แมวสายพันธุ์ชามมีความเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในช่องอกสูงกว่าสายพันธุ์อื่น ต้องจับสัญญาณเตือนเริ่มต้น เช่น หายใจลำบาก ไอ ไม่ยอมออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสทองในการรักษา


หากพบสัญญาณเหล่านี้ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
ภาวะซีด (ลิ้นหรือเหงือกเป็นสีฟ้า) หายใจหอบปากเปิด หายใจโดยใช้ท้องแทนทรวงอก เป็นภาวะฉุกเฉิน มักพบร่วมกับน้ำในช่องอก จึงอาจต้องการการให้ออกซิเจนและการเจาะระบายน้ำในช่องอกทันที ระหว่างการเคลื่อนย้ายอย่าเขย่ากระเป๋าและให้แมวอยู่ในท่าที่สบาย
| รายการ | เอกซเรย์ทรวงอก | ตรวจเซลล์น้ำในช่องอก | ดูดด้วยเข็มเล็ก |
|---|---|---|---|
| วัตถุประสงค์ | ตรวจสอบก้อนเนื้อ·น้ำในช่องอก | ตรวจสอบเซลล์มะเร็ง | ยืนยันการวินิจฉัยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง |
| ต้องดมยาสลบ | ปกติไม่จำเป็น | ไม่จำเป็น | ปกติไม่จำเป็น |
| ความแม่นยำ | คัดกรอง | วินิจฉัยเสริม | ยืนยันการวินิจฉัยได้ |
| เวลาที่ใช้ | วันเดียว | 1-2 วัน | 2-5 วัน |
อาจแตกต่างกันตามโรงพยาบาลและห้องตรวจ ปรึกษาสัตวแพทย์ผู้ดูแลเพื่อตัดสินใจ

โรคอื่นที่แมวชามต้องระวังร่วมด้วย
นอกจากมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในช่องอก แมวชามยังเสี่ยงต่อโรคหอบหืด (หอบหืดแมว) ภาวะอะไมลอยโดซิส (ตับ·ไต) โรคปริทันต์ และปัญหาทางตาเช่นตาเหล่·ตาเหล่ด้วย เมื่อพบอาการหายใจลำบากอาจไม่ใช่มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแต่เป็นหอบหืด การตรวจภาพทรวงอกเพื่อแยกโรคทั้งสองจึงสำคัญ แนะนำให้ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Little SE, The Cat: Clinical Medicine and Management, 2nd Edition, Chapter on Feline Lymphoma, 2020
[2] Withrow & MacEwen, Small Animal Clinical Oncology, 6th Edition, Mediastinal Lymphoma in Cats
[3] Ettinger SJ, Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th Edition, Feline Respiratory Disease
[4] Louwerens M et al., Feline lymphoma in the post-feline leukemia virus era, Journal of Veterinary Internal Medicine, 2005