ถูกใจ
แชร์
멍실장
강아지 심부전 ABCD 단계별 관리

การจัดการหัวใจล้มเหลวในสุนัขแบบ ABCD

หัวใจถาม-ตอบคณะที่ปรึกษาสัตวแพทย์ Meongsiljang

หัวใจล้มเหลวในสุนัขแบ่งเป็น 4 ระยะ ABCD สรุปอาการ จุดเริ่มต้นการรักษา และหัวใจสำคัญในการดูแลที่บ้าน

ระยะ ABCD ของหัวใจล้มเหลวในสุนัขคืออะไร?

ภาพประกอบตรวจสุขภาพระยะหัวใจล้มเหลวในสุนัข
ระยะ ABCD ของหัวใจล้มเหลวในสุนัขคือระบบการจำแนกมาตรฐานสากลที่สมาคมอายุรศาสตร์สัตวแพทย์แห่งอเมริกา(ACVIM) แบ่งตามระดับความรุนแรงของโรคลิ้นหัวใจเรื้อรัง จุดเริ่มต้นการรักษาอยู่ที่ระยะ B2 แม้ไม่มีอาการ แต่ต้องเริ่มยาเมื่อหัวใจเริ่มขยายใน B2 เพื่อยืดอายุขัย ในระยะ C·D จำเป็นต้องใช้ยาหัวใจล้มเหลวเช่นยาขับปัสสาวะ ACE inhibitor และ Pimobendan

ทำไมต้องแบ่งเป็นระยะ ABCD?

หัวใจล้มเหลวไม่ได้เกิดทันทีแต่ค่อยๆ รุนแรงขึ้นตลอดหลายปี แม้เป็นโรคหัวใจเดียวกัน แต่ยา การตรวจ และโภชนาการต่างกันในแต่ละระยะ จึงต้องจำแนกชัดเจน ตามตำราอายุรศาสตร์สัตวแพทย์ การจำแนก ABCD เป็นมาตรฐานสากลเพื่อให้เจ้าของและสัตวแพทย์ใช้เกณฑ์เดียวกันติดตามความรุนแรงและวางแผนรักษา

เปรียบเทียบ 4 ระยะ ABCD

รายการระยะ Aระยะ B1ระยะ B2ระยะ Cระยะ D
ความผิดปกติของหัวใจไม่มี(กลุ่มเสี่ยงสูง)มีเสียง ขนาดปกติมีเสียง หัวใจขยายมีอาการยาไม่ตอบสนอง
อาการไม่มีอาการไม่มีอาการไม่มีอาการไอ·หายใจลำบากรุนแรง·รักษายาก
การรักษาสังเกตสังเกต·ตรวจประจำเริ่มยาใช้ยาหลายชนิดนอนโรงพยาบาล·รักษาเข้มข้น
รอบการตรวจปีละ 1 ครั้ง6~12 เดือน3~6 เดือน1~3 เดือนตามต้องการ

ตามแนวทาง ACVIM 2019

ระยะ A·B1: ยังไม่ต้องใช้ยา

- ระยะ A: สายพันธุ์เสี่ยงโรคหัวใจแต่หัวใจยังปกติ เช่น Cavalier King Charles Spaniel, Maltese, Pomeranian, Dachshund - ระยะ B1: ตรวจพบเสียงหัวใจผิดปกติแต่ขนาดหัวใจปกติในเอกซเรย์หรืออัลตราซาวนด์ สองระยะนี้ไม่ต้องใช้ยาแต่ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วยการตรวจสุขภาพเป็นประจำ
ภาพ Cavalier กำลังตรวจสุขภาพหัวใจ

