โรคปอดรั่วในสุนัขเป็นภาวะฉุกเฉินที่อากาศสะสมรอบปอดทำให้หายใจลำบาก มีอาการหายใจลำบากและไอ การวินิจฉัยและรักษาเร็วช่วยชีวิตได้



สัญญาณฉุกเฉินที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากสุนัขหายใจหอบเร็ว ปากเปิด ริมฝีปากหรือปากเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน หรือดูจะล้มลงต้องไปโรงพยาบาลทันที นี่อาจเป็นสัญญาณว่าโรคปอดรั่วรุนแรงจนปอดยุบตัวลงอย่างสมบูรณ์ ยิ่งล่าช้ายิ่งเสี่ยงต่อชีวิต จึงควรติดต่อคลินิกสัตว์ใกล้บ้านทันที
| รายการ | สาเหตุ | วิธีการรักษา | การพยากรณ์โรค |
|---|---|---|---|
| โรคปอดรั่วจากอุบัติเหตุ | แรงกระแทกเช่นรถชน การบาดเจ็บจากการกัด กระสุน หรือหนาม | การเจาะทรวงอก ท่อระบายช่องอก(สามารถรักษาด้วยความดันลบ) | ดี |
| โรคปอดรั่วที่เกิดขึ้นเอง | ถุงลมและถุงอากาศ ปอดบวม การติดเชื้อปรสิต(Paragonimus ฯลฯ) เนื้องอก | การเจาะทรวงอก ท่อระบายช่องอก การผ่าตัดตัดส่วนปอดหากจำเป็น | ปานกลาง(ดีหากผ่าตัด กลับมาเป็นซ้ำบ่อยหากใช้ยาเพียงอย่างเดียว) |
| โรคปอดรั่วแบบความดันสูง | เนื้อปอดหรือเยื่อหุ้มปอดทำหน้าที่เหมือนวาล์วทางเดียวทำให้อากาศสะสมในช่องอกอย่างต่อเนื่อง | การเจาะทรวงอกฉุกเฉินและติดตั้งท่อระบายช่องอก(การรักษาที่ช่วยชีวิต) | ต้องรักษาทันที(เสี่ยงหากล่าช้า) |
วิธีการรักษาแตกต่างกันตามความรุนแรงของอาการและสาเหตุ ควรปรึกษาแพทย์สัตว์เพื่อตัดสินใจ



พันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำสูงต้องระวังเป็นพิเศษ
ความเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำของโรคปอดรั่วแตกต่างกันตามสาเหตุ โดยเฉพาะโรคปอดรั่วที่เกิดขึ้นเองจากความผิดปกติทางโครงสร้างเช่นถุงลมหรือถุงอากาศมีความเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำ และมีการรายงานว่ากรณีรักษาด้วยยา(ไม่ผ่าตัด)มีความเสี่ยงต่อการกลับมาเป็นซ้ำสูงกว่ากรณีผ่าตัด ดังนั้นหากพบถุงลมหรือถุงอากาศอาจพิจารณาการผ่าตัดเอาออก การปรึกษาแพทย์สัตว์เพื่อตรวจปอดเป็นประจำและการจัดการสภาพแวดล้อมในบ้านให้ปลอดภัยมีความสำคัญ ควรเตรียมมาตรการป้องกันเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำล่วงหน้า

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Plumb's Veterinary Drug Handbook, 9th Edition, 2022
[2] Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Edition, 2020
[3] Veterinary Internal Medicine, 8th Edition, 2021