เลือดกำเดาในสุนัขไม่ใช่แค่การตกเลือดธรรมดา แต่อาจเป็นสัญญาณของโรคต่างๆ ได้ เราสรุปสาเหตุ วิธีรับมือฉุกเฉิน และเกณฑ์การไปพบแพทย์ที่เจ้าของต้องรู้ไว้



หากเลือดกำเดาไหลเกิน 10 นาทีหรือไหลซ้ำ ต้องไปพบแพทย์ทันที
หากเลือดกำเดาไม่หยุดเกิน 10 นาที หรือไหลซ้ำหลายครั้งต่อวัน อาจสงสัยโรคการแข็งตัวของเลือดหรือโรคที่รุนแรง โดยเฉพาะหากมีอาการไอ หายใจลำบาก อ่อนเพลีย หรือเบื่ออาหาร อาจเป็นกรณีฉุกเฉิน ต้องปรึกษาสัตวแพทย์ทันที


| รายการ | สาเหตุ | ลักษณะสำคัญ | วิธีรับมือ |
|---|---|---|---|
| การบาดเจ็บ | การข่วนหรือกระแทกจมูก | เลือดออกกะทันหัน อาจเกิดเพียงครั้งเดียว | ประคบเย็น สังเกต ไปพบแพทย์หากจำเป็น |
| การติดเชื้อ | โพรงจมูกอักเสบ ไซนัสอักเสบ อาการเรื้อรัง | เลือดเหนียวหรือมีกลิ่น เลือดออกซ้ำ | รักษาด้วยยาปฏิชีวนะ ล้างจมูก ตามคำสั่งแพทย์ |
| โรคเลือด | เลือดออกที่ส่วนอื่นร่วมด้วย | เลือดหยุดยาก มีรอยช้ำที่ผิวหนังบ่อย | ตรวจการแข็งตัว ผลิตภัณฑ์เลือด ต้องการการรักษาเฉพาะทาง |
| เนื้องอก | พบบ่อยในสุนัขอายุมาก อาการแย่ลงเรื่อยๆ | เลือดออกเฉพาะจมูกข้างเดียว มีกลิ่น คัดจมูก | การส่องกล้อง การถ่ายภาพ การผ่าตัดหรือการฉายรังสี |
การตรวจที่โรงพยาบาลจำเป็นเพื่อระบุสาเหตุอย่างถูกต้อง
สุนัขอายุมากหรือพันธุ์บางชนิดอาจเสี่ยงต่อเลือดกำเดามากขึ้น
สุนัขอายุมากมีความเสี่ยงต่อเนื้องอกในจมูกสูงขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่เลือดกำเดา เลือดกำเดาจากเนื้องอกมักค่อยๆ ปรากฏจากจมูกข้างเดียวและมักมีอาการกลิ่นหรือคัดจมูก นอกจากนี้ พันธุ์บางชนิดอาจมีแนวโน้มเลือดออกสูงจากโรคการแข็งตัวของเลือดทางพันธุกรรมเช่น vWD หรือการทำงานผิดปกติของเกล็ดเลือด ในกรณีเหล่านี้ เลือดอาจหยุดยากแม้มีการกระตุ้นเล็กน้อย ดังนั้นการตรวจสุขภาพประจำปีและการดูแลเชิงป้องกันจึงสำคัญมาก

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Plumb's Veterinary Drug Handbook, 9th Edition, 2022
[2] Small Animal Critical Care Medicine, 3rd Edition, 2020
[3] Textbook of Respiratory Disease in Dogs and Cats, 2019