เนื้องอกเต้านมแมวเป็นเนื้องอกที่ก้าวร้าว โดย 80-90% ถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง มีเหตุผลทางชีววิทยาที่อัตราการแพร่กระจายสูงกว่าสุนัข เหตุผลที่ต้องเริ่มผ่าตัดภายใน 1-2 สัปดาห์หลังวินิจฉัย และหลักฐานว่าสามารถป้องกันได้ 91% ด้วยการทำหมันก่อน 6 เดือน สรุปตามมาตรฐานมะเร็งวิทยาทางสัตวแพทย์

| รายการ | แมว | สุนัข |
|---|---|---|
| แนวโน้มความร้ายแรง | ชนิดร้ายแรง (โดยเฉพาะมะเร็งต่อม) พบได้บ่อยกว่าชนิดไม่ร้ายแรง | อยู่นอกขอบเขตหลักฐานนี้ — แตกต่างกันตามตัวสัตว์และงานวิจัย |
| รูปแบบเนื้อเยื่อหลัก | มะเร็งต่อมที่ไม่ขึ้นกับตัวรับฮอร์โมน (adenocarcinoma) | อยู่นอกขอบเขตหลักฐานนี้ |
| การประเมินการแพร่กระจายเมื่อวินิจฉัย | แนะนำให้ทำเอกซเรย์ทรวงอก 3 มุมและตรวจต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่ | อยู่นอกขอบเขตหลักฐานนี้ |
| การขึ้นกับตัวรับฮอร์โมน | ต่ำ (มะเร็งต่อมที่ไม่ขึ้นกับตัวรับฮอร์โมนพบได้บ่อย) | อยู่นอกขอบเขตหลักฐานนี้ |
| ขอบเขตการผ่าตัดที่แนะนำ | แนะนำให้ผ่าตัดอย่างกระตือรือร้น เช่น การผ่าตัดเต้านมข้างเดียวทั้งหมด | อยู่นอกขอบเขตหลักฐานนี้ |
| เคมีบำบัดหลังผ่าตัด | มีการรายงานกลุ่มแอนทราไซคลิน (ดอกโซรูบิซิน·มีโทซานตรอน) แต่ขาดหลักฐานขนาดใหญ่ | อยู่นอกขอบเขตหลักฐานนี้ |
อิงตามหลักฐานตำราสัตวแพทย์ที่นำเสนอ และไม่มีตัวเลขเปรียบเทียบสำหรับสุนัขในหลักฐานดังกล่าว จึงไม่สรุปและละเว้น มีผลแตกต่างกันตามตัวสัตว์

กรณีเหล่านี้จำเป็นต้องพบสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกภายใน 24 ชั่วโมง
หากก้อนมีขนาดเกิน 1 ซม. หรือโตเร็วภายใน 2 สัปดาห์ กรณีที่ผิวหนังแดงและมีความร้อน กรณีที่คลำได้หลายก้อนพร้อมกัน กรณีที่มีสารคัดหลั่งจากหัวนม จำเป็นต้องพบสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้องอกทันที แมวมีกรณีจำนวนมากที่เมื่อเจ้าของคลำพบก้อนแล้วเนื้องอกได้แพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองและปอดแล้ว การล่าช้าในการวินิจฉัยเพียง 1 สัปดาห์สามารถเปลี่ยนพยากรณ์โรคได้อย่างมาก

การตรวจที่ต้องทำก่อนผ่าตัด
ก่อนผ่าตัดต้องทำการเอกซเรย์ทรวงอก (หรือ CT) อัลตราซาวนด์ช่องท้อง และการเจาะดูดต่อมน้ำเหลืองเฉพาะที่เสมอ หากเห็นก้อนในปอดแล้ว การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวจะมีความหมายลดลง จึงต้องวางแผนการบำบัดด้วยเคมีบำบัดร่วมด้วย การตรวจเลือดเพื่อดูการทำงานของไตและตับก่อนดมยาสลบ และอัลตราซาวนด์หัวใจ (โดยเฉพาะแมวชรา) ก็จำเป็นสำหรับการดมยาสลบที่ปลอดภัย


สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Kudnig S.T. & Séguin B., Veterinary Surgical Oncology, 2nd Edition, Wiley-Blackwell, 2022 (Ch. Mammary Tumors)
[2] Vail D.M., Thamm D.H. & Liptak J.M., Withrow & MacEwen's Small Animal Clinical Oncology, 6th Edition, Elsevier, 2020
[3] Overley B. et al., Association between ovariohysterectomy and feline mammary carcinoma, Journal of Veterinary Internal Medicine, 2005