การร้องเกินของแมวมีสาเหตุหลากหลายตั้งแต่ทางการแพทย์เช่นไทรอยด์เป็นพิษ·ความบกพร่องทางสติปัญญา·ความเจ็บปวด ไปจนถึงพฤติกรรมเช่นช่วงฤดูผสมพันธุ์·ความเครียด โดยเฉพาะในแมวสูงอายุที่เริ่มร้องอย่างกะทันหัน จำเป็นต้องตรวจที่คลินิกสัตว์


สัญญาณที่ต้องไปคลินิกสัตว์ทันที
หากตรงกับข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ต้องไปคลินิกสัตว์ภายใน 24 ชั่วโมง • การร้องรุนแรงกะทันหัน + เจ็บปวดมากเมื่อสัมผัสร่างกาย • ไม่สามารถปัสสาวะหรือมีเลือดในปัสสาวะ • การร้องต่อเนื่องพร้อมอาเจียน·ท้องเสีย • ไม่กินไม่ดื่มแต่การร้องต่อเนื่องเกิน 12 ชั่วโมง • ขาหลังอ่อนแรงหรือเดินไม่ได้พร้อมการร้อง


ข้อควรระวังแมวสูงอายุ·พันธุ์หน้าแบน
การร้องเกินที่เริ่มกะทันหันในแมวอายุ 10 ปีขึ้นไป มีโอกาสสูงที่เป็นสัญญาณโรคภายในไม่ใช่ปัญหาพฤติกรรมธรรมดา ต้องตรวจเลือดและค่าไทรอยด์ก่อน นอกจากนี้แมวหน้าแบน(พันธุ์หน้าแบน)เช่นเปอร์เซีย·หิมาลายัน อาจมีเสียงร้องเปลี่ยนหรือหายใจเร็วเกินและการส่งเสียงซ้อนกันเนื่องจากปัญหาทางเดินหายใจ

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Bowen, J. and Heath, S. (2005) Behaviour Problems in Small Animals: Practical Advice for the Veterinary Team. Elsevier Saunders.
[2] Amat, M., Camps, T. and Manteca, X. (2015) 'Stress in owned cats: Behavioural changes and welfare implications', Journal of Feline Medicine and Surgery, 18(8), pp. 577–586.
[3] Buffington, C.A.T. (2023) 'Pandora syndrome in cats: Diagnosis and treatment', Today's Veterinary Practice.
[4] Carney, H.C. et al. (2014) 'AAFP and ISFM guidelines for diagnosing and treating feline hypertension', Journal of Feline Medicine and Surgery, 16(1), pp. 4–20.
[5] Campoli, V. and Vettorato, E. (2018) 'How to Recognise Pain in Cats', Companion Animal (BSAVA), 2018(12), pp. 12–17.
[6] Landsberg, G., Denenberg, S. and Araujo, J. (2010) 'Cognitive dysfunction in cats: A syndrome we used to dismiss as 'old age'', Journal of Feline Medicine and Surgery, 12(11), pp. 837–848.