หากสุนัขมีคราบน้ำตารุนแรง ควรเริ่มจากตรวจสอบส่วนประกอบของอาหาร บทความนี้รวบรวมหลักเกณฑ์การเลือกอาหารเพื่อลดคราบน้ำตา การเปรียบเทียบส่วนประกอบ และวิธีดูแลตามหลักฐานทางสัตวแพทย์

| ประเภท | ส่วนประกอบที่ควรหลีกเลี่ยง | ส่วนประกอบที่เป็นประโยชน์ |
|---|---|---|
| โปรตีน | ผลพลอยได้, โปรตีนหลายชนิดผสมกัน | โปรตีนจากสัตว์ชนิดเดียว (ปลาแซลมอน, เป็ด, เนื้อแกะ) |
| ธัญพืช | ข้าวสาลี, ข้าวโพด, ถั่วเหลือง | มันเทศ, มันฝรั่ง, ข้าวโอ๊ต |
| วัตถุเจือปน | สีสังเคราะห์, BHA, BHT | สารกันเสียจากธรรมชาติ (โทโคฟีรอล, สารสกัดโรสแมรี) |
| ส่วนประกอบเชิงหน้าที่ | — | กรดไขมันโอเมกา-3, โพรไบโอติก |

บางกรณีไม่สามารถแก้ได้ด้วยอาหารเพียงอย่างเดียว
หากผ่านไประยะเวลานานพอหลังเปลี่ยนอาหารแล้วคราบน้ำตายังไม่เปลี่ยนแปลง อาจเกิดจากปัญหาด้านโครงสร้าง เช่น ท่อน้ำตาอุดตันหรือความผิดปกติของเปลือกตา กรณีนี้ต้องเข้ารับการตรวจจากสัตวแพทย์ โดยเฉพาะหากน้ำตามีสีเหลืองหรือขี้ตามีลักษณะเหนียว อาจมีการติดเชื้อ จึงควรรีบเข้ารับการตรวจ


ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบน้ำตาโดยพลการ
ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบน้ำตาที่วางจำหน่ายบางชนิดมีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ เช่น tylosin การใช้เป็นเวลานานโดยไม่มีใบสั่งยาจากสัตวแพทย์อาจก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะ ผลิตภัณฑ์ที่มีสารฟอกขาวก็อาจระคายเคืองผิวหนังรอบดวงตา จึงต้องปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบน้ำตา

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Slatter's Fundamentals of Veterinary Ophthalmology, 6th Ed — Chapter 10: Lacrimal System (Epiphora & Tear Staining)
[2] Applied Veterinary Clinical Nutrition, 2nd Ed — Chapter 8: Commercial and Home-Prepared Diets
[3] Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Ed — Chapter 18: Ophthalmology
[4] Small Animal Ophthalmology: A Problem-Oriented Approach, 4th Ed — Nasolacrimal System Disorders