โรคต้อหินในสุนัขเป็นโรคทางจักษุฉุกเฉินที่เกิดจากความดันลูกตาสูงขึ้นจนทำให้เส้นประสาทตาได้รับความเสียหาย รวบรวมอาการ เกณฑ์ฉุกเฉิน และวิธีการรักษาไว้ในที่เดียว

| รายการ | ต้อหินปฐมภูมิ | ต้อหินทุติยภูมิ |
|---|---|---|
| สาเหตุ | ความผิดปกติของมุมระบายน้ำทางพันธุกรรม | ยูเวียอักเสบ·เลนส์ตาหลุด·เนื้องอก |
| พันธุ์เสี่ยงสูง | Cocker Spaniel, Basset Hound, Boston Terrier, Shar Pei | ไม่จำกัดพันธุ์ |
| ลักษณะการเกิดโรค | อาจเกิดทั้งสองตาตามลำดับ | เฉพาะตาข้างที่มีโรคต้นเหตุ |
| ความเร็วในการดำเนินโรค | มักเกิดแบบเฉียบพลัน | ขึ้นอยู่กับสาเหตุ |
| การพยากรณ์โรค | จำเป็นต้องป้องกันตาข้างตรงข้าม | การรักษาโรคต้นเหตุเป็นสิ่งสำคัญ |
การจำแนกประเภทโดยทั่วไปตามตำราจักษุวิทยาสัตวแพทย์

หากพบสัญญาณเหล่านี้ต้องพาไปพบสัตวแพทย์ทันที
หากพบอาการต่อไปนี้แม้แต่ข้อเดียวถือเป็นเหตุฉุกเฉิน โรคต้อหินมี 'เพียงไม่กี่ชั่วโมง' ที่ตัดสินชะตาการมองเห็น • ตาข้างหนึ่งแดงและดูโตขึ้นอย่างกะทันหัน • รูม่านตาขยายและไม่ตอบสนองต่อแสง • ถูตาและถูใบหน้ากับพื้น • ซึมเซาหรือไม่ยอมกินอาหาร ในโรคต้อหินเฉียบพลัน ความดันลูกตาอาจสูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง ทำให้เส้นประสาทตาเสียหายอย่างถาวร แม้จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์หรือกลางคืน ต้องนำไปพบสัตวแพทย์ที่เปิด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีข้อยกเว้น

ต้องรักษาเพื่อป้องกันตาอีกข้างด้วย
ต้อหินปฐมภูมิมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดขึ้นที่ตาอีกข้างตามมา หากเกิดขึ้นที่ตาข้างหนึ่งแล้ว ดังนั้นจึงต้องหยอดยาป้องกันที่ตาอีกข้างล่วงหน้าเพื่อลดความดันลูกตาควบคู่กันไปด้วย อย่าคิดว่า 'ตาข้างนั้นยังปกติดีจะหยอดยาทำไม' แต่ต้องหยอดยาที่สัตวแพทย์สั่งจ่ายโดยไม่ขาด สิ่งสำคัญคือต้องรักษาเวลาหยอดยาให้สม่ำเสมอทุกวัน


สัตวแพทย์ผู้สำเร็จการศึกษาด้านสัตวแพทยศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประเทศไทย และผ่านหลักสูตร IVSA ที่ North Carolina State University สหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ทางคลินิกในโรงพยาบาลสัตว์ ปัจจุบันทำงานในสายงานเฮลท์แคร์สัตว์เลี้ยง และมุ่งมั่นสร้างระบบการดูแลดิจิทัลที่เชื่อมผู้เลี้ยงกับสัตวแพทย์
แชร์
[1] Gelatt KN, Veterinary Ophthalmology, 6th Edition, 2021
[2] Maggs DJ et al., Slatter's Fundamentals of Veterinary Ophthalmology, 6th Ed, 2018
[3] Notes on Canine Internal Medicine, 4th Edition, Chapter on Ocular Disorders