ระยะ B2: ช่วงเวลาทองเริ่มรักษา

ระยะ B2 มีเสียงหัวใจผิดปกติและหัวใจเริ่มขยายในอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์ แม้ภายนอกดูปกติ แต่การเริ่มยาตอนนี้ยืดอายุได้ ตามการทดลอง EPIC ขนาดใหญ่ ยาหลักใน B2 คือPimobendan ตำราอายุรศาสตร์สัตวแพทย์ระบุว่าไม่มีหลักฐานว่า ACE inhibitor ในระยะก่อนคลินิก(B) ชะลอโรคหรือยืดอายุ การทดลองสุ่ม SVEP·VetProof ขนาดใหญ่ก็ไม่พบความแตกต่างสำคัญกับกลุ่มยาหลอก ดังนั้นยาหลักใน B2 คือ Pimobendan ส่วนการใช้ ACE inhibitor เพิ่มเติมต้องปรึกษาสัตวแพทย์ตามกรณี การวินิจฉัยระยะที่แม่นยำต้องใช้หัวใจอัลตราซาวนด์

เหตุผลที่ต้องเริ่มยาใน B2 แม้ไม่มีอาการ

B2 ไม่มีอาการเลย ทำให้เจ้าของลังเลว่า'ยังดีอยู่ทำไมต้องกินยา' แต่การเริ่มยาตอนนี้ทำให้อาการหัวใจล้มเหลวเกิดช้ากว่า 15 เดือนตามการศึกษา หากได้ยินเรื่องเสียงหัวใจผิดปกติ ต้องตรวจอัลตราซาวนด์เพื่อยืนยันว่าเป็น B1 หรือ B2

ระยะ C: หัวใจล้มเหลวแบบมีน้ำคั่ง

ตั้งแต่ระยะ C จะมีอาการที่เจ้าของสังเกตได้ เช่นน้ำในปอด(ปอดบวมน้ำ) หรือน้ำในท้อง(น้ำในช่องท้อง) ทำให้เกิดสัญญาณดังนี้ - ไอ: โดยเฉพาะไอแห้งตอนเช้าหรือหลังออกกำลังกาย - อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น: นอนแล้วหายใจเกิน 30 ครั้งต่อนาที - ไม่ทนต่อการออกกำลังกาย: ไม่ยอมเดินเล่น เหนื่อยง่าย - หมดสติ: ล้มลงหลังตื่นเต้นหรือไอ การรักษาใช้ยาขับปัสสาวะ(Furosemide), ACE inhibitor, Pimobendan, Spironolactone ผสมกัน
เจ้าของดูแลสุนัขชราที่มีอาการหัวใจล้มเหลว

ระยะ D: ระยะสุดท้ายที่ยาไม่ตอบสนอง

ระยะ D คือหัวใจล้มเหลวรักษายากที่ควบคุมอาการไม่ได้ด้วยยาปกติ อาจต้องเพิ่มขนาดยาขับปัสสาวะ ใช้ยาหลายชนิดพร้อมกัน หรือรักษาด้วยออกซิเจนหรือการเจาะระบายน้ำในช่องอก·ท้อง เจ้าของต้องวัดอัตราการหายใจต่อนาทีและบันทึกน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงที่บ้าน การจำกัดน้ำและเปลี่ยนอาหารลดโซเดียมจำเป็นในขั้นตอนนี้

สัญญาณที่ต้องไปห้องฉุกเฉินทันที

หากมีอาการใดต่อไปนี้ ต้องรีบไปคลินิกสัตว์ฉุกเฉินทันที - เหงือกสีฟ้าหรือม่วง(ภาวะเขียวคล้ำ) - หายใจได้เฉพาะนั่ง ไม่ยอมนอนลง - หายใจเกิน 60 ครั้งต่อนาที หายใจแบบท้อง - หมดสติแล้วไม่ฟื้น - ไอมีฟอง(สงสัยปอดบวมน้ำ) ปอดบวมน้ำเป็นภาวะฉุกเฉินที่อาจเสียชีวิตภายในไม่กี่ชั่วโมง

