มะเร็งเซลล์มาสต์ในสุนัขเป็นเนื้องอกมะเร็งที่พบบ่อยบนผิวหนัง วิธีการรักษาและพยากรณ์โรคแตกต่างกันตามระดับ การวินิจฉัยที่ถูกต้องและการจัดการที่เหมาะสมมีความสำคัญ



อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากมะเร็งเซลล์มาสต์แตกหรือมีเลือดออกมาก หรือสุนัขสูญเสียความอยากอาหารและอ่อนแอ ต้องไปโรงพยาบาลทันที นอกจากนี้ หากมีอาการอาเจียน ท้องเสีย หายใจลำบาก หรืออาการช็อก ถือเป็นกรณีฉุกเฉิน ปฏิกิริยาทั่วร่างกายจากการหลั่งฮิสตามีนอย่างรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้นการรักษาที่รวดเร็วจึงมีความจำเป็น



พันธุ์บางพันธุ์มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเซลล์มาสต์สูง
มะเร็งเซลล์มาสต์พบบ่อยกว่าในพันธุ์บางพันธุ์ เช่น บ็อกเซอร์ บูลด็อก บอสตันเทเรียร์ สแตฟฟอร์ดเชียร์บูลเทเรียร์ แลบราดอร์รีทรีฟเวอร์ และโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ปัจจัยเสี่ยงทางพันธุ์ที่ชัดเจนเช่นนี้บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มทางพันธุกรรมต่อการเกิดเนื้องอก นอกจากนี้ เมื่ออายุมากขึ้น ความน่าจะเป็นที่เนื้องอกผิวหนังจะเป็นมะเร็งจะสูงขึ้น ดังนั้นสุนัขสูงอายุจึงจำเป็นต้องตรวจสอบผิวหนังเป็นประจำและตรวจสอบก้อนผิดปกติเป็นพิเศษ

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
| รายการ | ความเป็นมะเร็ง | วิธีการรักษา | พยากรณ์โรค |
|---|---|---|---|
| ระดับ 1 | ต่ำ | สามารถกำจัดได้สมบูรณ์ด้วยการผ่าตัด | ดี |
| ระดับ 2 | ปานกลาง | เน้นการผ่าตัด (เพิ่มรังสีหรือเคมีหากตัดยากหรือมีการแพร่กระจาย) | ปานกลาง |
| ระดับ 3 | สูง | การผ่าตัด + เคมีบำบัดและการรักษาทั่วร่างกาย | ไม่ดี |
ระดับถูกกำหนดโดยผลการตรวจชิ้นเนื้อ และเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผนการรักษา
แชร์
[1] Hawkins, E. et al. (2018) Canine mast cell tumors: A review of biology, diagnosis, and treatment. Veterinary Clinics of North America: Small Animal Practice, 48(3), 505-524.
[2] Withrow, S.J. & Vail, D.M. (2021) Small Animal Clinical Oncology, 6th Edition. Elsevier.