สีเหงือกของสุนัขและแมวเป็นสัญญาณสุขภาพที่รวดเร็วที่สุดในการสะท้อนสถานะการไหลเวียนโลหิตและการส่งออกซิเจน หากสีเบี่ยงเบนจากสีชมพูปกติ แสดงว่าปัญหาได้เริ่มต้นขึ้นภายในร่างกายแล้ว


| รายการ | สาเหตุที่สงสัย | ความเร่งด่วน |
|---|---|---|
| ชมพูอ่อน | ปกติ | ✅ ปลอดภัย |
| ขาวซีด | ภาวะโลหิตจาง · ช็อก · เลือดออก | 🚨 พบสัตวแพทย์ทันที |
| น้ำเงิน · ม่วง | ออกซิเจนต่ำ · หัวใจล้มเหลว | 🚨 พบสัตวแพทย์ทันที |
| เหลือง | ดีซ่าน · โรคตับ · ท่อน้ำดี | 🚨 พบสัตวแพทย์ทันที |
| แดงเข้ม | ขาดน้ำ · โรคลมแดด · ภาวะพิษเลือด | ⚠️ พบสัตวแพทย์วันนี้ |
| แดงอิฐ | ติดเชื้อรุนแรง · ภาวะพิษเลือด | 🚨 พบสัตวแพทย์ทันที |
สัตว์ที่มีเม็ดสีเข้มบริเวณปากตามปกติ ให้ตรวจสอบใต้ลิ้นหรือเยื่อบุตาแทน

หากพบสีเหล่านี้ ให้พาไปพบสัตวแพทย์ทันที
หากเหงือกซีดเหมือนกระดาษ ริมฝีปากและลิ้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน หรือตาขาวและเหงือกเหลืองพร้อมกัน ถือเป็น 'ภาวะฉุกเฉิน' ทั้งสามกรณีนี้ไม่ควรรอสังเกตอาการที่บ้าน หากมีอาการหายใจหอบ สีเหงือกใช้เวลาเกิน 2 วินาทีจึงกลับมาเป็นปกติหลังกด หรือมีอาการซึมหมดสติร่วมด้วย ให้รีบพาไปโรงพยาบาลสัตว์ฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงทันที แม้จะเป็นเวลากลางคืน ระหว่างเดินทางให้รักษาความอบอุ่นของสัตว์เลี้ยง และอย่าให้อาหารหรือน้ำ

สิ่งที่เจ้าของแมวควรระวังเป็นพิเศษ
แมวเป็นสัตว์ที่มักซ่อนอาการป่วยจนถึงที่สุด ดังนั้นเจ้าของจึงต้องตรวจสอบสีเหงือกอย่างละเอียดมากขึ้น 'ดีซ่าน' ที่ทำให้เหงือกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอาจเป็นสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับปัญหาตับและท่อน้ำดี ดังนั้น หากแมวที่แทบไม่ยอมกินอาหารมีเหงือกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ต้องรีบพาไปพบสัตวแพทย์ทันทีโดยไม่ผัดผ่อน นอกจากนี้ หากเหงือกของแมวดูซีดผิดปกติและบางผิดสังเกต อาจมีภาวะโลหิตจาง จึงควรพาไปตรวจสักครั้ง

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] The Veterinary Workbook of Small Animal Clinical Cases, Case 37 - Mucous Membrane Assessment
[2] Fundamentals of Veterinary Clinical Pathology, 3rd Edition - Peripheral Perfusion and Oxygenation
[3] The Cat, Clinical Medicine and Management, 2nd Edition - Chapter 33 Respiratory Medicine