การตรวจอัลตราซาวนด์ไตสุนัขเป็นวิธีวินิจฉัยหลักในการประเมินโครงสร้างและการทำงานของไตอย่างละเอียด เราสรุปข้อมูลสำคัญที่เจ้าของต้องรู้ในรูปแบบ Q&A




| รายการ | การตรวจอัลตราซาวนด์ | การตรวจเลือด |
|---|---|---|
| วัตถุประสงค์การตรวจ | ตรวจสอบโครงสร้างไต (ขนาด·รูปร่าง·Echogenicity) และสถานะระบบทางเดินปัสสาวะ | ประเมินค่าการทำงานของไต |
| ปัญหาที่ตรวจพบได้ | ความผิดปกติทางโครงสร้าง เช่น นิ่ว เนื้องอก ถุงน้ำ ไตโต | ค่าการทำงานของไต เช่น Creatinine, BUN สูงขึ้น |
| เวลาในการตรวจ | 20~30 นาที | 5~10 นาที |
| ความแม่นยำ | สามารถตรวจสอบความผิดปกติทางโครงสร้างได้ | ไม่สามารถตัดโรคไตออกได้แม้ค่าปกติ |
อัลตราซาวนด์แสดงปัญหาทางโครงสร้างได้ดีกว่า ส่วนการตรวจเลือดแสดงตัวบ่งชี้การทำงานได้ดีกว่า ไม่สามารถตัดโรคไตออกได้เพียงค่าเลือดปกติ ดังนั้นการตรวจทั้งสองแบบจึงเสริมกัน
กรณีเหล่านี้จำเป็นต้องตรวจทันที
หากสุนัขดื่มน้ำมากขึ้นอย่างกะทันหัน ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดอย่างรวดเร็ว หรือเบื่ออาหาร อาจสงสัยว่ามีปัญหาที่ไต หากอาการเหล่านี้คงอยู่ อาจทำให้การทำงานของไตเสียหายได้ ดังนั้นจึงสำคัญที่ปรึกษาสัตวแพทย์และรับการตรวจอัลตราซาวนด์ตั้งแต่เนิ่นๆ



สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Langston, C.E. et al. (2023) Small Animal Critical Care Medicine, 3rd Edition. Elsevier.
[2] The Cat, Clinical Medicine and Management, 2nd Edition (2022). Elsevier.
[3] Plumb's Veterinary Drug Handbook, 9th Edition (2023). Wiley.