ถูกใจ
แชร์
멍실장
강아지 안구건조증(KCS) 원인과 관리 방법

สาเหตุและวิธีจัดการโรคตาแห้ง (KCS) ในสุนัข

สุขภาพดวงตาถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

โรคตาแห้ง (KCS) ในสุนัขเป็นภาวะที่การหลั่งน้ำตาไม่เพียงพอ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่กระจกตาและเยื่อบุตา บทความนี้รวบรวมสาเหตุ อาการ การรักษา และการดูแลที่บ้านในมุมมองของผู้ดูแล

โรคตาแห้ง (KCS) ในสุนัขคืออะไร

สัตวแพทย์กำลังตรวจตาสุนัข
โรคตาแห้ง (KCS, Keratoconjunctivitis Sicca) ในสุนัขเป็นโรคทางจักษุวิทยาที่เกิดจากการหลั่งน้ำตาไม่เพียงพอ ทำให้กระจกตาและเยื่อบุตาแห้งเรื้อรังและเกิดการอักเสบซ้ำ สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจพบแต่เนิ่น ๆ และการหยอดตาอย่างสม่ำเสมอ หากขี้ตาเหนียวปรากฏซ้ำทุกวันและเยื่อบุตาแดงเรื้อรัง อาจไม่ใช่เพียงเยื่อบุตาอักเสบธรรมดา ควรรับการตรวจปริมาณน้ำตาด้วย Schirmer Tear Test ที่คลินิกสัตว์

เหตุใดน้ำตาจึงหลั่งไม่เพียงพอ — สาเหตุหลัก

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของโรคตาแห้งในสุนัขคือโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง โดยเซลล์ภูมิคุ้มกันของร่างกายโจมตีต่อมน้ำตาโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ปริมาณน้ำตาค่อย ๆ ลดลง นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ได้แก่ ความผิดปกติของต่อมน้ำตาตั้งแต่กำเนิดหรือทางพันธุกรรม การบาดเจ็บ ผลข้างเคียงของยา (กลุ่ม sulfonamide, etodolac, atropine เป็นต้น) ผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเอาต่อมของเปลือกตาที่สามออก และสาเหตุทางระบบประสาท ในบางกรณีที่พบได้น้อย อาจเกิดร่วมกับโรคภูมิคุ้มกันทั่วร่างกายที่รุกรานทั้งต่อมน้ำตา ต่อมน้ำลาย และต่อมหลั่งอื่น ๆ คล้าย Sjögren's syndrome สายพันธุ์สุนัขที่ทราบว่ามีความเสี่ยงต่อ KCS สูง ได้แก่ Cocker Spaniel, Springer Spaniel, West Highland White Terrier, English Bulldog, Toy Poodle และ Lhasa Apso

หากพบอาการเหล่านี้ ควรพิจารณาตรวจ

อาการในระยะแรกของโรคตาแห้งคล้ายกับเยื่อบุตาอักเสบ จึงมักถูกมองข้าม หากพบสัญญาณด้านล่างตั้งแต่ 2 อาการขึ้นไปและเกิดซ้ำนานกว่า 2 สัปดาห์ ควรเข้ารับการตรวจ
ขี้ตาเหนียว: สารคัดหลั่งชนิดเมือกสีเหลืองหรือเทาสะสมอยู่ที่มุมตาด้านในอย่างต่อเนื่อง
ตาแดงเรื้อรัง: เยื่อบุตาแดงและเห็นเส้นเลือดชัดเจน
กระจกตาขาดความเงา: กระจกตาสีดำเปลี่ยนเป็นสีขุ่นหรือด้าน
การขยี้ตาและหรี่ตา: เนื่องจากการระคายเคืองจากความแห้ง สุนัขมักใช้ขาหน้าขยี้ตาบ่อยหรือหรี่ตาข้างใดข้างหนึ่ง
การสะสมเม็ดสีที่กระจกตา: เมื่อเป็นเรื้อรัง เม็ดสีน้ำตาลจะแพร่กระจายบนกระจกตา
การเปรียบเทียบระหว่างตาปกติและตาที่เป็นโรคตาแห้ง

ระดับความรุนแรงตามค่าที่ได้จาก Schirmer Tear Test

รายการปกติเล็กน้อยปานกลางรุนแรง
ปริมาณน้ำตา (mm/นาที)15 ขึ้นไป10~145~9น้อยกว่า 5
อาการหลักไม่มีขี้ตาเป็นระยะขี้ตาเหนียวทุกวัน·ตาแดงแผลกระจกตา·การสะสมเม็ดสี
แนวทางการดูแลตรวจปีละ 1 ครั้งเสริมด้วยน้ำตาเทียมยาหยอดตากดภูมิคุ้มกันจำเป็นส่งต่อจักษุแพทย์สัตว์ทันที

