การสังเกตอาการระยะแรกของภาวะหัวใจล้มเหลวในสุนัขได้เร็ว ช่วยชะลอการดำเนินของโรคด้วยยาและการดูแลชีวิตประจำวัน เนื้อหานี้สรุปสัญญาณที่ตรวจได้ที่บ้าน เช่น อาการไอ การหายใจเปลี่ยนแปลง และความกระฉับกระเฉงลดลง รวมถึงวิธีดูแล


| ระยะ | สภาพ | ลักษณะสำคัญ |
|---|---|---|
| A | กลุ่มเสี่ยงสูง | โครงสร้างหัวใจยังไม่เปลี่ยนแปลง มีเพียงแนวโน้มจากสายพันธุ์และพันธุกรรม |
| B1 | การเปลี่ยนแปลงระยะแรก | มีเสียงฟู่ของหัวใจแต่ขนาดหัวใจปกติ |
| B2 | หัวใจโต | ขนาดหัวใจเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่มีอาการ |
| C | เริ่มมีอาการ | มีอาการไอ หายใจลำบาก และทนต่อการออกกำลังกายลดลง |
| D | ระยะสุดท้าย | ไม่ตอบสนองต่อการรักษามาตรฐาน |
หากมีอาการเหล่านี้ ให้ไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที
หากมีอาการต่อไปนี้ ต้องไปโรงพยาบาลสัตว์ทันที • หายใจแรงและเร็วแม้ขณะพัก (50 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป) • ลิ้นหรือเหงือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินจากภาวะเขียวคล้ำ • ล้มลงหรือหมดสติกะทันหัน • ช่องท้องโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากของเหลวในช่องท้อง โดยเฉพาะภาวะเขียวคล้ำและหมดสติหมายถึงร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพออย่างรุนแรง เป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรับมือภายในไม่กี่นาที


สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว
สุนัขบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลวสูงกว่า โดยรวมแล้วสุนัขพันธุ์เล็กถึงพันธุ์กลางมีอัตราการเกิดโรคลิ้นไมทรัลสูง และคาวาเลียร์คิงชาลส์สแปเนียลเป็นสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่สำคัญ โดยเฉพาะสายพันธุ์นี้ควรเริ่มตรวจหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อย ในกลุ่มสุนัขพันธุ์ใหญ่ โดเบอร์แมน บ็อกเซอร์ และเกรตเดนมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากโรคหัวใจ หากเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์เหล่านี้ ควรตรวจอัลตราซาวนด์หัวใจทุกปีแม้ยังไม่มีอาการ

สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Handbook of Veterinary Pharmacology, Chapter: Drugs Used in Heart Failure Therapy
[2] Notes on Canine Internal Medicine, 4th Edition
[3] Textbook of Cardiovascular Medicine in Dogs and Cats
[4] 100 Top Consultations in Small Animal General Practice