาง (10~25 kg) | 80~120 ครั้ง | ระดับเฉลี่ย |
| สุนัขขนาดใหญ่ (25 kg ขึ้นไป) | 60~100 ครั้ง | อัตราช้าถือเป็นปกติ |
| ลูกสุนัข (อายุต่ำกว่า 1 ปี) | 70~220 ครั้ง | เร็วกว่าสุนัขโตและช่วงกว้างกว่า |
| แมว (แมวโต) | 140~220 ครั้ง | เร็วขึ้นเมื่อตึงเครียด |
| ลูกแมว | สูงสุดถึง 240 ครั้ง | เร็วมาก ใกล้ค่าสูงสุดปกติของแมว (ประมาณ 240 ครั้ง) |
อ้างอิงจากสภาวะพักและอุณหภูมิร่างกายปกติ อาจสูงขึ้นชั่วคราวทันทีหลังออกกำลังกายหรือตื่นเต้น

สัญญาณอัตราการเต้นของหัวใจที่ต้องไปพบสัตวแพทย์ทันที
เมื่ออยู่ในสภาวะสงบแล้ว อัตราการเต้นของหัวใจยังเบี่ยงเบนออกจากค่าปกติอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นภาวะฉุกเฉิน หากสุนัขมีอัตราการเต้น 180 ครั้งต่อนาทีขึ้นไปหรือต่ำกว่า 60 ครั้งต่อนาที หรือแมวมีอัตราการเต้น 240 ครั้งต่อนาทีขึ้นไปหรือต่ำกว่า 120 ครั้งต่อนาที และเป็นอยู่นานกว่า 10 นาที ควรไปพบสัตวแพทย์ทันที โดยเฉพาะหากมีอาการเป็นลม หายใจลำบาก หรือเหงือกซีดหรือออกสีเขียวอมน้ำเงิน มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ในสุนัข การไออาจเป็นอาการร่วมของปัญหาหัวใจ แต่ในแมว แม้จะมีภาวะหัวใจล้มเหลวก็พบการไอได้ไม่บ่อย โดยการหายใจลำบากหรือการหายใจโดยอ้าปากเป็นสัญญาณหลัก ระหว่างเดินทางไปพบสัตวแพทย์ควรติดตามอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่องและแจ้งค่าที่แม่นยำแก่สัตวแพทย์

สายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ
สุนัขพันธุ์เล็กอย่าง Cavalier King Charles Spaniel, Dachshund และ Pomeranian มีอัตราการเกิดโรคลิ้นหัวใจไมทรัลสูง จึงมักพบการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นของหัวใจบ่อยในช่วงสูงอายุ แมวพันธุ์ใหญ่อย่าง Maine Coon และ Ragdoll อยู่ในกลุ่มเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว จึงจำเป็นต้องรับการตรวจหัวใจอย่างสม่ำเสมอ สุนัขพันธุ์ใหญ่อย่าง Doberman และ Great Dane ต้องระวังโรคกล้ามเนื้อหัวใจขยาย (DCM) ส่วน Boxer มีโรคหัวใจหลักเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างขวาชนิดก่อให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะ (ARVC) ซึ่งแตกต่างจาก DCM หากสัตว์เลี้ยงอยู่ในสายพันธุ์ดังกล่าว การรับการตรวจอัลตราซาวด์หัวใจปีละ 1 ครั้งเป็นการป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Textbook of Cardiovascular Medicine in Dogs and Cats
[2] Advanced Monitoring for Small Animal Emergency and Critical Care, 2nd Ed
[3] Abbott JA, Heart rate and heart rate variability of healthy cats in home and hospital environments, J Feline Med Surg, 2005
[4] The Veterinary Workbook of Small Animal Clinical Cases