เกณฑ์อ้างอิงจากผล Schirmer Tear Test อ้างอิงตำราอายุรศาสตร์สัตวแพทย์

การวินิจฉัยดำเนินการอย่างไร

การวินิจฉัยโรคตาแห้งเริ่มต้นด้วย Schirmer Tear Test ซึ่งเป็นการตรวจที่ทำได้ง่ายโดยการสอดกระดาษทดสอบขนาดเล็กไว้ใต้เปลือกตาล่างเป็นเวลา 1 นาที เพื่อวัดปริมาณน้ำตาที่ซึมผ่าน จากนั้นใช้การย้อม fluorescein เพื่อตรวจสอบว่ามีแผลที่กระจกตาหรือไม่ และหากจำเป็นอาจเพิ่มการเพาะเชื้อแบคทีเรียหรือการตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ด้วย งานวิจัยของ Haeussler (2019) เน้นว่าแม้อาการจะไม่ชัดเจน ก็ต้องรวม Schirmer Tear Test ไว้ในการตรวจเพื่อไม่ให้พลาดการวินิจฉัย KCS ในระยะแรก
การทำ Schirmer Tear Test ในสุนัข

หากพบสถานการณ์เหล่านี้ ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที

หากพบรอยขาวหรือแผลเว้าบนกระจกตา หรือสุนัขหลับตาและเปิดตาไม่ได้ อาจมีภาวะแทรกซ้อนเป็นแผลที่กระจกตา เมื่อโรคตาแห้งลุกลาม อาจนำไปสู่การทะลุของกระจกตา ซึ่งทำให้สูญเสียการมองเห็นได้ จึงต้องพบสัตวแพทย์ด้านจักษุวิทยาภายใน 24 ชั่วโมง อาการอื่นที่ถือเป็นสัญญาณฉุกเฉิน ได้แก่ หนองสีเหลืองหรือเขียว อาการเจ็บปวดเฉียบพลัน และขนาดตาที่เปลี่ยนไป

หัวใจของการรักษา — ยาหยอดตากดภูมิคุ้มกัน

การรักษามาตรฐานของ KCS ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันคือยาหยอดตา Cyclosporine หรือ Tacrolimus ซึ่งทั้งยับยั้งการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่โจมตีต่อมน้ำตาและช่วยฟื้นฟูการผลิตน้ำตา จากรายงานของทีมวิจัย Hendrix (2011) พบว่ายาทั้งสองชนิดมีประสิทธิผลในการฟื้นฟูปริมาณน้ำตา และ Tacrolimus มีประสิทธิผลเพิ่มเติมในสุนัขที่ตอบสนองต่อ Cyclosporine ไม่เพียงพอ เนื่องจากยาอาจยังไม่แสดงผลในทันที จึงอาจใช้การรักษาเสริม เช่น น้ำตาเทียมและสารหล่อลื่น ในช่วงแรกก่อนที่ยาจะออกฤทธิ์เต็มที่ และเมื่อเริ่มการรักษาแล้ว ส่วนใหญ่ต้องใช้ต่อเนื่องตลอดชีวิต สัตวแพทย์จะกำหนดความเข้มข้น (เช่น Cyclosporine 0.2% ขี้ผึ้ง, Tacrolimus 0.03% เป็นต้น) และความถี่ในการหยอดตาตามระดับความรุนแรงและการตอบสนองของสุนัขแต่ละตัว

จุดสำคัญในการดูแลที่บ้านที่ต้องปฏิบัติทุกวัน

การดูแลที่บ้านสำคัญไม่แพ้ยาหยอดตา ควรปฏิบัติ 5 ข้อต่อไปนี้ทุกวัน
เช็ดขี้ตาอย่างนุ่มนวล: ใช้ผ้าก๊อซสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดจากมุมตาด้านในออกสู่ด้านนอก
เสริมด้วยน้ำตาเทียม: นอกจากยากดภูมิคุ้มกันแล้ว ให้หยอดน้ำตาเทียมเพิ่มเติมวันละ 3–6 ครั้ง
รักษาช่วงเวลาระหว่างการหยอดยา: เมื่อใช้ยาสองชนิด ต้องเว้นช่วงอย่างน้อย 5 นาทีเพื่อให้ยาดูดซึมได้
หลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง: หลีกเลี่ยงการพาออกเดินในบริเวณที่มีฝุ่นมาก การโดนลมแอร์โดยตรง และลมจากเครื่องเป่าผม
ทำ Schirmer Tear Test ซ้ำทุก 3–6 เดือน: ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าเพื่อปรับการรักษา
ผู้ดูแลกำลังเช็ดขี้ตาให้สุนัข