จุดสำคัญในการดูแลที่บ้านตามระยะ

- วัดอัตราการหายใจขณะนอน: นับ 1 นาทีตอนนอนทุกวัน (เกิน 30 ครั้งต่อนาที = เตือน) - เปลี่ยนอาหารลดโซเดียม: แนะนำอาหารสั่งแพทย์ตั้งแต่ระยะ C - ควบคุมน้ำหนัก: ความอ้วนเพิ่มภาระหัวใจ - กินยาตรงเวลา: ยาขับปัสสาวะต้องกินเวลาเดิม - ลดความเครียด·ตื่นเต้น: หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและความร้อน - ตรวจหัวใจอัลตราซาวนด์เป็นประจำ: ทุก 3~6 เดือนตั้งแต่ B2 หยุดยาหัวใจทันทีอาจทำให้โรคกำเริบเฉียบพลัน

สัตวแพทย์ผู้ตรวจสอบคอนเทนต์นี้

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

Dr. Tony — Punnawat Phongkittirak

สัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าไม่กินยาใน B2 จะเกิดอะไรขึ้น?
อาการไม่เกิดทันที แต่สุนัขที่ไม่กินยาจะเข้าสู่ระยะ C เร็วกว่า 15 เดือนตามการศึกษา EPIC ส่งผลต่ออายุขัยและคุณภาพชีวิต
มีเสียงหัวใจผิดปกติแปลว่าหัวใจล้มเหลวเสมอไหม?
ไม่ เสียงหัวใจผิดปกติเป็นสัญญาณโรคหัวใจแต่ไม่บ่งชี้ระยะ ต้องใช้อัลตราซาวนด์และเอกซเรย์เพื่อยืนยันว่าเป็น B1(ขนาดปกติ) หรือ B2(ขยาย) จึงจะทราบระยะที่ถูกต้อง
วัดอัตราการหายใจขณะนอนอย่างไร?
นับการขึ้นลงของหน้าอก 1 ครั้งขณะสุนัขนอนหลับสบาย เป็นเวลา 1 นาที หากอัตราการหายใจขณะนอนเกิน 30 ครั้งต่อนาทีต่อเนื่อง อาจเป็นสัญญาณโรคหัวใจลุกลามหรือกำเริบ ต้องปรึกษาสัตวแพทย์
ยาหัวใจล้มเหลวต้องกินตลอดชีวิตไหม?
ใช่ ยาที่เริ่มตั้งแต่ B2 ต้องใช้ตลอดชีวิต หยุดยาทันทีอาจทำให้อาการที่กดไว้กำเริบเร็วและเกิดปอดบวมน้ำเฉียบพลัน การปรับขนาดยาต้องปรึกษาสัตวแพทย์เท่านั้น
อาหารลดโซเดียมต้องเริ่มกินเมื่อไหร่?
โดยทั่วไปเปลี่ยนเป็นอาหารสั่งแพทย์หลังจาก C(มีอาการ) ระยะ B2 ไม่จำเป็นต้องลดโซเดียมมาก แต่ควรลดเกลือในขนมและอาหารคนตั้งแต่ตอนนี้

แชร์

คอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง

เอกสารอ้างอิง

[1] Handbook of Veterinary Pharmacology - Drugs Used in Heart Failure Therapy

[2] Notes on Canine Internal Medicine, 4th Edition - Heart Failure Management

[3] Textbook of Cardiovascular Medicine in Dogs and Cats - Chronic Valvular Disease Staging

[4] 100 Top Consultations in Small Animal General Practice - Congestive Heart Failure Ch.57

[5] ACVIM Consensus Guidelines for the Diagnosis and Treatment of Myxomatous Mitral Valve Disease in Dogs, 2019

ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นจากเอกสารทางสัตวแพทย์ และไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาได้ หากมีปัญหาสุขภาพเฉพาะ กรุณาปรึกษาสัตวแพทย์

Metapet Co., Ltd. | Seoul, South Korea | © 2024 Metapet Co., Ltd. All rights reserved.

คู่มือหัวใจล้มเหลวในสุนัข: อาการและการจัดการ 4 ระยะ ABCD | มองชิลจัง