การเปลี่ยนอาหารกะทันหันอาจทำให้เกิดอาการทางระบบย่อยอาหาร เช่น อาเจียนและท้องเสีย หลักการพื้นฐานคือค่อย ๆ ปรับสัดส่วนทีละน้อยในช่วง 7–10 วัน

| รายการ | อาหารเดิม | อาหารใหม่ |
|---|---|---|
| วันที่ 1–2 | 75% | 25% |
| วันที่ 3–4 | 50% | 50% |
| วันที่ 5–6 | 25% | 75% |
| วันที่ 7–10 | 0% | 100% |
สำหรับสัตว์เลี้ยงที่บอบบาง ให้ขยายระยะเวลาเปลี่ยนอาหารออกไปถึง 14 วัน

สัญญาณที่ต้องไปพบสัตวแพทย์ทันที
หากพบอาการต่อไปนี้ในระหว่างการเปลี่ยนอาหาร ให้หยุดให้อาหารทันทีและไปพบสัตวแพทย์ เมื่ออาเจียนติดต่อกันนานกว่า 24 ชั่วโมง มีเลือดปนในอุจจาระ หรืออ่อนแรงจนไม่สามารถดื่มน้ำได้ ความเสี่ยงของภาวะขาดน้ำจะสูงขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กหรือลูกสุนัขและลูกแมวอาจเกิดภาวะขาดน้ำได้อย่างรวดเร็ว จึงต้องรีบพาไปรับการตรวจจากสัตวแพทย์โดยเร็ว

เคล็ดลับที่ควรรู้
ควรเริ่มเปลี่ยนอาหารในช่วงเวลาที่สงบและปราศจากความเครียด หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอาหารทันทีหลังจากการย้ายบ้าน การเดินทาง การไปพบสัตวแพทย์ หรือการนำสัตว์เลี้ยงตัวใหม่มาอยู่ร่วมกัน ในสถานการณ์ที่มีความเครียด ระบบย่อยอาหารอาจมีความไวสูงอยู่แล้ว ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอาการทางระบบย่อยอาหาร ในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลก็ควรดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Fascetti AJ, Delaney SJ. Applied Veterinary Clinical Nutrition, 2nd Ed. Chapter 8: Commercial and Home-Prepared Diets
[2] Ettinger SJ, Feldman EC. Textbook of Veterinary Internal Medicine, 8th Ed. Chapter on Diseases of the Small Intestine
[3] Hand MS, et al. Small Animal Clinical Nutrition, 5th Ed. Chapter on Feeding Methods