แมวฮิมาลายันมีความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมสายพันธุ์เปอร์เซียสูง จึงจำเป็นต้องตรวจสุขภาพเป็นระยะตั้งแต่เด็กจนถึงวัยชรา สรุปรายการและช่วงเวลาการตรวจตามอายุไว้ให้แล้ว

| รายการ | วัยลูกแมว(0-1 ปี) | วัยโตเต็มวัย(1-7 ปี) | วัยชรา(7 ปีขึ้นไป) |
|---|---|---|---|
| การตรวจร่างกายพื้นฐาน | เดือนละ 1 ครั้ง | ปีละ 1-2 ครั้ง | ปีละ 2-3 ครั้ง |
| การฉีดวัคซีนป้องกันโรค | พื้นฐาน 3 ครั้ง + เพิ่มเติม | ปีละ 1 ครั้ง | ปีละ 1 ครั้ง + ตรวจภูมิคุ้มกัน |
| การตรวจยีน/อัลตราซาวนด์ PKD | ครั้งเดียวเมื่ออายุ 6-12 เดือน | ครั้งเดียวทุก 2-3 ปี | ปีละ 1 ครั้ง |
| การตรวจเลือดและปัสสาวะ | ค่าพื้นฐานเมื่ออายุ 1 ปี | ปีละ 1 ครั้ง | ปีละ 2 ครั้ง |
| การตรวจตา | ปีละ 1 ครั้ง | ปีละ 1 ครั้ง | ปีละ 2 ครั้ง |
| การตรวจทันตกรรม | ครั้งเดียวทุก 6 เดือน | ปีละ 1 ครั้ง | ปีละ 1-2 ครั้ง + ขัดหินปูน |
ความถี่อาจปรับได้ตามความเห็นของสัตวแพทย์

หากพบสัญญาณเหล่านี้ ให้ไปโรงพยาบาลทันที
นอกเหนือจากการตรวจสุขภาพประจำปี หากมีอาการด้านล่างให้สงสัยว่าโรคไตหรือทางเดินหายใจกำลังลุกลามและต้องรับการรักษาอย่างรวดเร็ว สัญญาณหลักคือปริมาณน้ำดื่มและปัสสาวะเพิ่มขึ้นมากกว่า 1.5 เท่าของปกติ หรือความอยากอาหารลดลงและน้ำหนักลด หากมีเสียงหายใจดังขึ้นขณะหายใจ หรือเปิดปากหอบหายใจ อาจเป็นภาวะหายใจลำบากของหน้าสั้นที่รุนแรงขึ้น อาเจียนบ่อยหรือมีกลิ่นแอมโมเนียจากปากก็เป็นสัญญาณระยะหลังของภาวะไตวายเช่นกัน


การตรวจสอบผลการตรวจ PKD ของพ่อแม่ก่อนรับเลี้ยงหรือซื้อสำคัญมาก
เนื่องจาก PKD เป็นโรคทางพันธุกรรมแบบยีนเด่นบนโครโมโซมร่างกาย แม้มีเพียงพ่อแม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพาหะ ก็มีโอกาสถ่ายทอดสู่ลูกแมวประมาณ 50% ก่อนรับแมวฮิมาลายัน ต้องขอใบรับรองผลการตรวจยีน PKD ของพ่อแม่จากผู้เพาะพันธุ์เสมอ หากได้รับเลี้ยงไปแล้ว การตรวจยีนครั้งเดียวเมื่ออายุ 6-12 เดือนก็เพียงพอที่จะกำหนดแนวทางการดูแลตลอดชีวิต แม้ผลเป็นบวก ก็ยังสามารถชะลอการลุกลามของภาวะไตวายด้วยการจัดการอาหารและการตรวจตั้งแต่เนิ่นๆ จึงไม่ต้องกังวลเกินไป

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Little SE, The Cat: Clinical Medicine and Management, 2nd Edition, Chapter 52 Genetics of Feline Diseases and Traits, 2020
[2] Schaer M, Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Edition, Chapter 13 Urinary Disorders, 2017
[3] Rodan I, A Professional's Guide to Feline Behaviour: Understanding, Improving and Resolving Problems, Chapter 6, 2022