สุนัขและแมวโตเต็มวัยที่สุขภาพแข็งแรงควรตรวจสุขภาพปีละ 1 ครั้ง ส่วนสัตว์เลี้ยงอายุ 7 ปีขึ้นไปควรตรวจทุก 6 เดือน เนื้อหานี้สรุปความถี่ในการตรวจตามช่วงวัย รวมถึงรายการตรวจพื้นฐานและการตรวจอย่างละเอียด

| อายุ | ความถี่ในการตรวจ | วัตถุประสงค์หลัก |
|---|---|---|
| ต่ำกว่า 1 ปี (วัยทารกและวัยเด็ก) | ไปพบสัตวแพทย์เป็นระยะตามกำหนดฉีดวัคซีน | ตรวจหาโรคแต่กำเนิด ฉีดวัคซีน และติดตามการเจริญเติบโต |
| 1~6 ปี (วัยโตเต็มวัย) | ปีละ 1 ครั้ง | ตรวจภาวะสุขภาพพื้นฐาน ดูแลน้ำหนักและช่องปาก |
| 7~10 ปี (วัยกลางคน) | ทุก 6 เดือน | ตรวจหาการเปลี่ยนแปลงการทำงานของอวัยวะตั้งแต่ระยะแรก ตรวจข้อต่อและหัวใจ |
| 11 ปีขึ้นไป (วัยสูงอายุ) | ทุก 6 เดือน + การตรวจอย่างละเอียด | ติดตามโรคเรื้อรัง ตรวจหาเนื้องอกตั้งแต่ระยะแรก |

หากอายุ 7 ปีขึ้นไป การตรวจพื้นฐานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
เมื่ออายุมากขึ้น โรคเรื้อรังหลายชนิดมักไม่แสดงอาการภายนอกอย่างชัดเจนในระยะแรก จึงอาจหลุดรอดจากการตรวจพื้นฐานได้ง่าย ผู้เลี้ยงอาจสังเกตเห็นความเจ็บปวดหรือสัญญาณเล็กน้อยในระยะแรกของโรคได้ยาก และแม้ภายนอกดูเหมือนไม่มีอาการ โรคก็อาจกำลังดำเนินอยู่ การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงยิ่งสำคัญ สำหรับสัตว์เลี้ยงสูงอายุ การเพิ่มการตรวจอย่างละเอียด เช่น อัลตราซาวนด์ การเอกซเรย์ทรวงอก และการวัดความดันโลหิต นอกเหนือจากการตรวจพื้นฐาน อาจช่วยตรวจพบการเปลี่ยนแปลงที่ซ่อนอยู่ได้เร็วขึ้น ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อจัดรายการตรวจให้เหมาะกับอายุและภาวะของสัตว์เลี้ยง


บางสายพันธุ์จำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม
บางสายพันธุ์มีความเสี่ยงทางพันธุกรรมต่อโรคบางชนิด จึงอาจจำเป็นต้องตรวจเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น แมวสายพันธุ์เมนคูนหรือแร็กดอลล์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัว (หัวใจโต) หากมีแผนผสมพันธุ์หรือมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ แนะนำให้ตรวจยีนร่วมกับประเมินหัวใจด้วยอัลตราซาวนด์ทุกปี เพื่อค้นหาสัญญาณของโรคตั้งแต่ระยะแรก เนื่องจากแต่ละสายพันธุ์อาจมีแนวโน้มต่อโรคแต่กำเนิดและโรคทางพันธุกรรมแตกต่างกัน การตรวจพื้นฐานเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่เพียงพอสำหรับบางสายพันธุ์ ดังนั้นในการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ควรสอบถามสัตวแพทย์ว่าโรคใดต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในสายพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงและควรตรวจอะไรบ้าง การทราบลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ล่วงหน้าจะช่วยให้ตรวจพบและเตรียมรับมือโรคที่มีความเสี่ยงได้เร็วขึ้น

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th Ed — Chapter 2: The Physical Examination (Ettinger SJ, Feldman EC, Côté E)
[2] Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Ed — Chapter 1: Clinical Examination (Schaer M, Gaschen F)
[3] Small Animal Internal Medicine, 6th Ed — Chapter 1: Approach to the Patient (Nelson RW, Couto CG)
[4] Notes on Canine Internal Medicine, 4th Ed — Laboratory Findings and Clinical Assessment