โรคต้อกระจกในแมวเป็นโรคตาที่ทำให้การมองเห็นลดลง การตรวจพบและดูแลแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญ เราสรุปข้อมูลสำคัญที่เจ้าของต้องรู้ไว้



กรณีที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากแมวดูเหมือนตาบอดทันที ตาบวมแสดงอาการปวดหรือแดงบวม ต้องไปโรงพยาบาลทันที นี่อาจไม่ใช่โรคต้อกระจกแต่เป็นโรคตาที่ร้ายแรงกว่าเช่น ม่านตาอักเสบ(ยูเวียอักเสบ)หรือต้อหิน และตาที่ปวดแต่ไม่มีการมองเห็นเป็นกรณีฉุกเฉิน แมวที่มีโรคระบบเช่น เบาหวาน มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคต้อกระจก จึงต้องตรวจตาเป็นประจำ



| รายการ | ศัลยกรรม | ไม่ใช่ศัลยกรรม |
|---|---|---|
| ประสิทธิภาพ | สูง | ต่ำ |
| ค่าใช้จ่าย | สูง (100~200,000 บาท) | ต่ำ (5~10,000 บาทต่อเดือน) |
| ระยะเวลาฟื้นตัว | 1~2 สัปดาห์ | ต้องการการจัดการต่อเนื่อง |
| กรณีที่เหมาะสม | เมื่อต้องการฟื้นฟูการมองเห็น | แมวที่มีความเสี่ยงสูงต่อศัลยกรรม |
ศัลยกรรมมีประสิทธิภาพสูงสุดในการฟื้นฟูการมองเห็น แต่ความเป็นไปได้ขึ้นอยู่กับสุขภาพของแมว

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Olivry T and Linder KE (2009) Dermatoses affecting desmocollin-1 in cats. Veterinary Dermatology 20, 123-130.
[2] Miller WH, Griffin CE and Campbell KL (2013) Sterile granuloma/pyogranuloma syndrome. In: Muller & Kirk’s Small Animal Dermatology, 7th edn. Elsevier, St. Louis.
[3] Nishifuji K, Sugai M and Amagai M (2008) Staphylococcal exfoliative toxins: ‘molecular scissors’ of bacteria that attack the cutaneous defense barrier in mammals. Journal of Dermatological Science 49, 21-31.