ข้อควรระวังเกี่ยวกับสายพันธุ์และยา

Cocker Spaniel, Springer Spaniel, West Highland White Terrier, English Bulldog, Toy Poodle และ Lhasa Apso เป็นสายพันธุ์ที่ทราบว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด KCS แม้ไม่มีอาการ สายพันธุ์เหล่านี้ควรได้รับการตรวจ Schirmer Tear Test เป็นประจำเพื่อตรวจสอบปริมาณน้ำตา นอกจากนี้ ยาในกลุ่ม sulfonamide (trimethoprim-sulfa) รวมถึงยา etodolac และ atropine อาจยับยั้งการหลั่งน้ำตาหรือทำให้ KCS แย่ลง จึงต้องระมัดระวังในสุนัขที่มีประวัติโรคตาแห้ง ควรแจ้งประวัติโรคตาแห้งให้สัตวแพทย์ทราบก่อนการสั่งจ่ายยาทุกครั้ง

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

น้ำตาเทียมสำหรับคนสามารถใช้กับสุนัขได้หรือไม่
น้ำตาเทียมชนิดใช้ครั้งเดียวที่ไม่มีสารกันเสียสามารถใช้ได้ชั่วคราว แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันเสียอาจระคายเคืองตาได้ การใช้นี้เป็นเพียงการเสริม ไม่ใช่การรักษา และต้องใช้ร่วมกับยาหยอดตาที่สัตวแพทย์สั่งเท่านั้น
โรคตาแห้งสามารถหายขาดได้หรือไม่
KCS ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันเป็นโรคเรื้อรัง จึงเป็นเรื่องของการควบคุมมากกว่าการรักษาหาย สามารถรักษาปริมาณน้ำตาให้ใกล้เคียงปกติได้ด้วย Cyclosporine และ Tacrolimus แต่หากหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ ส่วนใหญ่จะกลับมาเป็นซ้ำ จำเป็นต้องหยอดตาตลอดชีวิต
หากอาการดีขึ้น สามารถหยุดยาได้หรือไม่
ไม่ได้ อาการที่ดีขึ้นหมายความว่ายาออกฤทธิ์ได้ดี ไม่ใช่ว่าต่อมน้ำตาฟื้นตัวแล้ว หากหยุดยา ปริมาณน้ำตาอาจลดลงอีก จึงต้องปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อปรับขนาดยา
เกิดกับตาทั้งสองข้างหรือข้างเดียว
KCS ที่เกิดจากภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่เกิดกับตาทั้งสองข้าง แต่อาจมีความรุนแรงต่างกัน KCS ที่เกิดจากระบบประสาท (Horner's syndrome) การบาดเจ็บ หรือผลแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเอาต่อมของเปลือกตาที่สามออก มักเกิดกับตาข้างเดียว แม้มีอาการเพียงข้างเดียว ก็ต้องตรวจตาอีกข้างด้วย
โอเมก้า 3 หรืออาหารเสริมช่วยได้หรือไม่
โอเมก้า 3 หรืออาหารเสริมเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรักษา KCS ได้ การรักษามาตรฐานของ KCS คือยาหยอดตา เช่น Cyclosporine และ Tacrolimus ส่วนอาหารเสริมพิจารณาได้เป็นเพียงการเสริมเท่านั้น เนื่องจากมีวิธีการรักษาที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจเรื่องการใช้อาหารเสริมทุกครั้ง

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Esson DW, Calvarese S. Clinical Atlas of Canine and Feline Ophthalmic Disease, 2nd Ed. Wiley, 2022. Chapter 60: Keratoconjunctivitis Sicca

[2] Dodi PL. Immune-mediated keratoconjunctivitis sicca in dogs: current perspectives on management. Vet Med (Auckl). 2015;6:341-347

[3] Hendrix DV, Adkins EA, Ward DA, et al. An investigation comparing the efficacy of topical ocular application of tacrolimus and cyclosporine in dogs. Vet Med Int. 2011;2011:487592

[4] Haeussler DJ Jr. Improving the diagnosis of canine keratoconjunctivitis sicca. Vet Rec. 2019;184(22):676-677

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.