การติดเชื้อราในช่องปากของสุนัขเกิดจากเชื้อราเช่นแคนดิดาบุกรุกเยื่อบุช่องปากทำให้เกิดการอักเสบ มีอาการเช่นกลิ่นปากแย่ลง ปากลอก ความอยากอาหารลดลง การค้นพบแต่เนิ่นๆและการรักษาที่เหมาะสมมีความสำคัญ



สัญญาณที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากสุนัขมีการเปิดปากหรือดูดซ้ำๆ และความต้องการอาหารหายไปอย่างสมบูรณ์ ต้องไปโรงพยาบาลทันที นี่เป็นสัญญาณของความเจ็บปวดรุนแรงหรือสภาวะทั่วร่างกายแย่ลง การล่าช้าในการรักษาอาจทำให้เนื้อเยื่อช่องปากเสียหายมากขึ้นและนำไปสู่การติดเชื้ออื่นๆได้



การป้องกันการกลับเป็นซ้ำและข้อควรระวังตามสายพันธุ์
การติดเชื้อราในช่องปากของสุนัขสามารถเกิดขึ้นได้อีกครั้งแม้จะหายแล้ว ดังนั้นการป้องกันการกลับเป็นซ้ำจึงสำคัญ โดยเฉพาะโรคเชื้อราพบได้บ่อยกว่าในสุนัขอายุน้อย (ประมาณ 1-5 ปี) ดังนั้นในช่วงเวลานี้ควรตรวจสอบสภาวะช่องปากอย่างละเอียดมากขึ้น นอกจากนี้ในสภาวะที่ภูมิคุ้มกันลดลงหรือถูกกดภูมิคุ้มกันทางการแพทย์ ความเสี่ยงในการติดเชื้ออาจสูงขึ้น ดังนั้นการจัดการอย่างต่อเนื่องและการตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงจำเป็นมาก

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Plumb's Veterinary Drug Handbook, 9th Edition. 2022. Wiley-Blackwell.
[2] Muller & Kirk’s Small Animal Dermatology, 7th Edition. Elsevier, 2013.
[3] Applied Veterinary Clinical Nutrition, 2nd Edition. Wiley-Blackwell, 2018.