ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในสุนัขเป็นปัญหาที่พบบ่อยจากการเสื่อมของกล้ามเนื้อหูรูดท่อปัสสาวะ รวบรวมข้อมูลสำคัญและวิธีจัดการที่เจ้าของควรรู้



กรณีที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที
หากสุนัขไม่สามารถควบคุมปัสสาวะได้อย่างกะทันหัน แสดงอาการเจ็บปวดขณะปัสสาวะ หรือปัสสาวะมีสีแดงขุ่น ต้องไปโรงพยาบาลทันที อาจเป็นสัญญาณของปัญหาร้ายแรงเช่นการติดเชื้อ นิ่ว หรือโรคไต การวินิจฉัยและการรักษาที่รวดเร็วมีความสำคัญ
| รายการ | เล็กน้อย | ปานกลาง | รุนแรง |
|---|---|---|---|
| ความถี่ในการรั่วไหลของปัสสาวะ | บางครั้ง ส่วนใหญ่ระหว่างนอนหลับ·พักผ่อน | ค่อนข้างบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน | รั่วไหลอย่างต่อเนื่อง |
| มีหรือไม่มีอาการเจ็บปวดขณะปัสสาวะ | ไม่มี | บางครั้งแสดงพฤติกรรมพยายาม | แสดงอาการเจ็บปวดทุกครั้ง |
| ความจำเป็นในการรักษา | ต้องสังเกต | เริ่มการรักษาด้วยยา | พิจารณาใช้ยา·ผ่าตัด |
| เวลาปรึกษาสัตวแพทย์ | ปรึกษาหากอาการเกิดขึ้นซ้ำ·ต่อเนื่อง | ปรึกษาหากต่อเนื่องเกิน 1-2 สัปดาห์ | ไปทันที |
หากอาการแย่ลงหรือเกิดขึ้นซ้ำ การปรึกษาสัตวแพทย์เป็นสิ่งจำเป็น



สายพันธุ์บางชนิดมีความเสี่ยงภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่สูง
สายพันธุ์บางชนิดอาจมีความเสี่ยงภาวะกล้ามเนื้อหูรูดท่อปัสสาวะทำงานบกพร่อง (ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่) สูงกว่า โดยเฉพาะพบบ่อยในสุนัขเพศเมียที่ผ่านการทำหมันและวัยกลางคนขึ้นไป จึงต้องการการจัดการเชิงป้องกัน นอกจากนี้บางการศึกษารายงานว่าสายพันธุ์เช่นเยอรมันเชพเพิร์ดหรือการทำหมันในวัยเด็กอาจเพิ่มความเสี่ยงภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ระดับความเสี่ยงที่แน่นอนแตกต่างกันตามสายพันธุ์และตัวสุนัข จึงแนะนำให้ตรวจสุขภาพเป็นประจำหลังปรึกษาสัตวแพทย์

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Clinical Medicine of the Dog and Cat, 4th Ed. (2023). Chapter 16: Urinary Incontinence in Dogs. Elsevier.
[2] Plumb's Veterinary Drug Handbook, 9th Ed. (2022). Sphincter Mechanism Incompetence and Treatment Options. Wiley-Blackwell.
[3] American College of Veterinary Internal Medicine (ACVIM). (2021). Consensus Statement on Canine Urinary Incontinence. Journal of Veterinary Internal Medicine, 35(4), 1456–1468.