พืชสกุลหอม เช่น หัวหอมและกระเทียม อาจทำลายเม็ดเลือดแดงของสุนัขและแมวจนเกิดภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก เนื้อหานี้สรุปอาการเป็นพิษ วิธีรับมือฉุกเฉิน ขั้นตอนการรักษา อาหารที่มีความเสี่ยง และวิธีป้องกัน


หากพบอาการนี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที
หากเหงือกเปลี่ยนเป็นสีขาว ปัสสาวะเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือแดง หรือหายใจหอบอย่างรุนแรง แสดงว่าภาวะโลหิตจางดำเนินไปมากแล้ว หากยืนยันได้ว่ากินหัวหอมหรือกระเทียม ต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ทันทีโดยไม่คำนึงถึงเวลาที่ผ่านไป หากอยู่ในระยะแรกที่เพิ่งกินไม่นาน โรงพยาบาลอาจกระตุ้นให้อาเจียนหรือให้ถ่านกัมมันต์เพื่อลดการดูดซึมสารพิษ การกระตุ้นให้อาเจียนเองที่บ้านด้วยน้ำเกลือหรือวิธีอื่นอาจยิ่งเป็นอันตราย จึงต้องให้สัตวแพทย์ประเมินเสมอ


แมวและบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงมากกว่า
แมวไวต่อภาวะพืชสกุลหอมเป็นพิษมากกว่าสุนัขอย่างมาก ฮีโมโกลบินของแมวไวต่อความเสียหายจากปฏิกิริยาออกซิเดชันมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นประมาณ 2~3 เท่า ดังนั้นแม้กินเพียงเล็กน้อยก็อาจเกิดไฮนซ์บอดีและภาวะโลหิตจางรุนแรง จึงต้องระวังเป็นพิเศษ ในสุนัข มีรายงานว่าสุนัขพันธุ์แท้บางสายพันธุ์ เช่น เจแปนนิสอาคิตะ ไวต่อภาวะพืชสกุลหอมเป็นพิษมากกว่า หากเลี้ยงสายพันธุ์เหล่านี้ ต้องระวังอาหารที่มีพืชสกุลหอมเป็นพิเศษ และหากกินแม้เพียงเล็กน้อยควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Lee KW, Yamato O, Tajima M, et al., Hematologic changes associated with the appearance of eccentrocytes after intragastric administration of garlic extract to dogs, American Journal of Veterinary Research, 2000
[2] Cope RB, Allium species poisoning in dogs and cats, Veterinary Medicine, 2005
[3] Yamato O, Maede Y, Susceptibility to onion-induced hemolysis in dogs with hereditary high erythrocyte reduced glutathione and potassium concentrations, American Journal of Veterinary Research, 1992
[4] Blackwell's Five-Minute Veterinary Consult Clinical Companion, Small Animal Toxicology, 3rd Edition
[5] Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Edition
[6] Plumb's Veterinary Drug Handbook, 10th Edition